แฟ้มเอกสารดีไซน์บอร์ดโครงการโปรเจกต์ใหญ่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น จนแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวขุ่นสั่นไหวระริก รวินท์สะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยแววตาตำหนิ แต่พอเห็นใบหน้าเคร่งเครียดจนคิ้วขมวดเป็นปมของวิศวกรหนุ่มร่างสูงที่ยืนค้ำหัวอยู่ ความหงุดหงิดที่เตรียมจะพ่นใส่ก็กลืนหายลงคอไปทันที
"คุณรวินท์... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเจือความกวนประสาทและรอยยิ้มมุมปากในยามปกติ ตอนนี้กลับแหบพร่าและจริงจังจนน่าใจหาย ธันวาไม่ได้สนใจระเบียบความสะอาดบนโต๊ะทำงานที่สถาปนิกหนุ่มผู้เจ้าระเบียบคอยจัดแต่งอย่างสมบูรณ์แบบ มือหนาถือวิสาสะดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงประชิด ชนิดที่ว่าเข่าแทบจะชนกัน
"เรื่องใหญ่ที่ว่าคือตึกถล่ม หรือโครงสร้างตรงไหนมีปัญหาจนคุณต้องทำหน้าเหมือนคนอกหักแบบนั้นครับ คุณธันวา" รวินท์ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบ พยายามรักษาเกราะกำบังความเยือกเย็นเอาไว้ แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปกับระยะห่างที่ใกล้จนเกินงามนี้
"เรื่องหัวใจต่างหากครับที่กำลังจะถล่ม" ธันวาถอนหายใจยาวพรืด สีหน้าของวิศวกรหนุ่มสายลุยไร้ซึ่งมาSksซنความกวนเหมือนทุกที ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่รวินท์อย่างไร้การหลบหลีก "ที่คุณพิมเรียกพวกเราเข้าไปห้องประชุมด่วนเมื่อกี้... ไม่ใช่เรื่องแบบแปลนโครงสร้าง แต่เป็นเรื่องสัญญาจ้างบ้าบออะไรนั่น ที่บอกว่าเราต้องย้ายไปตรวจไซต์งานต่างจังหวัดด้วยกันสองต่อสอง... ตลอดสามเดือนเต็ม"
รวินท์ชะงัก นิ้วเรียวที่กำลังเคาะคีย์บอร์ดหยุดชะงักลง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววูบไปชั่วขณะ
สามเดือน... ในสถานที่ปิด... และมีกันแค่สองคน
นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญตามแผนงาน แต่มันคือแผนการของคุณพิม หัวหน้าจอมเจ้าเล่ห์ที่คงจะรู้ระแคะระคายเรื่องความสัมพันธ์อันระอุระหว่างสถาปนิกกับวิศวกรคู่นี้มานานแล้ว และจงใจโยนระเบียบปฏิบัติทิ้งเพื่อเปิดทางให้พวกเขาสองคนต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ซ่อนไว้ภายใต้ข้ออ้างเรื่องงาน
"ถ้าคุณไม่อยากไป ก็บอกคุณพิมสิครับ" รวินท์เบือนหน้าหนีไปมองวิวนอกหน้าต่าง พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ "คุณเป็นคนประสานงานกับหน้างานอยู่แล้ว หาข้ออ้างปฏิเสธไปก็สิ้นเรื่อง ผมจัดการหน้าจอทางนี้ต่อเองได้"
"แล้วถ้าผมไม่อยากปฏิเสธล่ะครับ?"
เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มของรวินท์ สถาปนิกหนุ่มหันขวับกลับมามองด้วยความตกใจ ทว่าธันวาขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม มือหนาวางทับลงบนขอบโต๊ะทำงาน ล้อมกรอบรวินท์ให้อยู่ในพื้นที่จำกัดโดยไม่ให้มีทางหนี
"คุณธันวา ถอยไปหน่อยครับ ตรงนี้มันที่ทำงาน..."
"ช่างหัวที่ทำงานสิครับ" ธันวาตัดบท น้ำเสียงจริงจังจนน่ากลัว "ผมเหนื่อยแล้วนะคุณรวินท์ เหนื่อยที่ต้องมานั่งฟอร์มจัด ทำเป็นปากแข็งใส่กัน ทั้งๆ ที่ใจจริงผมอยากจะบอกคุณตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในบริษัทนี้แล้วว่า... ผมไม่ได้มองคุณเป็นแค่เพื่อนร่วมงานเลยสักนิดเดียว"
ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับจะหลีกทางให้กับเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามในอกของคนทั้งคู่ กำแพงเหล็กที่รวินท์พยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความรู้สึกถูกแรงกดดันจากสายตาคู่นั้นทุบทำลายจนพังทลายลงทีละน้อย
รวินท์เม้มริมฝีปากแน่น มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นบนตัก ความซึนที่เคยเป็นเกราะกำบังเริ่มแตกร้าว เหลือเพียงความกลัวลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสมบูรณ์แบบ
"คุณพูดอะไรออกมา... รู้ตัวหรือเปล่า" รวินท์เค้นเสียงถาม แม้เสียงจะสั่นพร่าจนปกปิดไม่อยู่
"ผมรู้ตัวดีที่สุดครับ" ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมกริบฉายแววความคลั่งรักและความอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อน "ผมรู้ว่าคุณกลัว... กลัวที่จะเริ่มต้น กลัวที่จะยอมรับว่าคุณก็รู้สึกไม่ต่างจากผม แต่รวินท์ครับ... ครั้งนี้เราหนีกันไม่พ้นแล้ว"
นิ้วอุ่นของวิศวกรหนุ่มเอื้อมขึ้นมาสัมผัสกรอบแว่นของรวินท์อย่างแผ่วเบา ก่อนจะเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนออกให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนผิดกับบุคลิกห้าวหาญทำให้รวินท์ถึงกับหลับตาลงด้วยความสั่นเทา ไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดนี้ได้อีกต่อไป
กำแพงที่ก่อไว้พังทลายลงโดยสมบูรณ์ รวินท์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นสบมองกับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า แววตาสั่นระริกแต่เต็มไปด้วยความยอมจำนน
"ถ้าไปต่างจังหวัดด้วยกัน... คุณสัญญาได้ไหมล่ะครับ ว่าจะไม่มารังควานใจผมแบบนี้อีก" เสียงทุ้มหวานเอ่ยออกมาในที่สุด แม้จะเป็นคำพูดเชิงปฏิเสธ แต่รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
ธันวาหัวเราะในลำคอด้วยความโล่งใจ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคมคายที่ทำให้รวินท์ใจสั่นยิ่งกว่าเดิม "เรื่องนั้นรับรองไม่ได้หريكครับ เพราะผม..."
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต
"อุ๊ย ขอโทษทีค่ะ ขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเอ่ย พอดีเอกสารอนุมัติงบตัวใหม่ลืมวางไว้..."
เสียงหวานใสของคุณพิมดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ประดับอยู่บนใบหน้า หัวหน้าโครงการสาวก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับกระดาษในมือ ทว่าสายตากลับกวาดมองคนทั้งสองที่นั่งชิดติดกันจนเกินงามด้วยแววตารู้ทัน
ธันวาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที สีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ส่วนรวินท์รีบจัดเสื้อผ้าและแว่นตาของตัวเองให้เข้าที่ ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความเขินอาย
"ไม่มีอะไรครับคุณพิม! พวกเรากำลัง..." ธันวากำลังจะแก้ตัว
แต่คุณพิมกลับยกมือขึ้นห้าม พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลแผ่นใหญ่ให้รวินท์ด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัยเกินบรรยาย
"ไม่ต้องแก้ตัวหรอกค่ะธันวา ฉันเข้าใจดี... อ้อ รวินท์จ๊ะ พอดีฉันเพิ่งเปลี่ยนแผนใหม่นะ" คุณพิมหันไปพูดกับสถาปนิกหนุ่มที่ยังคงนั่งหน้าแดงอยู่ "ไม่ต้องรอไปต่างจังหวัดเดือนหน้าแล้วล่ะค่ะ พอดีทางรีสอร์ทที่นั่นเขาโทรมาแจ้งด่วนว่า เกิดปัญหากับโครงสร้างฐานรากที่เพิ่งเทไปเมื่อวานซืน..."
คุณพิมหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองคนทั้งคู่สลับกันด้วยความสนุกสนาน ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางห้องทำงาน
"...และพวกคุณสองคนต้องเดินทางไป *เดี๋ยวนี้* ไม่อย่างนั้นโครงการนี้พังไม่เป็นท่าแน่ค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของสถาปนิกกับวิศวกรคนนี้นะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 20
สารภาพแบบอ้อมๆ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!