กระดาษแผ่นบางในมือสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน่วของเครื่องปรับอากาศที่เร่งความเย็นจนเกินพอดี แต่เป็นเพราะข้อความอัปยศที่ถูกผนวกเข้ามาอย่างไร้รอยต่อ มันไม่ใช่เอกสารบันทึกข้อตกลงทางการค้าที่เขาตรวจสอบทุกตัวอักษรเมื่อสิบนาทีที่แล้ว แต่มันคือสัญญาทาสฉบับย่อมๆ ที่ระบุเงื่อนไขบ้าบอพรรค์นั้นลงไปได้อย่างหน้าตาเฉย
"คุณ... คุณเล่นตลกอะไรของคุณเนี่ย คิรากร!"
น่านฟ้าตวัดสายตาขึ้นมองร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบกระจกบานใหญ่ ใบหน้าคมคายนั้นนิ่งเรียบราวจับวาง ทว่าดวงตาสีเข้มกลับพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่น่าทุบให้ยุบคาที่
"เอกสารสำคัญระดับนี้ ผมไม่เคยเล่นตลกกับใครหรอกนะ น่านฟ้า"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความสำนึกผิด คิรากรผละออกจากกรอบหน้าต่างแล้วก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ ทว่าทรงพลังกดดันจนคนฟังต้องถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ "อ่านดูให้ละเอียดสิครับ ทุกข้อตกลงผ่านการไตร่ตรองจากสมองอันชาญฉลาดของผมมาแล้วทั้งสิ้น... และที่สำคัญ นายเป็นคนจรפดลายมือลงไปด้วยความสมัครใจเองไม่ใช่เหรอ?"
"ผมเซนต์สัญญาธุรกิจ ไม่ได้เซนต์ยินยอมตกเป็น... เบี้ยล่างของคุณในเรื่องส่วนตัว!" น่านฟ้ากระแทกเสียงกร้าว ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด เขาตวัดกระดาษแผ่นนั้นขึ้นชูประจานหน้าอีกฝ่าย "ข้อสามสิบสองนี่มันอะไร! *'คู่สัญญาฝ่ายที่สองต้องปฏิบัติตามคำสั่งของคู่สัญญาฝ่ายแรกทุกประการ ยามเมื่ออีกฝ่ายเรียกร้อง'* บ้าไปแล้วหรือไง คุณเอาสมองส่วนไหนคิดเนี่ย!"
"สมองส่วนที่กำลังคิดว่าจะจัดการกับคนปากเก่งอย่างนายยังไงดีล่ะ"
คิรากรหยุดยืนห่างเพียงแค่คืบ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของบรรยากาศรอบตัวยิ่งทำให้หัวใจของน่านฟ้าเต้นผิดจังหวะ มือหนายื่นเข้ามาฉวยกระดาษเจ้าปัญหาออกจากมือเรียวได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะโยนมันทิ้งลงบนโต๊ะทำงานอย่างไร้เยื่อใย
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าคำรามก้องสะท้อนกังวานไปทั่วตึกระฟ้า ราวกับสวรรค์จงใจเล่นตลก พริบตานั้นแสงไฟนีออนสว่างจ้าทั่วห้องทำงานหรูหราก็ดับสนิทลงพร้อมกันอย่างไร้สัญญาณเตือน ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสรรพสิ่งในเสี้ยววินาที เหลือเพียงแสงสว่างวาบจากสายฟ้าด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกบานยักษ์ เผยให้เห็นเงาร่างของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันอย่างแนบชิด
"ไฟดับ..." น่านฟ้าพึมพำเบาๆ หัวใจกระตุกวูบ
"ดูท่าพายุข้างนอกจะรุนแรงกว่าที่คิดนะ"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นชิดริมหู ในความมืดประสาทสัมผัสทุกส่วนกลับตื่นตัวอย่างไร้เหตุผล น่านฟ้าสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดป่าวยุบยับอยู่ข้างแก้ม กลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดของผู้ชายตรงหน้าชัดเจนขึ้นจนน่าเวียนหัว เมื่อร่างสูงขยับเข้ามาปิดตายทางหนีทีไล่ทั้งหมดด้วยการใช้แขนแกร่งยันขอบโต๊ะกักตัวเขาไว้ตรงกลาง
"ถ...ถอยไปเลยนะ คุณคีย์ มืดขนาดนี้อย่ามาเล่นตู้ไมโครเวฟแถวนี้-"
"ใครเล่น?" เสียงทุ้มดุเอ่ยแทรกขึ้นทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนน่าใจหาย "นายต่างหากที่เล่นกับความอดทนของผมมานานเกินไปแล้ว น่านฟ้า"
ซ่า... เสียงสายฝนเทกระหน่ำลงมากระทบกระจกหน้าต่างดังสนั่น กลบเสียงรอบตัวจนเงียบงัด เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของคนทั้งสองที่ยืนแนบชิดกันในความมืดมิด น่านฟ้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่คางมน บังคับให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาในยามที่แสงแฟลชจากสายฟ้าวาบขึ้นอีกครั้ง
ดวงตาคมกริบของคิรากรในยามนี้ไม่มีความขี้เล่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความดุดันและร้อนรุ่มที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
"คุณจะทำอะไร..." น่านฟ้าถามเสียงสั่น ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้นเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่ด้านหน้าถูกแผงอกกว้างกักขังไว้ราวกับกรงขังไร้ทางหนี
"ทำในสิ่งที่ควรทำตั้งแต่แรก..."
คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนหน้าผากแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจรดรินอยู่บนริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า น่านฟ้าอยากจะเอ่ยปากด่ากราดออกไปเหมือนเช่นเคย ทว่าลำคอกลับตีบตันราวกับถูกมนต์สะกด ปลายนิ้วเรียวที่พยายามจะดันอกแกร่งไว้กลับไร้เรี่ยวแรงอย่างน่าประหลาด เมื่อมือใหญ่อีกข้างเอื้อมมาจับข้อมือเขาตรึงไว้เหนือศีรษะเบาๆ ไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้ดิ้นไม่หลุด
"ปล่อยนะ..." คำประท้วงเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าในตัวผู้ชายตรงหน้าให้ตื่นตัวยิ่งขึ้น
"ไม่ปล่อย... จนกว่านายจะยอมรับว่านายเองก็หวั่นไหวเหมือนกัน"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงพายุโหมกระหน่ำด้านนอก หัวใจสองดวงกลับเต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เคมีอันตรายที่อบอวลอยู่ระหว่างพวกเขากำลังพุ่งทะยานสู่จุดเดือด น่านฟ้าแหงนเงยใบหน้าขึ้นสบตากับคนเจ้าเล่ห์ในความมืด หัวใจดวงน้อยสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อริมฝีปากอุ่นจัดทาบทับลงมาแผ่วเบาเคล้าคลอความดุดันที่ค่อยๆ ละมุนละไมลงทีละนิด
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและชวนเคลิบเคลิ้มจนแทบละลาย เสียงกุกกักจากประตูห้องทำงานที่ถูกล็อกไว้ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ!
แกร็ก... เสียงบิดลูกบิดประตูดังแผ่วท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือจะสาดส่องเข้ามาพร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่เอ่ยทักขึ้นด้วยความแปลกใจ
"อ้าว... คุณคีย์ อยู่ในนี้หรือเปล่าครับ? ทำไมไฟดับแล้วไม่ยอมเปิด..."
ร่างของมาร์ค คู่แข่งตัวฉกาจก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง พร้อมกับแสงไฟฉายที่กวาดตรงมายังมุมโต๊ะทำงานพอดีเป๊ะ!
คิรากรชะงักกึก ดวงตาดุคมหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนแทบจะแช่แข็งห้องทั้งห้องได้ทันที ขณะที่น่านฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบออกแรงผลักอกแกร่งให้ออกจากตัวอย่างรวดเร็ว
ฝากกดติดตามและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "แบล็กเวลเวต" ด้วยนะคะ!
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ•ตอนที่ 9
คืนที่พายุเข้า
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!