กระสุนสังหารกับนิทานของมือปืน•ตอนที่ 7

ความลับในภาพเขียน

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่มืดสลัว เอเลน่า เกรย์ หายใจติดขัด หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะยามเมื่อแผ่นหลังบางแนบชิดกับบานประตูไม้เนื้อแข็งที่ถูกล็อกกลอนไว้โดยสมบูรณ์ ความเจ็บแปลบที่ต้นคอยังคงอุ่นวาบจากรอยสัมผัสของคาร์ลอส วาเลนติโน่ ผู้ชายที่เปรียบเสมือนเปลวเพลิงอันตรายพร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้ รวมถึงตัวเธอเองด้วย "ปล่อยฉัน... คาร์ลอส คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้" น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า แม้จะพยายามดึงความแข็งกระด้างทั้งหมดที่มีออกมาปกป้องตัวเอง แต่แววตากลับฟ้องชัดถึงความหวั่นไหวที่ยากจะควบคุม คาร์ลอสไม่ถอยห่าง เขากลับก้าวเข้าไปประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างร่างกาย ร่างสูงใหญ่กักขังเธอไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้างที่ทาบลงบนบานประตู ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อเล็กน้อยจากการบดAขยี้เมื่อครู่ รอยยิ้มเย้าหยอกปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก—รอยยิ้มของนักล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อในกรงเล็บไม่มีทางหนีรอด "ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากซาตานดังลอดไรฟัน "จำไม่ได้แล้วหรือไง เอเลน่า ว่าเธอกำลังเล่นอยู่กับใคร... และสิ่งที่อยู่ในมือเธอมันมีค่ามากแค่ไหนสำหรับคนอย่างโดมินิค" ชื่อของ 'โดมินิค' ทำให้บรรยากาศรอบตัวเยียบเย็นลงทันตาเห็น ร่างบางสะดุ้งเฮือก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความลับที่เธอพยายามซ่อนเร้นมาตลอดนับตั้งแต่รับหน้าที่ภัณฑารักษ์หอศิลป์แห่งนี้ บัดนี้กลับถูกเปิดโปงโดยชายผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าอย่างง่ายดาย ภาพเขียนสีน้ำมันโบราณชิ้นนั้น... ภาพทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ดูไม่มีพิษภัย แต่มันคือแผนผังและรหัสลับทางบัญชีการเงินขององค์กรใต้ดินที่ใหญ่ที่สุด โดมินิคต้องการมันเพื่อล้างบางเสี้ยนหนามทั้งหมด และตอนนี้ โชคชะตาเล่นตลกหรือความซวยกันแน่ ที่ทำให้เธอคือผู้ครอบครองมันแต่เพียงผู้เดียว "คุณ... รู้เรื่องภาพนั่นได้ยังไง" เอเลน่าเค้นเสียงถาม ความตึงเครียดพุ่งทะยานจนแทบหายใจไม่ออก "ฉันรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอ และทุกอย่างที่องค์กรชั่วโฉดนั่นต้องการจะไขว่คว้า" คาร์ลอสก้มหน้าลงมา กระซิบชิดริมใบหูบางจนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินซอกคอที่ยังมีรอยกุหลาบสีแดงเข้มประทับอยู่ นิ้วมือหนาหยาบกร้านไล้ผ่านคางมนบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา "รวมถึงร่างกายและจิตวิญญาณที่ดื้อรั้นของเธอด้วย... เอเลน่า" สัมผัสวาบหวามจากการถูกลูบไล้ทำเอาขาของเธอกล่าวคำว่าอ่อนแรง แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนความหวาดกลัวกลายสภาพเป็นความเร่าร้อนอันตราย คาร์ลอสโน้มริมฝีปากลงมาครอบครองเรียวปากอิ่มของเธออีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่การจู่โจมด้วยความโกรธเกรี้ยว หากแต่เป็นการจูบที่ลึกซึ้ง รุกไล่ และเรียกร้อง รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนทำให้สมองของเอเลน่าขาวโพลน มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาแน่นอย่างไร้ทางสู้ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบ เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดจากลำคอของหญิงสาวเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ คาร์ลอสไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป มือแกร่งช้อนสะโพกกลมกลึงให้แนบชิดกับความแข็งแกร่งที่ตื่นตัวรับเรือนร่างของเธอ ร่างบางถูกยกขึ้นจนต้องใช้เรียวขาเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้โดยอัตโนมัติ ความแนบชิดอย่างไร้รอยต่อทำให้ห้องทำงานทั้งห้องร้อนระอุราวกับถูกเผาด้วยไฟสวาท สัมผัสลูบไล้ใต้ร่มผ้าเนียนนุ่มเรียกเสียงครางฮัมในลำคอของชายหนุ่ม เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนอย่างหลงใหลในขณะที่ริมฝีปากยังคงวนเวียนจูบซับความเร่าร้อนจากริมฝีปากเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางความมืดมิดและอันตรายที่รายล้อม ทั้งสองต่างหลอมรวมเข้าหากันด้วยแรงปรารถนาอันป่าเถื่อนและลึกซึ้ง ทว่า... ในวินาทีที่ความหอมหวานกำลังดิ่งลึกถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ! *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "นายครับ! ลูกน้องของโดมินิคพํงแนวป้องกันเข้ามาในตึกแล้วครับ! พวกมันรู้ว่าภาพเขียนอยู่ที่นี่!" เสียงตะโกนรายงานจากบอดี้การ์ดหน้าห้องดังทะลุเข้ามาทำลายบรรยากาศเร่าร้อนจนสะ่นสะเทือน คาร์ลอสดึงสติกลับมาในเสี้ยววินาที ดวงตาสนธยาหรี่ลงด้วยความเหี้ยมเกรียม เขาปล่อยตัวเอเลน่าลงยืนกับพื้นอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ก่อนจะคว้าปืนพกกระบอกโปรดออกจากแจ็คเก็ตขึ้นมาปลดล็อกเซפอย่างรวดเร็ว "แต่งตัวให้เรียบร้อยและอยู่ข้างหลังฉัน..." คาร์ลอสกระซิบเสียงต่ำด้วยแววตาดุดัน ไร้ซึ่งความปรานี "คืนนี้... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องของๆ ฉัน แม้แต่เศษเสี้ยวเดียว" เอเลน่ายังคงหอบหายใจ ใบหน้าแดงก่ำจากรสจูบเมื่อครู่ แต่นัยน์ตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาทันทีเมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังใกล้เข้ามาทุกที และก่อนที่คาร์ลอสจะพังประตูออกไปเผชิญหน้ากับความตายเบื้องนอก เสียงกริ่งโทรศัพท์ภายในห้องทำงานที่ถูกตัดขาดการเชื่อมต่อกลับดังขึ้นเสียงแหลมสูง... *กริ๊ง!* ทั้งที่สายทั้งหมดควรจะถูกตัดขาดไปแล้ว คาร์ลอสมองหน้าเอเลน่าแวบหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปยกหูโทรศัพท์ด้วยความระแวดระวัง "สวัสดี... คาร์ลอส ลูกชายผู้เนรคุณของฉัน" เสียงทุ้มต่ำ เยקט และคุ้นเคยอย่างยิ่งดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึกในทันที "นายคิดจริงๆ เหรอว่าจะซ่อนเด็กคนนั้น... และสมบัติชิ้นสำคัญของฉันพ้น?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระสุนสังหารกับนิทานของมือปืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%