กระสุนสังหารกับนิทานของมือปืน•ตอนที่ 3

ค่ำคืนที่เงียบเชียบ

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายความตายลอยอวลเตะจมูกทันทีที่บานประตูเหล็กกล้าถูกผลักออกครึ่งแกล้ม ความมืดสลัวของทางเดินอับชื้นทอดยาวราวกับอุโมงค์มรณะ แต่สิ่งที่ตรึงสายตาของเอเลเน่ให้แข็งค้างอยู่กับที่ ไม่ใช่ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวนั้น... หากแต่เป็นร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงผนังปูนเปลือยอยู่อย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ใต้เงาหมวกฮู้ด แต่ดวงตาคู่คมกริบที่สะท้อนแสงไฟริบหรี่คู่นั้น... เธอกลับจำมันได้แม่นยำยิ่งกว่าลมหายใจของตัวเอง "ไม่คิดเลยว่า... คนตายจะฟื้นคืนชีพกลับมาเดินเล่นในนรกได้เร็วขนาดนี้" เสียงทุ้มต่ำเอื้อiนเอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็น พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปากของชายปริศนา ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทในมือของเขาค่อยๆ ยกขึ้นชี้ตรงมายังทิศทางที่พวกเธอยืนอยู่ เอเลน่าสูดลมหายใจเข้าปอดลึกโดยอัตโนมัติ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตกใจระคนหวาดผวา เพราะเธอจำได้ดีว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ถูกโดมินิคสังหารต่อหน้าต่อตาเธอเมื่อหลายเดือนก่อน... คนที่ควรจะฝังอยู่ใต้ดินลึกหลายเมตรอย่างไร้ลมหายใจ ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ร่างหนาหนักของคาร์ลอส วาเลนติโน่ ก็ก้าวเข้ามาบังร่างของเธอไว้มิดชิด ความเร่าร้อนดุดันแผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตราย เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงแววตาดุร้ายราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือดที่จ้องมองศัตรูเบื้องหน้า "ถอยไปยัยโง่... ถ้าไม่อยากตายคากองเลือด" คาร์ลอสตวัดเสียงต่ำลอดไรฟัน มือหนาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงบีบที่เกือบจะกระดูกแหลก แรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นจากความตึงเครียดทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นอย่างประหลาด ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมครามของกันและกันปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวของนักฆ่ามือหนึ่งให้ตื่นขึ้น "ปล่อยฉันนะ..." เอเลน่ากัดฟันกรอด พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งเธอขัดขืน คาร์ลอสกลับยิ่งต้อนร่างบางให้แนบชิดติดกับผนังเย็นเฉียบของทางเดิน มืออีกข้างของเขาเลื่อนขึ้นมาตรึงท้ายทอยของเธอไว้ บังคับให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในระยะประชิด ดวงตาสีเข้มของคาร์ลอสลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาอันป่าเถื่อนท่ามกลางสถานการณ์เฉียดตาย ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน "อยากตายด้วยกระสุนของไอ้สวะนั่น... หรือจะยอมให้ฉันกลืนกินเธอตรงนี้ เพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดล่ะ เอเลน่า?" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูเต็มไปด้วยอำนาจการครอบครองที่เธอปฏิเสธไม่ได้ ความหวาดกลัวจากศัตรูเบื้องหน้าถูกแทนที่ด้วยความหวามไหววาบหวามที่วิ่งพล่านไปทั่วกระแสเลือดเมื่อปลายนิ้วแข็งกระด้างของเขาไล้ลงตามแนวคางมน ลูบไล้ริมฝีปากที่สั่นเทาด้วยความตื่นกลัวอย่างจงใจยั่วเย้า เปรี้ยง! เสียงกระสุนแหวกอากาศดังสนั่นพร้อมกับเศษปูนที่แตกกระจายเฉียดหัวไหล่ของทั้งคู่ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร แต่คาร์ลอสกลับไม่มีทีท่าจะสนใจกระสุนมรณะนั้นเลย สายตาของเขายังคงตรึงอยู่กับเรียวปากอิ่มสวยที่เผยอค้างด้วยความตกใจ เขาไม่รอช้าที่จะฉวยโอกาสที่เต็มไปด้วยความอันตรายนี้ประกบจูบลงมาอย่างดุดัน เร่าร้อน และไร้ซึ่งความปรานี รสจูบของนักฆ่าผู้เจนจัดทั้งดิบเถื่อนและเรียกร้อง ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาในโพรงปากหวานอย่างเอาแต่ใจ มือหนาบีบเค้นสะโพกมนให้แนบชิดเข้าหาเรือนร่างกำยำเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ เอเลน่าครางแผ่วในลำคอ สมองขาวโพลนด้วยฤทธิ์เสน่หาอันตรายที่โถมซัดเข้ามาจนแทบยืนไม่อยู่ ร่างกายของเธอยอมจำนนต่อสัมผัสวาบหวามนี้อย่างน่าละอาย แม้ว่าเบื้องหน้าจะมีเงาสีดำของศัตรูเก่ากำลังเดินเข้ามาใกล้ทุกที... ในจังหวะที่คาร์ลอสผริมฝีปากออกช้าๆ เพื่อกอบโกยลมหายใจ พร้อมกับมืออีกข้างที่ชักปืนพกคู่กายออกมาเตรียมลั่นไกสวนกลับอย่างไร้ความปรานี เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกหลายคนก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องหลังศัตรูคนนั้น... และแสงไฟจากไฟฉายที่สาดส่องเข้ามา ก็เผยให้เห็นใบหน้าของคนที่ก้าวออกมาจากเงานั้นอย่างชัดเจน เอเลน่าเบิกตากว้างด้วยความช็อกสุดขีด เมื่อเงาร่างสุดท้ายที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธครบมือ ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือคนที่เธอรักและไว้ใจที่สุด ซึ่งควรจะอยู่ห่างจากดินแดนสังหารนี้เป็นพันไมล์! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปกับความรักอันเร่าร้อนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระสุนสังหารกับนิทานของมือปืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%