เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 19

ใครกันแน่ที่ดื้อ

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"ถ้าคุณยังก้าวถอยหลังอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณยอมแพ้และยกโปรเจกต์นี้ให้ผมจัดการแต่เพียงผู้เดียว... คุณรวินท์" เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นในระยะประชิด ชนิดที่ว่าปลายนิ้วของรวินท์เกือบจะสัมผัสโดนกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ตอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ สถาปนิกหนุ่มมาดเนี้ยบถึงกับชะงักฝีเท้าที่กำลังถอยร่น แผ่นหลังบางแนบชิดสนิทอยู่กับผนังกระจกเย็นเฉียบของห้องประชุมใหญ่ ชั้นสิบสอง ตึกสำนักงานใหญ่วิศวกรรมโยธา บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายความกดดันที่เจือปนด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ธันวา วิศวกรโยธาสายลุยผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากไวและกวนประสาทเป็นที่หนึ่ง กำลังใช้แขนข้างหนึ่งยันกระจกสกัดกั้นทางหนีทีไล่ของเขาไว้ทั้งหมด ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ราวกับเสือดาวที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อจนมุมอย่างใจ รวินท์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยและเต็มไปด้วยมาดผู้ดีตอนนี้กลับร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เป็นเพราะความดื้อรั้นเอาแต่ใจของไอ้วิศวกรตรงหน้าต่างหากที่ทำให้เขาอยากจะคว้าแฟลชไดรฟ์ฟาดหัวสักทีสองที ให้ตายเถอะ... นี่เขากลายเป็นฝ่ายต้องจนมุมให้มันต้อนจนได้หรือนี่ เหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายยังคงวนเวียนอยู่ในหัว คุณพิม หัวหน้าโครงการคนเก่งและจอมบงการ เดินเข้ามาตบโต๊ะปังใหญ่พร้อมประกาศิตเฉียบขาดว่า แบบแปลนโครงสร้างตึกระฟ้าเฟสใหม่ระหว่างทีมสถาปนิกของรวินท์กับทีมวิศวกรของธันวา มีจุดตัดที่ขัดแย้งกันยับเยินจนต้องเคลียร์ให้จบภายในคืนนี้ มิฉะนั้นโบนัสปลายปีปลิวหายไปกับสายลมแน่ และเพราะความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของสถาปนิกผู้ยึดมั่นในดีไซน์สมบูรณ์แบบ รวินท์จึงเลือกที่จะหิ้วม้วนแปลนเดินดุ่มๆ มาหาอีกฝ่ายถึงถิ่นด้วยตัวเอง แทนที่จะรอให้มันโทรมาเยาะเย้ยถากถางในยามเช้า แต่ใครจะคาดคิดเล่าว่า... การมาเยือนถิ่นเสือครั้งนี้ จะกลายเป็นการเอาคอไปพาดไว้บนเขียงของไอ้หมาป่าเจ้าเล่ห์อย่างธันวา "ผมไม่ได้ถอยเพราะยอมแพ้..." รวินท์เชิดคางขึ้นเล็กน้อย พยายามดึงความเยือกเย็นทั้งหมดกลับมาสวมใส่เป็นเกราะกำบัง "แต่ผมถอยเพราะรังเกียจคนมารยาททรามที่ชอบลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นต่างหาก ถอยออกไปนะ คุณธันวา" "พื้นที่ส่วนตัวอะไรกันครับคุณรวินท์ แปลนที่คุณออกแบบมาเนี่ย... ล้ำเส้นเข้ามาในเขตโครงสร้างรับน้ำหนักของผมตั้งสามเมตร ถ้าพูดภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า 'สร้างภาระ' นะครับ" ธันวาเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเหนือกว่า ใบหน้าหล่อเหลาเข้มคมขยับเข้ามาใกล้จนรวินท์ต้องเอียงคอหนีโดยอัตโนมัติ "ภาระบ้าอะไรล่ะ! นั่นมันคือความพลิ้วไหวทางสถาปัตยกรรมต่างหาก คุณมันพวกหัวทึบ มองไม่เห็นความงามเชิงศิลป์ รู้จักแต่เหล็ก คาน ปูนซีเมนต์ สมองเลยมีแต่ความแข็งกระด้าง!" รวินท์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโมโห "โอโห แรงมาก..." ธันวาแสร้งทำเป็นเอามีทาบอก ทำหน้าตาเจ็บปวดเกินจริง "หัวทึบแต่ก็ทำให้อาคารตึกนี้ผ่านการคำนวณความปลอดภัยระดับสิบเรกเตอร์ได้ก็แล้วกันน่า ดีไซน์สวยงามเลิศหรูแค่ไหน แต่ถ้าแผ่นดินไหวแล้วถล่มลงมาทับคนตาย คุณรวินท์จะรับผิดชอบไหวไหมครับ" "คุณ..." รวินท์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์เดือดพล่านที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุด มือเรียวที่กำม้วนกระดาษแปลนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาจ้องมองใบหนังกวนประสาทนั้นด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ระคนสั่นไหวในอกอย่างประหลาด ยอมรับก็ได้... ในมุมมองของผู้ชายคนนี้ เวลาที่ธันวาจริงจังกับการถกเถียงเรื่องงาน แววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบและความใส่ใจในชีวิตคน มันมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้หัวใจของสถาปนิกเจ้าระเบียบอย่างเขาเต้นผิดจังหวะเสมอ และนั่นคือเหตุผลที่รวินท์พยายามรักษาระยะห่างมาโดยตลอด เพราะเขากลัว... กลัวว่าความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากแข็งของตัวเองจะทะลักออกไปให้คนตรงหน้ารู้ "ถ้าไม่ยอมแก้แบบตามที่ผมเสนอ... คืนนี้เราคงต้องเคลียร์กันยาวล่ะครับ" ธันวาเปลี่ยนน้ำเสียงจากทีเล่นทีจริงเป็นจริงจังขึ้นมาทันที ดวงตาคู่นั้นลดระดับลงมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันของรวินท์ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาตรงๆ "คุณก็รู้ว่าคุณพิมไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้แน่ ถ้าพรุ่งนี้เช้าไม่มีแบบที่ลงตัวบนโต๊ะทำงาน" รวินท์กัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างใช้ความคิด ความดื้อรั้นในใจเริ่มอ่อนยวบลงเมื่อความเป็นจริงตรงหน้าบีาบคั้น สติบอกว่าเขาควรจะประนีประนอม แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนไม่อยากเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอร้องก่อนเด็ดขาด "แล้วคุณจะเอาอย่างไร..." เสียงของรวินท์อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่เจือความเหนื่อยล้าเล็กน้อย "จะให้ผมรื้อดีไซน์ตรงระเบียงโค้งนั่นทิ้งจริงๆ น่ะเหรอ นั่นคือจุดเด่นของตึกนี้เลยนะคุณธันวา" ธันวาถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง ท่าทีที่ดูดุดันเมื่อครู่ผ่อนคลายลง มือหนาที่เคยยันกระจกไว้ค่อยๆ ลดลงปล่อยให้รวินท์ได้หายใจได้คล่องคอขึ้น แต่กระนั้น ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ก็ยังคงใกล้ชิดเกินกว่าความจำเป็นอยู่ดี "ใครบอกให้รื้อล่ะครับ..." ธันวาพูดเสียงนุ่มลงอย่างกะทันหัน จนรวินท์ถึงกับผะเนิดมองด้วยความแปลกใจ "ผมแค่บอกว่ามันต้องปรับองศาเหล็กเสริมโครงสร้างใหม่ ไม่ได้แปลว่าสถาปัตยกรรมสวยๆ ของคุณจะต้องถูกทำลายเสียหน่อย... คุณรวินท์นี่นะ ชอบคิดไปเองก่อนตลอด" "ก็คุณชอบพูดจายั่วโมโหนี่!" รวินท์ตอกกลับเสียงอุบอิบ ใบหน้าขาวเนียนเริ่มมีริ้วสีแดงระเรื่อขึ้นมาจางๆ ด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้ ธันวากระตุกยิ้มเอ็นดู รอยยิ้มแบบที่ทำให้หัวใจของรวินท์กระตุกวูบ วิศวกรหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างกัน มือหนายื่นออกไปดึงม้วนกระดาษแปลนออกจากมือของรวินท์อย่างแผ่วเบา โดยไม่มีการขัดขืนใดๆ อีกต่อไป "ถ้าดื้อน้อยลงอีกนิดแล้วยอมนั่งคุยกันดีๆ ตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว เราคงไม่ต้องมาติดแหงกอยู่ในห้องประชุมสองต่อสองตอนเที่ยงคืนแบบนี้หรอกครับ" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าชิดริมหู รอรินท์รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ "ใครดื้อกันแน่..." รวินท์พึมพำเสียงเบาหวิว ดวงตากลมโตหลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย ห้องประชุมกว้างขวางกลับเงียบสงบลงในทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนผันจากความตึงเครียดเป็นการปะทะคารมที่แฝงไว้ด้วยความหวานล้ำเกินกว่าจะห้ามใจ ธันวาวางม้วนแปลนลงบนโต๊ะประชุมตัวยาว ก่อนจะหันกลับมาหารวินท์ที่ยังคงยืนพิงกระจกอยู่ มือใหญ่เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนของสถาปนิกหนุ่มออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นที่อ่อนโยนจนน่าใจหายทำให้รวินท์นิ่งค้างไป ชั่วขณะนั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกันเป็นจังหวะเดียว "เอาล่ะครับคุณสถาปนิกคนเก่ง..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่ปิดไม่มิด "ไหนๆ ก็เข้ามาหาผมถึงถิ่นแล้ว คืนนี้เรามาตกลง 'ดีลลับ' ระหว่างสถาปนิกกับวิศวกรให้มันจบๆ ไปดีกว่า... ว่าแต่ คุณจะยอมรับข้อเสนอของผมแต่โดยดีไหมล่ะครับ" รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงตรง แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนนี้ไหวระริกด้วยความรู้สึกที่หลากลาย ความซึนเดระสเตรที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าภายใต้ความอบอุ่นและสายตาคลั่งรักคู่นั้น ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยปากออกไปด้วยเสียงที่เบาแต่ชัดเจนในความรู้สึก "ถ้าข้อเสนอของคุณมันไม่เรื่องมาก... ผมก็อาจจะ..." ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งในห้องประชุมอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับร่างของคุณพิมที่ผลักประตูเปิดพรวดเข้ามาหน้าตาเฉย โดยมีแฟ้มเอกสารกองโตอยู่ในมือ "อ้าว! ยังเคลียร์กันไม่เสร็จอีกเหรอเนี่ย นึกว่าตกลงกันเสร็จจนจะย้ายเข้าหอด้วยกันไปแล้วซะอีก!" เสียงหัวเราะร่าเริงของคุณพิมทำเอาทั้งรวินท์และธันวาผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน รวินท์หน้าแดงแจ๋ด้วยความอับอาย รีบก้าวถอยหลังออกห่างจากธันวาจนเกือบสะดุดขาตัวเอง ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเสียดายระคนขัดใจ แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากไล่หัวหน้าตัวแสบออกไป สายตาคมก็เหลือบไปเห็นข้อความแจ้งเตือนด่วนบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะประชุม ข้อความจากระบบโครงสร้างหลักของไซท์งานระบุตัวเลขแปลกประหลาดที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของวิศวกรหนุ่มหายวับไปกับตา ธันวาหน้าถอดสีลงทันทีเมื่อกวาดสายตาอ่านตัวเลขบนหน้าจอซ้ำเป็นรอบที่สอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรวินท์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "คุณรวินท์... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" ขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามที่มีให้กันเสมอมา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%