กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานส่วนตัว ดูจะเบาบางลงไปถนัดตา เมื่อเทียบกับอุณหภูมิความตึงเครียดที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนสองคน รอยยิ้มเยาะของผู้ชายที่ชื่อมาร์คยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเท่ากับความเงียบงันที่กำลังกัดกินหัวใจของคิรากรในวินาทีนี้
แผ่นหลังกว้างที่เคยตั้งตรงอย่างหยิ่งผยอง บัดนี้กลับทิ้งน้ำหนักพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบทอดมองออกไปนอกกระจกใสที่สะท้อนภาพเมืองกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน แววตาคู่นั้นไหววูบอย่างที่น่านฟ้าไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความเกรี้ยวกราด ไม่ใช่ความถือดี แต่มันคือร่องรอยของความเหนื่อยล้า... ความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้างมาตลอด
"คุณคีย์..."
น่านฟ้าเรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว จากที่เคยตั้งการ์ดเตรียมปะทะฝีปากตามสัญชาตญาณ ความกระด้างในใจกลับถูกหลอมละลายลงด้วยบรรยากาศที่บีบคั้นหัวใจอย่างประหลาด เด็กหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
ไม่มีเสียงถอนหายใจ ไม่มีคำพูดเหน็บแนมจากผู้ชายปากร้ายอย่างเคย คิรากรยังคงนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมจนน่าอึดอัด น่านฟ้าเม้มริมฝีปากแน่น มองเสี้ยวหน้าคมคายที่ดูราวกับรูปปั้นสลัก แต่มันกลับเต็มไปด้วยรอยร้าวที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหากมีใครสะกิดเบาๆ
"ถ้ามันเครียดนัก ก็เลิกแบกไว้คนเดียวส Cค่ะ" น่านฟ้าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เจือความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด แม้จะพยายามปรับให้มันฟังดูราบ
คิรากรชะงัก เปลือกตาหนากระพริบช้าๆ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าเด็กหนุ่ม รอยยิ้มหยันที่มุมปากถูกยกขึ้นอย่างฝืนๆ เหมือนพยายามจะกลบเกลื่อนความอ่อนแอของตัวเอง
"เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงมาสั่งฉัน..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน มันไม่ใช่การต่อว่า แต่มันคือการพยายามสร้างกำแพงขึ้นมาปกป้องตัวเองอีกครั้ง "เด็กกะโปรรอย่างเธอ รู้จักเกมธุรกิจดีแค่ไหนเชียว ถึงกล้ามาทำเป็นสอนฉัน"
"ผมอาจจะไม่ได้ฉลาด ไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าเหมือนคุณคีย์..." น่านฟ้าสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่คมที่ไหวระริก "แต่ผมก็มีหัวใจ... และผมก็ตาบอดพอที่จะมองเห็นว่า คนที่ปากเก่งบอกว่าเก่งนักหนา กำลังจะตายอยู่รอมร่อเพราะความดื้อรั้นของตัวเอง!"
บรรยากาศในห้องราวกับหยุดนิ่ง คิรากรเบิกตากว้างเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึงกับคำพูดตรงไปตรงมาของคนตรงหน้า ไม่มีใครกล้าพูดจาแบบนี้กับเขามานานเท่าไหร่แล้ว? ไม่มีใครกล้าทะลวงผ่านกำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาปกป้องความรู้สึก โดยไม่เกรงกลัวสายตาคุกคามนั้นเลยสักคน
แต่น่านฟ้าทำ... และทำด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจ
"มาร์คมันจงใจปั่นหัวคุณ..." น่านฟ้าพูดต่อ น้ำเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะเถียงกลับ "และคุณก็กำลังตหลุมพรางของมัน แค่เพราะกลัวว่าตัวเองจะดูแย่ในสายตาคนอื่นเหรอคะ? คุณคีย์ที่ฉันรู้จัก ไม่ใช่คนขี้ขลาดแบบนี้นี่นา"
"น่านฟ้า..."
คิรากรครางชื่อนั้นแผ่วเบา ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ แรงกดดันจากตัวตนของเขาถาโถมเข้ามาจนน่านฟ้าต้องเงยหน้าขึ้นมอง
ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่หายใจ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้กันจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดผิวแก้ม แววตาของคิรากรในตอนนี้ดุดันและร้อนรุ่ม แต่มันกลับซ่อนความสั่นไหวเอาไว้จนน่าใจหาย
"เธอไม่รู้อะไรเลย..." คิรากรกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเขาพร่าสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนายื่นออกไปจับปลายคางมนของน่านฟ้าไว้แผ่วเบา ปลายนิ้วโป้งลูบไล้กรอบหน้าเนียนอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้ อีกฝ่ายจะสลายหายไปคามือ "สิ่งที่ฉันกลัวที่สุด... ไม่ใช่การสูญเสียบริษัท ไม่ใช่การพ่ายแพ้ให้ไอ้มาร์ค..."
น่านฟ้ากลืนน้ำน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สัมผัสอุ่นร้อนที่ข้างแก้มส่งกระแสไฟแล่นริ้วไปทั่วร่าง
"...แล้วคุณกลัวอะไรล่ะคะ?" น่านฟ้าถามเสียงสั่น พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้หลุดอาการตื่นตระหนก
คิรากรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น นัยน์ตาคมกริบฉายแววความเจ็บปวดและความหวาดกลัวที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้น่านฟ้าแทบหยุดหายใจ
"ฉันกลัวว่า... ถ้าฉันชนะเกมนี้ แต่ฉันต้องเสียเธอไป... ฉันจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองได้เลย"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนหยิ่งยโสอย่างคิรากร ทุบทำลายกำแพงทุกอย่างที่น่านฟ้าสร้างขึ้นจนพังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอก ความโกรธ ความหวาดระแวง และความเคลือบแคลงใจทั้งปวงมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความซาบซึ้งใจที่เอ่อล้นจนขอบตาร้อนผ่าว
น่านฟ้าอ้าปากค้าง เตรียมจะเอ่ยปากตอบรับความรู้สึกที่โหมกระหน่ำเข้ามาในอก แต่ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศโรแมนติกและเปราะบางนั้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาโดยไม่รอให้อญาต!
"คุณคีย์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!"
ร่างของเลขาหน้าห้องวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง ก่อนจะเบรกเอี๊ยดเมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มและเด็กหนุ่มยืนประชิดติดกันจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว เธออ้าปากค้าง หน้าถอดสีด้วยความทำอะไรไม่ถูก
คิรากรสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย นัยน์ตาคมกริบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
แต่ประโยคถัดมาของเลขา กลับทำให้คิรากรและน่านฟ้าต้องผงะถอยหลังด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด...
"หุ้นของบริษัทเราถูกเทขายอย่างไร้สาเหตุ... และคนที่กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดในตอนนี้ คือ 'คุณหญิงศจี' แม่แท้ๆ ของคุณคีย์เองค่ะ!"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "แบล็กเวลเวต" เสมอมานะคะ!
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ•ตอนที่ 17
ความเปราะบางของคนใจแข็ง
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!