"อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของท่านประธานคีย์กับคุณน่านฟ้าหรือเปล่าครับเนี่ย?"
รอยยิ้มพราวระยับที่เคลือบด้วยความกวนประสาทขั้น The Next Level ของมาร์ค ปรากฏขึ้นตรงหน้า ประโยคทักทายที่จงใจเน้นเสียงสูงต่ำในคำว่า ‘เวลาส่วนตัว’ ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางของท่านประธานหนุ่มพลันลดอุณหภูมิดิ่งลงจนติดลบในเสี้ยววินาที
น่านฟ้าที่ยืนอยู่ใกล้โต๊ะทำงานของคิรากรขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่ชอบโผล่มาถูกจังหวะเวลานรกแตกเสียเหลือเกิน ดวงตากลมโตตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสนิท ก่อนจะเหลือบไปมองปฏิกิริยาของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน
คิรากรไม่ได้ขยับเขยื้อnกายลุกขึ้นทันที ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง ดวงตาคู่คมดุจพญาอินทรีย์จ้องมองมาร์คราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนน่านฟ้ารู้สึกได้
"ถ้ามารyแล้วยังไม่มีสมองพอจะเคาะประตูก็ไสหัวกลับออกไปซะ มาร์ค" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความกรุ่นโกรธ คิรากรวางปากกาในมือลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ จนน้ำหมึกราคาแพงแทบกระฉอก มันคือความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อแผนการ ‘พาหน่านฟ้าออกไปข้างนอกด้วยกันเป็นครั้งแรก’ สองต่อสองกำลังจะพังไม่เป็นท่า เพราะไอ้ตัวน่ารำคาญที่ชอบทำตัวเป็นแมลงวันหัวเขียว
"โอ๊ะ ใจร้ายจังครับท่านประธาน ผมก็แค่นำเอกสารด่วนมาส่ง... แต่บังเอิญเห็นภาพบาดตาบาดใจเข้าหน่อย เลยอดแซวไม่ได้" มาร์คยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน สายตาเจ้าเล่ห์พราวระยับเคลื่อนจากใบหน้าบึ้งตึงของคิรากร มาหยุดอยู่ที่ร่างโปร่งของน่านฟ้าพร้อมส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้ "ว่าแต่น่านฟ้าสนใจเปลี่ยนบรรยากาศไปกินกาแฟกับผมแทนไหมครับ? ร้านเปิดใหม่ริมแม่น้ำบรรยากาศดีมากนะ รับรองว่าปลอดโปร่ง... ไม่มีใครหน้าบูดคอยทำลายอารมณ์แน่ๆ"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น ความกดดันพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน
น่านฟ้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มหยันขึ้นมาวับหนึ่ง เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำชวนหน้าไม่อายนั้นเพื่อตัดปัญหา แต่ทว่า... มือหนาของใครบางคนกลับไวatกว่าความคิด
พรึบ!
คิรากรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวฉับเดียวก็มาประชิดตัวน่านฟ้า มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของคนตัวเล็กกว่าไว้แน่นด้วยแรงที่มากพอจะทำให้รู้สึกเจ็บนิดๆ แต่ไม่ทันที่น่านฟ้าจะได้โวยวาย คิรากรก็กระชากร่างบางให้เข้ามาหลบอยู่ด้านหลังของตนเองอย่างปกป้องและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้ง
ดวงตาคมกริบกวาดมองคู่แข่งทางธุรกิจด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม "เลิกใช้ลูกไม้ตื้นๆ แล้วไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะสั่งให้ รปภ. โยนแกออกไปจากตึกนี้ทั้งเป็น"
"อุ๊ย น่ากลัวจังครับ..." มาร์คหัวเราะในลำคออย่างชอบใจที่สามารถปั่นประสาทคนนิ่งขรึมอย่างคิรากรได้สำเร็จ สายตาคมกราบกรานมองข้ามไหล่กว้างของคิรากรไปสบตากับน่านฟ้าที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง "แล้วผมจะรอวันที่คุณเบื่อคนแถวนี้แล้วกันนะครับ... น่านฟ้า"
สิ้นคำพูดกวนประสาทนั้น มาร์คก็ยอมหมุนตัวเดินกลับออกไปจากห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะรื่นหู ทิ้งไว้เพียงความระอุของอารมณ์คุกรุ่นที่ยังคงค้างเติ่งอยู่ในอากาศ
คิรากรยังคงยืนนิ่งท่ามกลางความเงียบ สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน มือที่จับข้อมือน่านฟ้าอยู่ยังไม่ได้คลายออก แรงบีบนั้นสะท้อนถึงคลื่นอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ข้างใน
"ปล่อยได้แล้วมั้งครับคุณคีย์ ข้อมือผมไม่ได้ทำด้วยเหล็กนะ" น่านฟ้าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงเรียบเรื่อยเจือแววประชดประชันนิดๆ
คิรากรสะดุ้งเล็กน้อยราวกับเพิ่งรู้ตัว เขาซะตากลับมามองข้อมือขาวที่ขึ้นรอยแดงจางๆ จากแรงบีบของตัวเอง รีบคลายมือออกทันทีแต่ก็ยังไม่ยอมถอยห่าง "เจ็บหรือไง"
"ถ้าผมบอกว่าเจ็บ คุณจะเป่าคาถาเพี้ยงให้หายไหมล่ะครับ?" น่านฟ้าลอยหน้าลอยตาตอบ พรางยกข้อมือขึ้นมาลูบเบาๆ ดวงตาคู่สวยมองค้อนคิรากรไปทีหนึ่ง "แล้วนี่ตกลงเราจะยังไปกันอยู่ไหมครับ หรือจะยืนเถียงกับผมอยู่ตรงนี้จนหมดวัน"
คิรากรชะงักไปนิดเมื่อได้ยินประโยคทวงสัญญา ความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนโล่งใจที่น่านฟ้าไม่ได้เปลี่ยนใจไปไหน "ไปสิ ทำไมจะไม่ได้" เจ้าตัวตอบเสียงห้วน กลบเกลื่อนความรู้สึกวูบวาบในอกที่ถูกสายตาวับวามคู่นั้นมองมา "หยิบกระเป๋าของนายแล้วตามมา อย่าให้ต้องพูดซ้ำสอง"
รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถใต้ดินของบริษัทด้วยความเร็วสูง ทิวทัศน์สองข้างทางยามบ่ายแก่ๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์และการทำงานของแอร์คอนดิชันเนอร์
น่านฟ้าเบือนหน้ามองออกไปนอกกระจกหน้าต่าง ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับภาพตึกรามบ้านช่องที่ผ่านตา การออกมาข้างนอกกับคิรากรในฐานะ ‘เดทแรก’ (แม้เจ้าตัวจะไม่เคยเอ่ยปากใช้คำนี้ก็ตาม) เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิต ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากผลประโยชน์และดีลลับทางธุรกิจ ตอนนี้มันกลับมีเส้นบางๆ สีเทาเข้ามาคั่นกลาง ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาเริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารำคาญ
รถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทatหน้าคาเฟ่สไตล์มินิมอลซ่อนตัวอยู่ในย่านชุมชนเงียบสงบ ร้านนี้ถูกเลือกโดยคิรากรด้วยเหตุผลสั้นๆ ว่า ‘ปลอดภัยจากสายตาพวกนักข่าวและคนน่ารำคาญ’
เมื่อก้าวลงจากรถ ความเย็นสบายของเครื่องปรับอากาศผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดก็ลอยมาแตะจมูก คิรากรเลือกโต๊ะมุมสุดในโซนที่เป็นส่วนตัวที่สุด ทอดสายตามองคนตรงข้ามที่กำลังพลิกดูเมนูในมืออย่างพินิจพิเคราะห์
"อยากกินอะไรก็สั่ง อย่าเกรงใจกระเป๋าตังค์ฉัน" คิรากรเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะห้วนตามนิสัย แต่แววตากลับอ่อนโยนลงอย่างไม่รู้ตัวเมื่อมองริมฝีปากบางที่กำลังขยุบขยิบอ่านชื่อขนมหวานในเมนู
"ผมไม่เคยเกรงใจกระเป๋าตังค์คนรวยอยู่แล้วครับคุณคีย์" น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "งั้นผมขอเค้กช็อกโกแลตพรีเมียมสองก้อน กับลาเต้เย็นหวานน้อย... แล้วก็..."
"พอเลย แค่นั้นก็อ้วนตายแล้ว" คิรากรขัดขึ้นทันควัน แกล้งทำเป็นดุเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มที่กำลังจะหลุดออกมา "สั่งอะไรเยอะแยะ เดี๋ยวก็กินไม่หมด"
"เงินผม เอ้ย! เงินคุณต่างหากล่ะครับ ผมจะกินให้พุงกางเลยคอยดู" น่านฟ้าเถียงกลับหน้าตาเฉย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับด้วยความสนุกสนาน เป็นครั้งแรกที่คิรากรได้เห็นรอยยิ้มที่จริงใจและสดใสขนาดนี้จากเด็กหนุ่มผู้แสนเข้มแข็งคนนี้ รอยยิ้มที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเจรจาธุรกิจหรือใส่หน้ากากเข้าหากัน
ระหว่างที่พวกเขากำลังรอเครื่องดื่มและขนม บรรยากาศรอบตัวก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ความเกร็งและกำแพงที่ต่างฝ่ายต่างสร้างไว้ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อยผ่านบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่มักจะมีคมมีดเชือดเฉือนกันเบาๆ ตามประสาคนปากไม่ตรงกับใจ
แต่ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน...
กริ๊ง!
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในร้าน น่านฟ้าไม่ได้สนใจจะหันไปมอง จนกระทั่งฝีเท้าคู่นั้นหยุดลงตรงโต๊ะของพวกเขา
"บังเอิญจังเลยนะครับ... ไม่คิดว่าจะเจอท่านประธานกับคุณน่านฟ้าที่นี่"
น้ำเสียงคุ้นหูที่ดังขึ้นทำให้น่านฟ้าชะงัก คิรากรขมวดคิ้วมุ่นทันทีด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งกลับขึ้นมาอีกระลอกเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่
มาร์คยืนยิ้มระรื่นอยู่ข้างโต๊ะ สายตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยแผนการบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"ที่นี่ไม่ได้ติดป้ายห้ามหมาเข้า... แต่ถ้ารู้ว่านายจะตามมา น่าจะติดป้ายเพิ่มซะหน่อย" คิรากรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยียบเย็นจนอุณหภูมิรอบโต๊ะลดฮวบ
มาร์คไม่ได้โกรธ เขายังคงยิ้มระรื่นก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ 1 ประโยคข้างหูน่านฟ้า ทำให้ร่างโปร่งถึงกับผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ
"ผมว่าคุณควรระวังตัวไว้นะครับน่านฟ้า... เพราะความลับที่คุณกับท่านประธานปิดบังเอาไว้ มันกำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้วล่ะ"
หัวใจของน่านฟ้ากระตุกวูบไปถึงตาตุ่ม ท่ามกลางความตกตะลึงที่ฉายชัดในแววตาของคิรากรและน่านฟ้า มาร์คก็ยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้พวกเขาสองคนแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความหวาดระแวงที่กำลังจะขาดสะบั้น!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "แบล็กเวลเวต" เสมอมานะคะ!
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ•ตอนที่ 16
เดทลับๆ ที่ไม่เป็นความลับ
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!