"คุณกำลังเล่นเกมบ้าอะไรอยู่..."
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของคิรากรไม่ได้เจือแววหยอกล้อแม้แต่น้อย มันคือเสียงของคนที่กำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความอดทน
หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ฉายกราฟราคาหุ้นที่ดิ่งเหวราวกับดิ่งพสุธา ตัวเลขสีแดงฉานกระพริบเตือนสติราวกับเยาะเย้ย แต่สิ่งที่ทำให้แผ่นหลังกว้างของทายาทตระกูลดังเกร็งเครียดไม่ใช่ตัวเลขเหล่านั้น มันคือชื่อของผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่เพิ่งกว้านซื้อหุ้นลอยตัวทั้งหมดไปในพริบตา... 'คุณหญิงศจี'
แม่แท้ๆ ของเขาเอง
น่านฟ้าไม่ได้ขยับหนี แม้ว่าร่างสูงใหญ่ของคุณคีย์จะก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเขาเกือบจะแนบชิดกับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในคืนไร้จมูกลม
"ผมไม่ได้เล่นเกมค่ะคุณคีย์" น่านฟ้าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความดื้อรั้นฉายชัดอยู่ในแววตาคู่คม "ผมบอกคุณแล้วว่าเกมนี้ไม่ได้มีแค่คุณกับผม... และคนที่คุณควรจะหันไปเคลียร์ ไม่ใช่ผมที่นั่งหัวโด่อยู่นี่หรอกนะ"
"น่านฟ้า!"
มือหนากระชากเข้าที่ข้อแขนเรียวอย่างแรง แรงอารมณ์ที่สะสมมาทั้งวันปะทุขึ้นจนฉุดไม่อยู่ คิรากรดึงร่างบางเข้าหาตัวจนชิด อกแกร่งกระแทกเข้ากับไหล่บางโดยไม่มีการผ่อนแรง ปลายจมูกโด่งคมเฉี่ยวแทบจะชนเข้ากับแก้มใส
แต่ไม่มีความรุนแรงใดซ่อนอยู่ใต้การกระทำนั้น... มีเพียงความสั่นเทาเล็กๆ ที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจซ่อนเร้น
"เธอคิดว่าฉันโง่มากหรือไง ถึงไม่รู้ว่าเธอร่วมมือกับใคร..." น้ำเสียงของคุณคีย์แหบพร่าลง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างขมับของคนตัวเล็ก "ทำไม... หุ้นของตระกูลฉันมันมีค่าไม่พอจะซื้อความภักดีจากเธอรึไง ถึงต้องวิ่งไปซบไอ้มาร์คมัน หรือแม้กระทั่ง... ร่วมมือกับแม่ของฉัน"
เพี๊ยะ!
ไม่ใช่เสียงตบหน้า แต่เป็นฝ่ามือเล็กที่ฟาดลงบนอกแกร่งเต็มแรง แม้จะไม่เจ็บเท่าไหร่ แต่มันก็เพียงพอที่จะหยุดคำพูดจาร้ายกาจทั้งหมดให้อยู่หมัด
น้ำตาคลอหน่วยที่หน่วยตาคู่สวย แต่น่านฟ้าไม่มีทางยอมให้มันไหลออกมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้เด็ดขาด ความคับแค้นใจพวยพุ่งขึ้นมาจนเสียงที่เปล่งออกมาสั่นเครือ
"ถ้าคุณคิดว่าผมขายวิญญาณให้คนพวกนั้นเพื่อเงิน... ทำไมคุณไม่ถามตัวเองล่ะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณเคยมองเห็นหัวผมบ้างไหม!" น่านฟ้าตวาดกลับ เสียงสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบงัน "คุณเก่งแต่สั่ง คุณคิดว่าใช้เงินฟาดหัวแล้วทุกอย่างจะจบ คุณคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลเหรอคุณคีย์!"
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงบนหัวใจของคิรากร
ร่างสูงชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกใจระคนสำนึกผิดที่เจ้าตัวไม่คุ้นเคย เมื่อเห็นรอยแดงจางๆ ที่ข้อมือขาวซึ่งเกิดจากแรงบีบของตัวเอง
"ฉัน..." คิรากรอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่คำพูดทั้งหมดก็ติดอยู่ที่ลำคอ
น่านฟ้าเบือนหน้าหนี หันไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนหยดน้ำใสที่รั้นจะไหลลงมาให้ได้ ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับคนตระกูลใหญ่และความกดดันทั้งหมดโถมเข้าใส่จนร่างบางเซถลาเล็กน้อย ทว่าก่อนที่เขาจะล้มลงไปกระทบพื้น วงแขนแข็งแกร่งคู่เดิมก็คว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน
แล้วดึงเข้าไปซบกับอกกว้างอย่างแรง
"ปล่อย..." น่านฟ้าพยายามขัดขืน ทุบตีไหล่หนาด้วยแรงอันน้อยนิด "บอกให้ปล่อยไง! จะมาทำดีตอนนี้ทำไม..."
"เงียบ..."
คำสั่งสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความเวทนาและอ่อนล้าทำให้มือเล็กที่กำลังทุบตีหยุดชะงัก
คิรากรก้มลงซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่บาง สัมผัสได้ถึงความสั่นเทาของร่างกายคนที่ชอบทำตัวอ้อมโลกและแข็งกระด้างใส่เขาเสมอ มือหนาที่เคยใช้เซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาลค่อยๆ ยกขึ้นโอบกอดแผ่นหลังบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือออกเพียงนิดเดียว อีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมห้องทำงานทั้งห้อง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน และเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวอยู่แนบอก
อ้อมกอดนี้... ทั้งแปลกปลอมและคุ้นเคยในเวลาเดียวกัน
น่านฟ้าหลับตาลง ปล่อยให้หยดน้ำตาที่กลั้นไว้หยดลงบนเสื้อสูทเนื้อดีของคุณคีย์ กำแพงหนาที่เขาใช้เวลาสร้างมาทั้งชีวิตเพื่อป้องกันตัวเอง ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสที่อ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าร้ายกาจที่สุด
"ฉันไม่ได้มองเธอเป็นแค่เครื่องมือ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู น้ำเสียงที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาในยามปกติ ตอนนี้กลับสั่นพร่าอย่างน่าใจหาย "แต่มัน... กลัว..."
"กลัวอะไรของคุณ..." น่านฟ้าถามเสียงอู้อี้ ใบหน้ายังซบอยู่กับอกเสื้อ
"กลัวว่าวันหนึ่ง ถ้าฉันไม่มีอะไรเหลือ... เธอจะเดินจากไปเหมือนที่คนอื่นทำ" คิรากรกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการหลอมรวมร่างของอีกคนให้เป็นเนื้อเดียวกับตัวเอง "น่านฟ้า... กอดนั้นของเธอ... มันยังอุ่นอยู่ไหม"
คำถามนั้นทำให้น่านฟ้านิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง
ความอบอุ่นจากอ้อมแขนกว้างที่โอบล้อมรอบกาย ส่งผ่านความรู้สึกมากมายที่ไม่อาจอธิบายด้วยคำพูด มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ ไม่ใช่แค่เกมการเมืองในครอบครัว แต่เป็นความรู้สึกที่แท้จริงของคนสองคนที่ต่างฝ่ายต่างมีแผลเหวอะหวะในหัวใจ และพยายามจะเยียวยากันและกันด้วยวิธีที่เก้ๆ กังๆ
น่านฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ ยกมือขึ้นโอบรอบเอวสอบของอีกฝ่ายไว้บ้าง สัมผัสนั้นแทนคำตอบทั้งหมดที่คิรากรอยากได้ยิน
อุ่นสิ... มันอุ่นจนเขาแทบไม่อยากตื่นจากความฝันนี้เลย
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความเปราะบางและงดงามนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างไม่ใยดี
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ประตูบานหรูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ
"อ้าว... ขอโทษทีค่ะคุณคีย์ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะเวลาสวีท... อุ๊ย หรือว่าเข้ามาผิดเวลาคะเนี่ย"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย คิรากรผละออกจากร่างของน่านฟ้าทันที ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีย์ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
"คุณหญิงศจี..." คิรากรเค้นเสียงลอดไรฟัน
---------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "แบล็กเวลเวต" มาโดยตลอดนะคะ!
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ•ตอนที่ 18
กอดนั้นยังอุ่นอยู่ไหม
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!