“ปล่อยสิครับ... คุณคีย์จะลากผมไปไหน”
น่านฟ้าสะบัดข้อมือออกอย่างแรง แต่แรงบีบจากอุ้งมือหนาของคิรากรกลับยิ่งหนักแน่นราวกับคีมเหล็ก เขาไม่ได้หันมามองคนตัวเล็กที่เดินโซเซตามแรงดึง ท่ามกลางความเงียบงันของโถงทางเดินคอนโดหรูหราที่ทอดยาวไปสู่ห้องชุดส่วนตัว คิรากรไม่ได้ตอบคำถาม หากแต่กรามแกร่งขบกันจนขึ้นสันนูนชัดเจน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองเพียงบานประตูตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
ปัง!
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับร่างของน่านฟ้าที่ถูกผลักจนหลังชิดกับผนังเย็นเฉียบ คิรากรไม่รอช้า เขาโน้มตัวลงมา กักขังร่างเพรียวไว้ระหว่างแขนแกร่งที่ยันกับกำแพง กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดที่ปนกับกลิ่นจางๆ ของแอลกอฮอล์ราคาแพงทำให้บรรยากาศในห้องดูอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
“มาร์คเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แผ่วเบาแต่ทรงพลัง “สนุกมากไหมที่ไปนั่งอวดอ้างตัวเองกับคนแบบนั้น”
น่านฟ้าแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยสบประสานกับนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังคุกรุ่นด้วยเพลิงหึงหวงโดยไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัว “คุณหมายถึงใครครับ? คนที่เขารู้จักให้เกียรติผม มากกว่าคนที่เอาแต่จ้องจะเผด็จการใส่คนอื่นน่ะเหรอ?”
“น่านฟ้า!”
คิรากรตวาดเสียงต่ำพลางก้มลงมาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน เขาไม่ได้ตั้งใจจะตะคอก แต่มันคือความอดทนที่พุ่งถึงขีดจำกัด มือหนาเปลี่ยนจากที่ยันกำแพงมาเชยคางมนของอีกฝ่ายให้เงยขึ้น บังคับให้สบตา “อย่าเอาชื่อมันมาพูดในห้องนี้อีก”
“ทำไมครับ? กลัวผมจะรู้เหรอว่าความสัมพันธ์ของเรามันมีค่าแค่เศษเงิน หรือกลัวว่าคนอย่างคุณจะเสียหน้าที่มีคนอื่นกล้าแตะต้อง ‘ของเล่น’ ชิ้นนี้”
น่านฟ้าประชดประชัน คำพูดแต่ละคำเปรียบดั่งมีดกรีดลงบนความหยิ่งทะนงของคิรากร เขาเห็นแวววูบไหวในตาของคนตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะถูกกลบด้วยความเย็นชา คิรากรสูดลมหายใจลึก เขาพยายามจะง้อ... พยายามจะหาทางออกให้ความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวนี้ แต่ทุกครั้งที่เปิดปาก ทุกคำพูดของเขากลับกลายเป็นอาวุธที่สร้างระยะห่างระหว่างกัน
“ฉันไม่ได้มองว่าเธอเป็นของเล่น” คิรากรพึมพำ น้ำเสียงที่เคยดุดันอ่อนลงจนเกือบจะเป็นเสียงอ้อนวอน “เลิกประชดสักทีได้ไหม... ฉันหวง ไม่ได้หมายความว่าฉันจะทำลายเธอ”
น่านฟ้าชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะกับคำว่า ‘หวง’ ที่หลุดออกมาจากปากคนปากแข็ง เขารู้ดีว่าคิรากรไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ในตอนนี้... ท่าทีที่ดูเก้ๆ กังๆ ในการแสดงออกถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย มันกลับทำให้คนดื้อรั้นอย่างน่านฟ้าทำตัวไม่ถูก
“งั้นก็บอกมาสิครับว่าที่ทำอยู่ทั้งหมด... คืออะไร” น่านฟ้าถามย้ำ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
คิรากรนิ่งไป เขาเบนสายตาหลบไปมองทางอื่น ใบหน้าคมคายขึ้นสีระเรื่อจางๆ ความเย่อหยิ่งทลายลงเหลือเพียงความอึดอัดที่พยายามหาถ้อยคำมาอธิบาย “ฉัน... ฉันแค่ไม่ชอบเวลาที่เห็นใครเข้าใกล้เธอ แล้วยิ้มให้เธอแบบที่ฉันควรจะได้รับคนเดียว”
น่านฟ้าหลุดยิ้มบางๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว ความโกรธเคืองที่ก่อตัวเป็นกำแพงดูเหมือนจะพังทลายลงในชั่วพริบตา เขายกมือขึ้นแตะที่ปกเสื้อสูทราคาแพงของคิรากรเบาๆ “ปากแข็งแบบนี้ไปตลอดเลยนะคุณคีย์”
“ถ้าฉันพูดง่ายๆ เธอจะฟังไหมล่ะ” คิรากรตอบกลับทันที สัญชาตญาณความซึนกลับมาทำงานโดยอัตโนมัติ
“ไม่ฟังหรอกครับ เพราะถ้าคุณพูดหวานๆ ผมคงขนลุกตายก่อน”
บทสนทนาที่ดูเหมือนจะผ่อนคลายลงกลับต้องหยุดชะงัก เมื่อจู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของคิรากรที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายจังหวะหัวใจที่กำลังเต้นเร่า
คิรากรขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขาละมือออกจากผนังเพื่อเดินไปหยิบโทรศัพท์ แต่เมื่อมองเห็นชื่อคนที่ปรากฏบนหน้าจอ แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที น่านฟ้ายืนกอดอกมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ ความระแวงเริ่มกลับมาเกาะกินใจอีกครั้ง
คิรากรชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสาย “ว่าไง... มาร์ค?”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความร้อนแรงเป็นความเย็นเยียบในทันที คิรากรเหลือบมองน่านฟ้าที่ยืนนิ่งสนิท ทว่าในวินาทีนั้นเอง มาร์คกลับพูดบางอย่างผ่านสายโทรศัพท์ที่ทำเอาคิรากรต้องเบิกตากว้าง
“อะไรนะ? นายว่าใครอยู่ที่นั่น?”
คิรากรหันขวับมามองน่านฟ้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความหึงหวง แต่มันคือความตื่นตระหนกที่น่านฟ้าไม่เคยเห็นมาก่อน
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหัวใจที่แสนซับซ้อนของคิรากรและน่านฟ้านะคะ แบล็กเวลเวตสัญญาว่าจะพาคุณไปพบกับความจริงที่ซ่อนอยู่ในตอนหน้าค่ะ!
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ•ตอนที่ 24
ง้อแบบฉบับคุณชาย
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!