ความเงียบงันภายในห้องพักกว้างขวางถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจหอบถี่ที่สอดประสานกันอย่างไม่เป็นจังหวะ กลิ่นอายของดินปืนจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมหรูหราของผู้หญิงและกลิ่นกายดุดันแบบบุรุษเพศอบอวลไปทั่วทุกอณูอากาศ เอเลน่าพยายามฝืนกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอ ในขณะที่แผ่นหลังของเธอยังคงพิงอยู่กับผนังเย็นเฉียบ แขนแกร่งของคาร์ลอสตรึงร่างเธอไว้ด้วยการวางแขนทั้งสองข้างกักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขา
“ฉันบอกให้เงียบ... ไม่ได้บอกให้ทำตัวเป็นตุ๊กตาไม้” เสียงแหบพร่าของเขาดังก้องอยู่ข้างใบหู แรงกดดันจากร่างกำยำที่เบียดชิดเข้ามาทำให้เอเลน่าแทบหายใจไม่ออก
เขาถอดเสื้อเชิ้ตสีดำตัวนอกออกอย่างถือดี เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เป็นลอนสวยงามดั่งประติมากรรมกรีก แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเอเลน่าจนไม่อาจละไปได้คือรอยแผลเป็นแนวยาวที่ลากผ่านแผ่นหลังกว้าง มันดูเหมือนร่องรอยของคมมีดที่เคยกรีดลึกจนถึงกระดูก รอยแผลนั้นนูนเด่น ตัดกับผิวสีเข้มของเขาอย่างน่าหดหู่และทรงพลังในเวลาเดียวกัน
มือเรียวของเธอสั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ลงบนผิวหนังที่ขรุขระรอบแผลเป็นนั้น
“โดมินิคทำแบบนี้กับคุณงั้นเหรอคะ...” เสียงของเธอแผ่วเบา แต่สั่นเครือไปด้วยความตื่นตระหนกที่แฝงความสงสาร
คาร์ลอสชะงักไปครู่หนึ่ง ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาเกร็งเขม็งในวินาทีที่ปลายนิ้วนุ่มนิ่มของเธอสัมผัสลงบนจุดที่ฝังลึกไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย เขาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธออย่างรวดเร็ว ดวงตาสีเข้มดุจถ่านไฟฉายจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความไร้เดียงสา
“อย่าได้แตะต้องมันถ้าเธอยังอยากรักษาชีวิตเอาไว้” เขาคำรามต่ำ มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านจากฝ่ามือของเขาไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำร้าย แต่กลับเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือด “รอยแผลพวกนี้คือบทเรียน... และเป็นตราบาปที่ฉันพร้อมจะมอบคืนให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง”
เอเลน่าไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่ เธอเชิดหน้าขึ้น สบตากับสัตว์ร้ายตรงหน้าอย่างไม่ลดละ “รอยแผลพวกนี้ไม่ได้ทำให้คุณดูน่าเกรงขามหรอกนะคะคาร์ลอส... มันกลับทำให้ฉันเห็นว่าคุณกำลังเจ็บปวดแค่ไหน”
คำพูดของเธอกระตุกหัวใจชายหนุ่มจนสั่นสะเทือน คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกของเขาแตะกับแก้มใส ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวหน้าจนเธอขนลุกชัน เขาเลื่อนมือจากข้อมือขึ้นไปประคองกรอบหน้าของเธอไว้ ก่อนจะใช้นิ้วโป้งไล้ริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอเบาๆ
“ฉลาดนักนะเอเลน่า... แต่บางครั้งการฉลาดเกินไปก็พาให้คนเราไปลงเอยในที่ที่อันตรายกว่าที่คิด”
เขาไม่รอช้าที่จะปิดกั้นคำพูดของเธอด้วยริมฝีปากของเขาเอง จูบของคาร์ลอสไม่ได้นุ่มนวลหรืออ่อนโยน มันคือการเรียกร้อง การครอบครอง และการทำลายล้าง ทุกสัมผัสที่เขามอบให้เปรียบเสมือนไฟที่แผดเผาเอเลน่าจนเธอลืมเลือนสภาวะรอบข้างไปสิ้น เธอเผลอไผลไปกับสัมผัสที่เร่าร้อน มือของเธอขยุ้มไปที่ไหล่กว้างของเขาเพื่อทรงตัว ในขณะที่เขากดจูบเน้นย้ำรุนแรงขึ้น ราวกับต้องการตักตวงความหวานจากเธอให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ท่ามกลางความเงียบที่ถูกแต่งแต้มด้วยเสียงครางแผ่วเบาในลำคอของเอเลน่า ประตูด้านหน้าห้องพักกลับถูกเปิดออกด้วยเสียงดังลั่นโดยไม่มีสัญญาณเตือน ร่างของลูกน้องคนสนิทของคาร์ลอสยืนอยู่ที่นั่นด้วยใบหน้าซีดเผือด
“นายครับ... โดมินิครู้ที่กบดานของเราแล้ว และพวกมันกำลังล้อมเข้ามาทางทิศเหนือ... เราต้องไปเดี๋ยวนี้!”
คาร์ลอสผละออกทันที ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากความหลงใหลกลับกลายเป็นนักฆ่าผู้ไร้ความปรานีในพริบตา เขาหันมาคว้าปืนกระบอกคู่ที่วางอยู่ข้างเตียง ก่อนจะคว้าข้อมือเอเลน่าไว้แน่นแล้วกระชากให้ลุกขึ้นตามเขาไป
“ฉันยังคุยกับเธอไม่จบ...” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่ทำให้เธอกลัวมากกว่าตอนเขาโกรธ “แต่ถ้าเรายังไม่อยากตายกันทั้งคู่... จงตามฉันมาและอย่าได้ปล่อยมือฉันเด็ดขาด”
ในจังหวะที่เขากำลังจะผลักประตูออกไป เอเลน่าเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดตรงทางเดิน เงาร่างนั้นถืออาวุธและดูเหมือนจะรอคอยการปรากฏตัวของพวกเขาอยู่... มันไม่ใช่ลูกน้องของโดมินิค แต่เป็นคนที่เธอจำได้แม่นว่าควรจะตายไปตั้งนานแล้ว
กุหลาบอาบแสงจันทร์ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามดื่มด่ำไปกับความรักอันตรายในบทนี้ด้วยกันนะคะ
กระสุนสังหารกับนิทานของมือปืน•ตอนที่ 2
รอยสักบนแผ่นหลัง
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระสุนสังหารกับนิทานของมือปืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!