"ถ้าคุณรวินท์ยังทำหน้าเหมือนอมยาสระผมบูดใส่ผมแบบนี้อีกสักวินาทีเดียว ผมจะถือวิสาสะสั่งกุ้งเผามาเทใส่หัวคุณจริงๆ ด้วยนะกครับ"
เสียงทุ้มติดกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจของร้านอาหารริมน้ำ บรรยากาศยามเย็นที่ควรจะโรแมนติกกลับระอุด้วยอุณหภูมิความหงุดหงิดที่พุ่งสูงปรี๊ดของสถาปนิกหนุ่มมาดเนี้ยบ
รวินท์วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะไม้ด้วยแรงที่มากกว่าปกตินิดหน่อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองวิศวกรหนุ่มรุ่นน้องที่นั่งไขว่ห้างทำหน้าลอยชายอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างคาดโทษ
"เชิญตามสบายครับคุณธันวา ถ้าคุณอยากให้โปรเจกต์คอมเพล็กซ์ริมน้ำโดนปรับตกแบบไม่เหลือซาก เพราะวิศวกรผู้รับเหมาโดนคดีทำร้ายร่างกายสถาปนิกออกแบบโครงสร้าง" รวินท์ย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา แต่แฝงไปด้วยความเข่นเขี้ยวในที
ธันวาหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ยิ่งได้เห็นรวินท์อาการคิ้วกระตุก ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่ามื้อค่ำที่อ้างว่า "นัดทานข้าวเพื่อความก้าวหน้าของงาน" ตามคำสั่งของคุณพิมนั้น... มีประโยชน์มากกว่าที่คิด
มันคือการกระชับมิตร หรือการกระชากประสาทกันแน่... ทั้งคู่ต่างรู้แก่ใจดี
เหตุการณ์นี้สืบเนื่องมาจากบ่ายวันที่วุ่นวาย เมื่อคุณพิม หัวหน้าโครงการจอมวางแผน ยื่นคำขาดให้ทั้งสองคน "เคลียร์ใจและปรับจูนทัศนคติ" นอกเวลางาน มิฉะนั้นแบบร่างโครงสร้างทั้งหมดจะถูกส่งกลับไปแก้ใหม่ตั้งแต่ศูนย์ รวินท์ผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบจึงต้องจำใจกลืนศักดิ์ศรี นัดกินข้าวกับไอ้ตัวแสบฝั่งวิศวกรรมคนนี้
"โธ่ คุณรวินท์ครับ ก้าวหน้าเนี่ย หมายถึงความก้าวหน้าของความสัมพันธ์เราด้วยหรือเปล่า งานนี้คุณพิมอุตส่าห์หวังดีนะเนี่ย อยากให้เรา 'สมานฉันท์' กันไวๆ" ธันวาจงใจเน้นเสียงคำว่าสมานฉันท์ พร้อมกับยื่นจานกุ้งแม่น้ำเผาตัวโตที่แกะเปลือกให้อย่างเสร็จสรรพมาวางไว้ตรงหน้าอีกฝ่าย
รวินท์เหลือบมองกุ้งตัวนั้นสลับกับใบหน้าระรื่นของอีกฝ่าย มือเรียวภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเรียบร้อยนิ่งค้างไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย... *ให้ตายสิ* หมอนี่ชอบทำเรื่องกวนประสาทให้กลายเป็นเรื่องชวนใจสั่นอยู่เรื่อย
"ใครอยากสมานฉันท์กับคุณ ทานเสร็จต่างคนต่างกลับครับ งานส่วนงาน ส่วนเรื่องส่วนตัว... เราไม่มีเรื่องส่วนตัวต่อกัน" รวินท์ปฏิเสธเสียงแข็ง เบือนหน้าหนีไปมองระเบียงริมแม่น้ำเพื่อซ่อนร่องรอยความประหม่าที่ฉายชัดบนพวงแก้ม
"แน่ใจเหรอครับว่าไม่มี?" ธันวาโน้มตัวเข้าไปใกล้โต๊ะมากขึ้น ระยะห่างที่ถูกย่นย่อลงทำให้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นอายบุรุษเพศลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของรวินท์ "คนที่ไม่มีเรื่องส่วนตัวต่อกัน... เขาแอบจำได้ด้วยเหรอว่าผมแพ้ถั่วลิสงน่ะ"
รวินท์ชะงักกึก หันขวับกลับมามองหน้าอีกฝ่ายทันที "ผมไม่ได้จำ คุณพิมต่างหากที่เป็นคนเตือนตอนประชุมเบื้องต้นต่างหากล่ะครับ อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยคุณธันวา"
"อ๋อเหรอครับ..." ธันวายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ต่อให้คนตาบอดก็ยังรู้ว่าเจ้าตัวกำลังหยอกเย้าให้เขาจนมุม "แต่คุณพิมไม่ได้อยู่ในห้องประชุมตอนที่ผมบ่นว่าปวดหัวเมื่อวานนี้ แล้วคุณ... เอえ... ใครนะที่เป็นคนเอายาแก้ปวดกับน้ำอุ่นมาวางไว้บนโต๊ะทำงานผม พร้อมโพสต์อิทเตือนว่า *'ทำงานให้มันน้อยๆ สมองจะได้ไม่ฝ่อ'* แบบนั้นน่ะ"
ใบหน้าของรวินท์ร้อนผ่าวขึ้นมาในฉับพลัน ความซึนเดระที่สะสมมานานเกือบพังทลายลงในวินาทีนั้น ชายหนุ่มเม้มปากแน่น นัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมอย่างรวดเร็ว
"ผมแค่ไม่อยากให้วิศวกรหน้าไหนมาตายคาไซต์งานเพราะอาการไมเกรนกำเริบหรอกครับ มันเสียเวลาผมในการตรวจแบบใหม่" รวินท์แก้ตัวเสียงแข็ง พยายามกลบเกลื่อนพิรุธสุดฤทธิ์
ธันวาไม่ตอบโต้ เขานั่งมองท่าทางแข็งกระด้างที่ซ่อนความเขินอายเอาไว้ไม่มิดนั้นด้วยสายตาที่ลุ่มลึกขึ้น ความกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนที่ฉายชัดในแววตาคมกริบ คู่นี้ผ่านการปะทะฝีปากกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ยิ่งเถียง ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งทำให้กำแพงที่รวินท์สร้างไว้พังทลายลงทีละน้อย
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดเสียงลง เสียงจอแจของร้านอาหารรอบข้างเลือนหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกันอย่างประหลาด รวินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อสังเกตเห็นว่าธันวาเคลื่อนตัวเข้ามาประชิดฝั่งที่ตนนั่งอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"ปากแข็งจังนะครับ... รวินท์" เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ทำเอาสถาปนิกหนุ่มผู้เจ้าระเบียบถึงกับตัวแข็งทื่อ ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตทำให้รวินท์ต้องรีบหันไปหมายจะต่อว่า
ทว่า... จังหวะนั้นเอง ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะแตะโดนกัน รวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงความสั่นไหวในอารมณ์ ดวงตาคู่สวยสบประสานเข้ากับนัยน์ตาพราวระยับที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป
ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างพวกเขาทั้งคู่ในเสี้ยววินาทีนั้น ไม่มีคำพูดใดๆ มีเพียงแรงดึงดูดประหลาดที่ฉุดรั้งให้ใบหน้าค่อยๆ เคลื่อนเข้าหา0กันโดยไม่รู้ตัว รวินท์หลับตาลงครึ่งหนึ่ง หัวใจเต้นรัวรากับกลองชุด
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้สัมผัสกัน เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะมารผจญ!
ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิด ขณะที่รวินท์สะดุ้งสุดตัว รีบผละถอยหลังกลับไปนั่งหลังตรงเหยียดตรงอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาฟอร์ม มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน
แต่ทว่า... ข้อความแจ้งเตือนและภาพถ่ายที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ กลับทำให้เลือดในกายของรวินท์เย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว
มันคือภาพถ่ายภายในห้องทำงานส่วนตัวของรวินท์... และเอกสารลับของโครงการที่ควรจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี พร้อมกับข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกที่ส่งเข้ามาว่า:
*"ดูเหมือนความลับเรื่องที่คุณสองคนแอบกิ๊กกัน... จะไม่ได้มีแค่คุณพิมคนเดียวแล้วนะครับ สถาปนิกคนเก่ง"*
ธันวาที่สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าซีดเผือดของรวินท์ รีบดึงโทรศัพท์เครื่องนั้นมาดูทันที นัยน์ตากลมโตของวิศวกรหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีหน้าถมึงทึง ดุดัน และอันตรายขึ้นมาในทันที
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ตั้งตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงโต๊ะอาหาร พร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นคนนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ!
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 13
นัดทานข้าวเพื่อความก้าวหน้า
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!