ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ•ตอนที่ 12

ข้อเสนอใหม่

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
เสียงประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท ทำลายบรรยากาศตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างคนสองคนให้แตกกระเจิงในเสี้ยววินาที น่านฟ้าสะดุ้งเล็กน้อย เบนสายตาจากใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงของคิรากรไปยังผู้มาใหม่ ร่างสูงโปรดของ ‘มาร์ค’ ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะที่เคลือบไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสภาพที่ค่อนข้างชิดใกล้ระหว่างเขากับเจ้าของห้องด้วยความหมายที่อ่านออกได้ไม่ยาก "ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาอันมีค่าของคุณสองคนสินะครับ... คุณคีย์" น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับร่างของคู่แข่งทางธุรกิจที่เดินลอยชายเข้ามากลางห้องราวกับเป็นเจ้าของเสียเอง คิรากรขบกรามแน่นจนสันนัดขึ้นเป็นสันชัดเจน ความโกรธเกรี้ยวที่เพิ่งถูกขัดจังหวะพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ชายหนุ่มผู้ไม่ได้รับเชิญกล้าอาจหาญบุกรุกเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัวของเขาโดยไม่เกรงกลัวความตาย "ใครอนุญาตให้นายเหยียบเข้ามาที่นี่... มาร์ค" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความเย็นเยือกและอันตราย คิรากรไม่ได้ขยับตัวลุกขึ้นยืน แต่วิพากษ์วิจารณ์ผู้มาเยือนด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "โอ้ อย่าเพิ่งทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นเลยครับคุณคีย์ ผมก็แค่ได้ข่าววงในมาว่า... ดีลสำคัญระหว่างคุณกับเด็กคนนี้กำลังมีปัญหา ผมในฐานะหุ้นส่วน (เก่าและใหม่) ก็แค่อยากจะมาช่วยแบ่งเบาภาระเท่านั้นเอง" มาร์คยักไหล่ด้วยท่าทีกวนประสาท สายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมองน่านฟ้าที่ยืนนิ่งสงบอยู่ข้างโต๊ะทำงาน น่านฟ้าหรี่ตาลงเล็กน้อยสมองหมุนเร็วจี๋ประเมินสถานการณ์ตรงหน้า นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน มาร์คมาปรากฏตัวที่นี่ในจังหวะเวลาที่เปราะบางที่สุด นั่นหมายความว่าแผนซ้อนแผนที่เขากับคิรากรเพิ่งพูดถึง อาจจะมีหนอนบ่อนไส้ที่ส่งข่าวให้คนนอกล่วงรู้ "ถ้าเรื่องเสือกเรื่องของชาวบ้านคืองานอดิเรกของนาย นายก็ทำได้ดีทีเดียวมาร์ค" น่านฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่คมกริบ ดวงตากลมโตจ้องมองคู่แข่งของคิรากรกลับอย่างไม่เกรงกลัว "แต่ประตูทางออกอยู่ข้างหลัง เชิญไสหัวไปก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาโยนตัวนายออกไป" มาร์คหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ แววตาพินิจพิเคราะห์มองสำรวจนายเอกตัวแสบด้วยความทึ่ง "ปากเก่งไม่เบานี่สมคำร่ำลือ... น่านฟ้า สนใจย้ายค่ายมาทำงานร่วมกับคนที่เห็นคุณค่าเธอมากกว่าไหมล่ะ? รับรองว่าข้อเสนอของฉันดีกว่าการเป็นแค่เบี้ยในเกมของคนแถวนี้แน่ๆ" "หุบปากของนายซะ!" คิรากรระเบิดความอดทน ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ขายาวก้าวเข้ามาขวางคั่นกลางระหว่างมาร์คกับน่านฟ้าไว้ทันที มือหนากำหมัดแน่นข้างลำตัวด้วยความหึงหวงและโกรธเกรี้ยวที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก "อย่าแม้แต่จะคิดแตะต้องคนของฉัน" "คนของนายงั้นเหรอ?" มาร์คเลิกคิ้วสูงอย่างท้าทาย รอยยิ้มเยาะยังคงประดับอยู่บนมุมปาก "ถ้าเขาเป็นคนของนายจริง ทำไมเขาถึงยังลังเลกับข้อเสนอเมื่อครู่ล่ะ? หรือว่าคุณคีย์ผู้ยิ่งใหญ่ จะไม่มั่นใจว่าตัวเองมีดีพอที่จะรั้งเขาไว้กันแน่?" คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้น่านฟ้าชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อได้ยินคำว่า 'คนของฉัน' จากปากของคิรากร แม้จะรู้ดีว่ามันเป็นแค่คำพูดที่ใช้ประกาศอาณาเขตท่ามกลางคู่แข่ง แต่มันกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในใจเขาอย่างประหลาด คิรากรสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดดาล เขาไม่ได้หันไปมองน่านฟ้าในทันที แต่สายตาดุดันยังคงจดจ้องอยู่ที่มาร์คราวกับจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ "เรื่องระหว่างฉันกับน่านฟ้า... ไม่มีพื้นที่ให้คนนอกอย่างนายเข้ามาสอดรู้สอดเห็น ออกไปจากห้องของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะทำให้ธุรกิจของครอบครัวนายพังพินาศคามือภายในคืนนี้" น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดและเปี่ยมด้วยอำนาจ ทำให้นรอยยิ้มบนใบหน้าของมาร์คเจื่อนลงเล็กน้อย ความน่ากลัวของทายาทตระกูลคิรากรไม่ใช่สิ่งที่ใครจะล้อเล่นได้ และเขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายมีศักยภาพพอที่จะทำตามที่พูดได้จริงๆ มาร์คแค่นหัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อนความตึงเครียด "โอเคๆ ผมแค่แวะมาทักทายตามประสาคนคุ้นเคย ไม่คิดว่าคุณจะหวงก้างขนาดนี้... ไว้เราค่อยคุยกันใหม่นะ, น่านฟ้า" เขาทิ้งท้ายด้วยการส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ร่างบาง ก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูเสียงดังปัง ความเงียบงันกลับเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง บรรยากาศยังคงหลงเหลือความร้อนระอุจากเหตุการณ์เมื่อครู่ คิรากรยังคงยืนหันหลังให้ น่านฟ้ามองแผ่นหลังกว้างที่ไหววับด้วยแรงหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วง ความเงียบนี้ชวนให้อึดอัดเสียยิ่งกว่าตอนที่มาร์คยังอยู่เสียอีก ร่างสูงค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่คมที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนและลุ่มลึกจนยากจะคาดเดา ความหึงหวง ความโกรธ และความกังวลฉายชัดอยู่ในแววตานั้นอย่างปิดไม่มิด "นาย... คิดยังไงกับสิ่งที่มันพูด" น้ำเสียงของคิรากรอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ยังคงมีความดุดันเจืออยู่ น่านฟ้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขยับรอยยิ้มเยาะบางเบาที่มุมปากเพื่อปกปิดความสั่นไหวในใจ "หมายถึงเรื่องที่เขาบอกว่าข้อเสนอดึงตัวน่าสนใจกว่าเหรอครับ? หรือว่าหมายถึงเรื่องที่บอกว่าผมเป็น... 'คนของุณ' กันล่ะ?" คำถามย้อนกลับนั้นทำให้คิรากรชะงักไป ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของอีกฝ่ายราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่าง "นายก็รู้ว่าฉันหมายถึงอะไร น่านฟ้า" คิรากรก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างบางทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง จนกระทั่งน่านฟ้าต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือด้านหลัง ไม่มีทางหนี ไม่มีช่องว่างให้หลบเลี่ยง คิรากรใช้แขนข้างหนึ่งยันชั้นหนังสือไว้ กักขังร่างบางให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับความดุดันที่เป็นเอกลักษณ์ของอีกฝ่ายลอยอบอวลอยู่รอบตัวจนน่านฟ้าเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง "คุณ... จะทำอะไรอีก" น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตา พยายามรักษาความแข็งกร้าวในน้ำเสียงไว้ แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกแล้วก็ตาม "ฉันเกลียดการที่คนอื่นมามองนาย" คิรากรเอ่ยเสียงพร่า ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม "และฉันก็เกลียดตัวเองที่ต้องมานั่งหึงหวงคนปากแข็งอย่างนายด้วย" น่านฟ้าเบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนหยิ่งยโสอย่างคิรากร "ฉันไม่เคยต้องอธิบายอะไรให้ใครฟังซ้ำสอง..." คิรากรเว้นจังหวะ ดวงตาสนิทแนบแน่นมองลึกเข้ามาในดวงตาของน่านฟ้าด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "แต่กับนาย... ข้อเสนอที่ฉันจะให้มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจอีกต่อไปแล้ว" น่านฟ้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอื้ออึงไปหมด "แล้ว... ข้อเสนอที่ว่ามันคืออะไรล่ะครับ?" คิรากรยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เย่อหยิ่งหรือเย็นชาเหมือนเคย แต่มันคือรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความคลั่งรักและเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจ นิ้วเรียวอุ่นจัดเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของร่างบางอย่างแผ่วเบาราวกับทะนุถนอม "ข้อเสนอของฉันคือ... เลิกเล่นเกมธุรกิจบ้าๆ นี่แล้วมาเป็นคนของฉันจริงๆ ซะ..." คิรากรกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ "แลกกับการที่ฉันจะยกอาณาจักรทั้งหมดนี่ให้คุกเข่าอยู่แทบเท้านาย... ตกลงไหม?" น่านฟ้าชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตสบตากับนัยน์ตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความจริงจังและความทุ่มเทอย่างไม่มีเงื่อนไข ความลังเลที่เคยมีพังทลายลงในพริบตาเดียว ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะขยับเข้าหาเพื่อปิดดีลสำคัญนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างรวดเร็วก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงรายงานร้อนรนจากเลขาหน้าห้องที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "คุณคีย์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทเรา..." ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%