กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องวีไอพีไม่ได้ช่วยลดทอนอุณหภูมิความคุุกกรุ่นที่กำลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวของคิรากรเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์จดจ้องร่างโปร่งของมาร์คที่ยืนยันคำพูดด้วยรอยยิ้มมุมปาก ท่าทีสุขุมเยือกเย็นของคู่แข่งทางธุรกิจรายนี้ช่างน่ารำคาญลูกตาเสียนี่กระไร ยิ่งเมื่อสายตาคู่นั้นเหลือบมองเลยไป
หยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของน่านฟ้า ยิ่งทำให้เส้นเลือดที่ขมับของคิรากรเต้นตุบๆ อย่างควบคุมไม่อยู่
"คุณมาร์คดูเหมือนจะรู้เรื่องราวในอดีตของฉันดีเหลือเกินนะคะ" เสียงหวานใสแต่เจือไปด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นจากริมฝีปากบางของน่านฟ้า เด็กหนุ่มไหล่งุ้มลงเล็กน้อยก่อนจะยืดตัวตรงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดื้อรั้นคู่นั้นกวาดมองมาร์คอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณว่างมากจนเอาเรื่องส่วนตัวของคนอื่นมาสืบ... ฉันว่าเอาเวลาไปบริหารบริษัทตัวเองไม่ให้หุ้นตกจะดีกว่าไหมคะ"
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะน่านฟ้า" มาร์คหัวเราะในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยความถูกอกถูกใจ "แต่ก็นั่นแหละ... เสน่ห์ของนายคือความพยศนี่นา จริงไหมครับคุณคีย์? หรือว่าคุณคีย์ยังไม่รู้ล่ะว่าเด็กคนนี้ไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คิด"
"หุบปากซะ" คิรากรคำรามลอดไรฟัน เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันที่น่ากลัว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวมาร์คด้วยความเร็วชนิดที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว มือหนากระชากคอเสื้อสูทราคาแพงของคู่ปรับเข้ามาใกล้จนกระดุมแทบหลุด "ถ้าไม่อยากให้ปาร์ตี้คืนนี้กลายเป็นงานศพของแก ไสหัวไปซะ"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น เสียงเพลงจากด้านนอกเล็ดลอดเข้ามาเบาบาง แต่ไม่มีใครกล้าขยับตัว แม้แต่มาร์คเองก็ยังต้องชะงักเมื่อเห็นประกายความบ้าคลั่งในดวงตาของทายาทตระกูลดัง
แต่น่านฟ้ากลับไม่คิดเช่นนั้น มือเรียวเอื้อมไปแตะที่ท่อนแขนแกร่งของคิรากรเบาๆ แรงบีบที่ส่งผ่านเนื้อผ้าสูทไม่ได้รุนแรง แต่มันมากพอที่จะทำให้คนตัวโตกว่าสะดุ้งและหันขวับมามอง
"ปล่อยเขาเถอะค่ะคุณคีย์" น่านฟ้าเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาสสีเข้มไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมานิ่งสนิท "ในเมื่อคุณมาร์คอุตส่าห์เปิดประเด็นขึ้นมาแล้ว เรามาฟังความจริงกันเลยดีกว่าไหมคะ... ว่าทำไมคุณคีย์ถึงเกลียดฉันฝังใจนัก"
คิรากรชะงัก กรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาที่เคยดุดันกลับฉายแววไหวระริกอย่างปิดไม่มิด มือหนาที่กำรอบคอเสื้อของมาร์คค่อยๆ คลายออกช้าๆ ราวกับแรงกายทั้งหมดถูกสูบหายไปในพริบตา
"น่าน..." คิรากรพึมพำเสียงพร่า น้ำเสียงนั้นไม่มีเค้าลางความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่เหลืออยู่เลย มีเพียงความหวาดกลัว... ความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีหย่อหยิ่งมาตลอดหลายเดือน
"ทำไมล่ะคะ? หรือว่าเรื่องที่ฉันลืมไป... มันคือเรื่องที่ทำให้คุณเจ็บปวดจนต้องมาลงที่ฉัน" น่านฟ้าถามต่อ น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เด็กหนุ่มจำได้ดีว่าอุบัติเหตุครั้งใหญ่เมื่อสองปีก่อนพรากความทรงจำช่วงหนึ่งของเขาไป และไม่ว่าเขาจะพยายามนึกเท่าไหร่ก็จำไม่ได้เลยว่า เคยไปเกี่ยวพันกับผู้ชายเย่อหยิ่งอย่างคิรากรท่ามกลางกองเพลิงและความสูญเสียในอดีตได้อย่างไร
มาร์คจัดคอเสื้อตัวเองให้เข้าที่ก่อนจะยิ้มเยาะ "หึ... ความจริงก็คือ น่านฟ้าจำไม่ได้หรอกว่าตอนอายุสิบแปด เกิดอะไรขึ้นที่โกดังร้างริมท่าเรือ เด็กคนนี้แหละที่เป็นคน... "
"ฉันบอกให้แกหุบปาก!" คิรากรพุ่งเข้าใส่รวบคอเสื้อของมาร์คอีกครั้งด้วยความเกรี้ยวกราด คราวนี้ดวงตาคู่นคมแดงก่ำด้วยพิษอารมณ์ ลูกผู้ชายอย่างคิรากรไม่เคยกลัวอะไรในชีวิต ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร แต่ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้น... คืนที่กลิ่นควันไฟคละคลุ้งและหยดน้ำตาของเด็กหนุ่มตรงหน้าฝังรากลึกอยู่ในใจ คือแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย
"ปล่อยค่ะคุณคีย์!" น่านฟ้าตะคอกเสียงกร้าว มือเล็กออกแรงผลักอกแกร่งของคิรากรเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว "อยากฟัง... ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ไม่ใช่เหรอคะ ในเมื่อคุณเอาแต่ใจใส่ฉัน ดูถูกฉัน ทำร้ายจิตใจฉันสารพัดเพราะเรื่องในอดีตที่ฉันจำไม่ได้! ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริง ทำไมต้องกลัวที่จะให้ฉันรู้!"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ลมหายใจหอบสะท้านของคิรากรดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ นัยน์ตาคู่คมมองหน้าน่านฟ้าด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวด หึงหวง โกรธเกรี้ยว และ... รักจนแทบคลั่ง
เขากลัว... กลัวเหลือเกินว่าพอน่านด้ารู้ความจริงทั้งหมด แววตาที่มองมาจะไม่ใช่ความดื้อรั้นท้าทายแบบนี้อีกต่อไป แต่จะเป็นความเกลียดชังที่แท้จริง
"ถ้านายอยากรู้..." คิรากรแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพชตัวเอง น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น "ถ้านายอยากรื้อฟื้นความทรงจำบ้าๆ นั่นนัก... ก็ได้!"
ทายาทตระกูลดังสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้น่านฟ้า มือหนาเอื้อมขึ้นประคองใบหน้าหวานไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสที่ต่างจากความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิงทำให้น่านฟ้าชะงักค้าง
"จำไว้ให้น่านฟ้า..." คิรากรกระซิบชิดริมฝีปากบาง แววตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดล้ำลึก "ในคืนนั้น... นายเป็นคนผลักฉันเข้าไปในกองไฟเพื่อช่วยไอ้สารเลวคนอื่น และทิ้งให้ฉันเกือบตายอยู่คนเดียว"
เปรี้ยง!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ น่านฟ้าเบิกตากว้าง ร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง สมองขาวโพลนขึ้นมาทันที ภาพแฟลชแบ็กวูบวาบเข้ามาในหัว สมองพยายามประติดประต่อเรื่องราวแต่กลับปวดร้าวราจะระเบิด มือเรียวยกขึ้นกุมขมับ เซถอยหลังจนสะดุดโซฟา
"อึก... ปวดหัว..." น่านฟ้าครางออกมาเบาๆ ใบหน้าหวานซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า
"น่าน!" คิรากรพุ่งเข้าไปคว้าตัวเด็กหนุ่มเข้าสู่อ้อมอกทันที ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่เข้ามาแทนที่ มือหนารวบร่างบางเข้ามากอดแนบอกแน่น พลางพร่ำเรียกชื่อซ้ำๆ ด้วยความร้อนรน "อย่าพยายามนึก... ฉันขอโทษ น่านฟ้า ฟังฉัน อย่าพยายามนึกถึงมัน!"
มาร์คยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มสมเพชแกมสมน้ำหน้า ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้องไป แต่ทว่า...
แอด...
เสียงเปิดประตูห้องวีไอพีดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ แต่สายตากลับคมกริบกวาดมองทุกคนในห้องด้วยความสนใจ
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานหรือเปล่าคะเนี่ย?"
เสียงทุ้มคุ้นเคยที่เอ่ยทักทายทำเอาคิรากรต้องชะงักกึก ร่างสูงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อพบว่าแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้คือตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ความลับทั้งหมดพังทลายลงในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งร้อนแรงและซ่อนปมลึกล้ำของคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ•ตอนที่ 26
ความทรงจำที่หายไป
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!