เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 12

ขอบคุณนะ...แต่ไม่ชอบหน้าหรอก

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"จะมองหน้าผมอีกนานไหมครับ คุณรวินท์ หรือว่ากลัวว่าความจริงมันจะฟ้องว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่" เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องประชุมเล็กทันที หลังจากที่คุณพิมเดินยิ้มกรริ่มลับหายออกไปทางประตู พร้อมกับทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้กลางวงระหว่างวิศวกรหนุ่มจอมกวนกับสถาปนิกมาดเนี้ยบ รวินท์สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต ใบหน้าเรียบเฉยที่เคยพยายามสร้างเกราะป้องกันมาตลอดทั้งวันพังทลายลงในพริบตา ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวสูงที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทางสบายอกสบายใจอย่างนึกหมั่นไส้ "ใครมองคุณ อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยครับคุณธันวา งานตรงหน้ากองเป็นภูเขาเลี่ยงไม่พ้นอยู่แล้ว ถ้าคุณว่างมากจนมีเวลามานั่งวิเคราะห์สีหน้าคนอื่น เอาสมองไปตรวจดูแบบโครงสร้างคานรับน้ำหนักโซน C ดีกว่าไหมครับ เผื่อมันจะมีรอยร้าวเหมือนตรรกะที่คุณกำลังใช้พูดอยู่ตอนนี้" รวินท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมตามสไตล์สถาปนิกผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อใครง่ายๆ เขาเอื้อมมือไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาพลิกหน้าจอไปมาอย่างจงใจหลบสายตาคมกริบที่กำลังพุ่งตรงมาที่ตัวเอง แต่วิศวกรหนุ่มสายลุยกลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยห่าง ธันวาก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวเดิมทีละนิด จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนน่าใจหาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอแดดจางๆ ลอยปะทะจมูกจนรวินท์ต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ "ปากเก่งจริงๆ นะครับ... เวลาเขินเนี่ย" ธันวาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความขบขันและเอ็นดูระคนกัน "หูแดงแจ๋ขนาดนั้น ยังจะมีหน้ามาบอกว่าไม่ได้มองอีกเหรอครับสถาปนิก" รวินท์เม้มริมฝีปากแน่นโดยอัตโนมัติ รู้สึกได้ทันทีว่าความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูตามคำแซวของอีกฝ่าย เขาเงยหน้าขึ้นจ้องตากลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกข้างซ้ายจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม "ถ้าสายตาคุณมันว่างมากจนเอาแต่สังเกตเรื่องไร้สาระ ผมแนะนำให้ไปตัดแว่นใหม่นะครับ จะได้มองเห็นชัดเจนว่าผมกำลังหงุดหงิดที่คุณชอบก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวมากกว่า" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าในบรรยากาศที่เงียบสงบ จนรวินท์รู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ วิศวกรหนุ่มไม่ได้ถอยหนี กลับยิ่งทิ้งน้ำหนักมือลงบนโต๊ะแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน "ไม่ได้ก้าวก่ายสักหน่อยครับ... ผมแคร์ต่างหาก" น้ำเสียงที่เคยติดกวนประสาทเมื่อครู่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลและจริงจังขึ้นมาดื้อๆ จนรวินท์ชะงักไป ดวงตาทั้งคู่ประสานกันนิ่งงัน บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ ธันวาจ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่ซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ลึกซึ้ง เกินกว่าที่เคยแสดงออกผ่านบทสนทนาหยอกล้อในทุกๆ วัน "ผมเห็นคุณนั่งเครียดกับดีไซน์ฟาซานต์หน้าตึกมาสามวันเต็มๆ ข้าวก็ไม่ค่อยกินกาแฟก็ซัดเข้าไปเป็นลิตร... ถ้าตึกมันจะสวยจนคนออกแบบล้มป่วย ผมว่ามันไม่คุ้มหรอกนะครับ" รวินท์นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ความซึนและกำแพงที่สร้างไว้สูงลิ่วพังทลายลงมาทีละน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาไม่คิดว่าผู้ชายปากเสียคนนี้จะสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเขาได้มากขนาดนี้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา งานออกแบบผนังระแนงบังแดดด้านหน้าโครงการประสบปัญหาเรื่องน้ำหนักและวัสดุที่ไม่ลงตัวกับโครงสร้างวิศวกรรม รวินท์ต้องแก้แบบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบไม่ได้นอน แต่วันนี้... ในตอนที่เขากำลังจะยอมแพ้กับความกดดัน ธันวากลับแอบไปเจรจากับผู้รับเหมาและปรับแก้สเปกวัสดุกรจกโครงสร้างเบาให้โดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยปากขอร้อง แถมยังช่วยเคลียร์ปัญหากับคุณพิมให้พ้นทางได้อย่างแนบเนียน รวินท์กะพริบตาปริบๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ ความดื้อรั้นและท่าทีแข็งกระด้างเมื่อครู่ระเหิดหายไปหมดสิ้นเหลือเพียงความเคอะเขินที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ "ใครบอกให้คุณไปคุยกับผู้รับเหมาเองล่ะครับ..." รวินท์พึมพำเบาๆ เสียงอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียงเหมือนทุกที ดวงตากลมโตหลุบมองลงต่ำ แอบซ่อนรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากไว้อย่างสุดความสามารถ "นั่นมันงานของผม... คุณไม่มีสิทธิ์ไปสั่งแก้สเปกวัสดุก่อนได้รับอนุมัติจากผมนะ" "ถ้าไม่ให้ผมจัดการ แล้วจะให้รอคุณนั่งเครียดจนเป็นลมคาโต๊ะเขียนแบบหรือไงครับ" ธันวาตอบกลับทันที น้ำเสียงเจือความอ่อนโยนที่นานๆ ทีจะได้ยิน "ผมไม่อยากเห็นคนเก่งของผมต้องมานั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้มเพราะเรื่องงานหรอกนะครับ... รวินท์" คำว่า 'คนเก่งของผม' ดังสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึก ทำเอารวินท์แทบจะหยุดหายใจ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้แดงก่ำลามไปจนถึงลำคอ เขาเม้มปากแน่นด้วยความเขินจัดจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซ่อนไว้ที่ไหน มือเรียวที่ถือแท็บเล็ตอยู่เริ่มสั่นน้อยๆ จนต้องวางมันลงบนโต๊ะเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายจับพิรุธได้ "ใครเป็น... ของคุณกันล่ะครับ พูดจาอะไรไม่เข้าท่า" รวินท์บ่นอุบอิบ พยายามดึงน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติที่สุด แต่ความสั่นระริกในน้ำเสียงกลับทรยศความรู้สึกหมดเปลือก ธันวายิ้มกว้าง แววตาพราวระยับด้วยความพอใจที่ได้เห็นคนมาดเนี้ยบเสียอาการ มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะแตะลงบนกลุ่มผมนิ่มเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบโยน แต่ทว่า... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาทั้งสองคนที่ยืนประจันหน้ากันในระยะประชิดสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันแทบไม่ทัน รวินท์รีบหันขวับไปจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยในเสี้ยววินาที ขณะที่ธันวาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างขัดใจที่จังหวะเวลาช่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย ประวัติการเปิดประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่ต้องรอให้อธิบาย ร่างสูงโปรดของรุ่นพี่ฝ่ายประสานงานก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารกองโตในมือ แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากทักทาย ร่างของบุคคลที่สามก็เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเสียก่อน "คุณธันวา! คุณรวินท์! แย่แล้วครับ... หน้างานโซน A เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" รวินท์เบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองหน้าวิศวกรหนุ่มทันที ความรู้สึกหวานซึ้งเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน ธันวาสบตากับรวินท์เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่แววตาขี้เล่นจะเปลี่ยนเป็นความจริงจังและเฉียบขาดในทันที "เกิดอะไรขึ้น!" ธันวาเอ่ยถามเสียงเข้ม ก้าวเท้าผละออกจากโต๊ะเตรียมพุ่งตัวออกไปหน้างานทันที "คนงานขุดเจอ... โครงสร้างใต้ดินปริศนาที่ไม่ได้อยู่ในแปลนเก่าครับ!" คำพูดประโยคสุดท้ายทำเอาทั้งรวินท์และธันวานิ่งค้างไปพร้อมกัน เพราะพวกเขารู้ดีว่าใต้พื้นที่โซน A นั้น... ไม่ควรจะมีสิ่งปลูกสร้างใดๆ หลงเหลืออยู่อีกแล้ว! --- ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะครับ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับเคมีของทั้งคู่กันนะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%