กลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงติดอยู่ที่ปลายประสาทรับกลิ่นของคาร์ลอส วาเลนติโน่ แม้ว่าเขาจะยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นหอมละมุนของสีน้ำมันและแคนวาสราคาแพงในแกลเลอรีใจกลางกรุงปารีส ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดสีดำสนิทซ่อนเร้นรอยแผลเป็นจากคมกระสุนและมีดสั้นนับไม่ถ้วน—ร่องรอยแห่งอดีตที่โดมินิค ผู้เป็นดั่งซาตานสวมรอยบิดเบี้ยวได้ฝังรากลึกไว้ในร่างกายและจิตวิญญาณของเขา
ภารกิจนี้เรียบง่ายในทางทฤษฎี: เก็บกวาดเป้าหมาย และชิงแฟลชไดรฟ์บรรชีลับที่เชื่อมโยงเครือข่ายฟอกเงินระดับโลกขององค์กรมาเฟีย
แต่โลกของคาร์ลอสไม่เคยมีคำว่าเรียบง่าย
ดวงตาสีเทาเข้มดุจพายุหิมะกวาดมองไปทั่วห้องโถงจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัย แสงไฟสลัวสีอำพันสาดส่องลงบนภาพวาดแนวแอ็บสแตรกต์ที่เต็มไปด้วยรอยปาดพู่กันอันเกรี้ยวกราด ราวกับเสียงกรีดร้องที่ถูกกักขังไว้บนผ้าใบ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... กลิ่นหอมจางๆ ของดอกการ์เดเนียผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของค่ำคืนก็ลอยมาแตะจมูก
เธอไม่ได้ก้าวเข้ามาด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักหน่วง แต่การมีอยู่ของเธอกลับดึงดูดทุกอณูอากาศในห้องให้บิดเบี้ยว
เอเลน่า เกรย์ ภัณฑารักษ์สาวผู้กุมกุญแจดอกสำคัญที่สุด เธอยืนอยู่เบื้องหน้าภาพวาดชิ้นใหญ่ที่สุดในห้อง แสงไฟสปอตไลท์ส่องกระทบเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่รวบไว้หลวมๆ เผยให้เห็นลำคอระหงขาวเนียนและแผ่นหลังเปลือยเปล่าภายใต้ชุดเดรสผ้าไหมสีเขียวมรกตเข้ารูป ร่างอรชรนั้นสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความระแวงระวังที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งและนิ่งสงบ
คาร์ลอสสาวเท้าเข้าไปใกล้โดยไร้ซุ่มเสียง ราวกับเสือดาวที่กำลังคืบคลานเข้าหาเหยื่อในความมืด
“งานศิลปะชิ้นนี้ราคาแพงลิบลิ่ว... แต่ดูเหมือนมันจะสื่อสารความตายได้ดีกว่าความงดงามนะคะ”
เสียงหวานใสแต่แฝงความสั่นพร่าดังขึ้นโดยที่เอเลน่าไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เธอยังคงจ้องมองภาพวาดตรงหน้าด้วยแววตาสั่นระริก รู้ตัวดีว่ามีเงาทมิฬทาบทับอยู่เบื้องหลัง
คาร์ลอสหยุดยืนห่างจากแผ่นหลังบางเพียงคืบ กลิ่นกายดิบเถื่อน บุรุษเพศ และความอันตรายแผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูเรียวเล็ก เสียงทุบต่ำและแหบพร่าดังก้องในโสตประสาทของเธอ
“ความตายมักถูกห่อหุ้มด้วยความงดงามเสมอ... เธอก็น่าจะรู้ดี เอเลน่า”
ร่างบางสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองหลุดออกมาจากปากของชายแปลกหน้า สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องให้เธอวิ่งหนี แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ขยับเขยื้อน ท่อนแขนแข็งแกร่งดั่งโซ่เหล็กก็คว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่ว รั้งร่างของเธอเข้าแนบชิดแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและไอร้อนระอุอย่างไร้ความปรานี
“คุณเป็นใคร! ปล่อยฉันนะ!” เอเลน่าตื่นตระหนก เธอหันขวับกลับมาปะทะสายตาคมกริบที่ราวกับจะกลืนกินวิญญาณของเธอเข้าไปทั้งตัว แรงปะทะระหว่างความหวาดกลัวและแรงดึงดูดทางกายภาพพุ่งชนกันจนแทบหยุดหายใจ
ดวงตาสีเทาเข้มกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธขัดเคือง ความดุดันในแววตาของคาร์ลอสไม่ได้ลดน้อยลงเลย มีแต่จะลุกโชนขึ้นเมื่อได้สัมผัสความนุ่มนวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความพยศของเธอ นิ้วมือหยาบกร้านมีรอยแผลเป็นจากการถือปืนไล่ไล้ขึ้นตามกรอบหน้าเนียนนุ่ม บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสอันคุกคามที่เธอไม่อาจหลีกหนี
“คนที่รู้อย่างอื่นดีกว่าที่คุณคิด... รวมไปถึงเรื่องที่ว่าบัญชีลับของโดมินิคอยู่ที่ไหน” คาร์ลอสกดเสียงต่ำ ดวงตาคมกวาดมองสำรวจริมฝีปากสั่นระริกนั้นอย่างจาบจ้วง “ส่งมันมาให้ฉันซะดีๆ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ... ไม่ใช้วิธีพูดคุย”
เอเลน่าเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระส่ำจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตาย แต่เป็นเพราะสัมผัสร้อนผ่าวจากมือใหญ่ที่กำลังลูบไล้ลงมาตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธออย่างจงใจ ความเย็นเยือกของแกลเลอรีมลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยไฟปรารถนาอันอันตรายที่แผดเผาทั้งสองร่างให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเงาจันทร์
“ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร...” เธอเฟ้นหาเสียงปฏิเสธ แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งกดเน้นย้ำลงที่สะโพกผาย รั้งร่างเธอให้แนบชิดจนรับรู้ถึงสัดส่วนอันตรายที่ตื่นตัวอยู่เบื้องล่าง
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่สั่นพร่าและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาดิบเถื่อน เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากเธอยั่วเย้า
“ปากแข็งดีนี่... งั้นเราคงต้องใช้เวลากล่อมกันให้มากกว่านี้แล้วล่ะคนสวย”
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากหยักลึกกำลังจะทาบทับลงบนกลีบปากนุ่มเพื่อลงทัณฑ์ความอวดดี เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องผ่านกระจกเข้ามาวับๆ แวมๆ
เอเลน่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ลูกน้องของโดมินิคตามมาเจอพวกเขาเร็วกว่าที่คาดไว้!
คาร์ลอสสบถในลำคออย่างหัวเสีย แต่แววตากลับเปลี่ยนเป็นคมกริบราวนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ เขาไม่ได้ปล่อยตัวเธอ แต่กลับกระชากร่างบางให้แนบชิดยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับควักปืนพกเก็บเสียงกระบอกดำสนิทออกจากแจ็คเก็ตด้วยมือข้างเดียวอย่างคล่องแคล่วว่องไว ดวงตาดุดันเหลือบมองประตูทางเข้าที่กำลังถูกพังเข้ามา ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจและเด็ดขาดจนปฏิเสธไม่ได้
“ถ้าไม่อยากตายคาอกฉัน... ก็ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด... เด็กดี”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
กระสุนสังหารกับนิทานของมือปืน•ตอนที่ 1
เสียงกระซิบในแกลเลอรี
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระสุนสังหารกับนิทานของมือปืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!