เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 21

คู่แข่งหัวใจปรากฏตัว

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
เสียงปิดประตูรถตู้กระแทกดังปัง สะท้อนก้องไปทั่วพื้นที่ไซต์งานก่อสร้างรีสอร์ตริมผาที่กำลังฝนตกพรำ ธันวาเสยผมที่ชุ่มละอองน้ำขึ้นลวก ๆ ก่อนจะหันไปยื่นแก้วกาแฟอุ่นให้คนที่ก้าวตามลงมาติด ๆ "ระวังหน่อยครับคุณสถาปนิก พื้นตรงนี้มันไม่ใช่พรมเปอร์เซียในออฟฟิศคุณนะ จะได้เดินสวย ๆ เชิด ๆ ได้" เสียงทุ้มติดกวนประสาทเอ่ยขึ้นทันที พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่รวินท์เห็นแล้วอยากจะเอาแฟ้มแบบแปลนฟาดหน้าผากสักทีสองที รวินท์ปรายตามองแก้วกาแฟในมืออีกฝ่ายอย่างไม่ไยดี ใบหน้าคมคายตึงขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่กรุงเทพฯ จนถึงหน้างาน "ผมไม่ได้ขอให้คุณมาใส่ใจครับคุณวิศวกร... และถ้าคุณยังมีเวลามาเดินแซะผม ช่วยเอาสมองส่วนนั้นไปคิดเรื่องโครงสร้างคานรับน้ำหนักที่มันกำลังจะมีปัญหาดีกว่าไหมครับ" "ห่วงผมเหรอครับเนี่ย?" ธันวาแกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นปะทะเข้ากับแก้มเนียน รวินท์ผถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อ ๆ ทั้งที่ตั้งใจจะแสดงออกให้อีกฝ่ายรู้ว่ารำคาญเต็มทน "ใครห่วงคุณ... ถอยไปนะธันวา!" รวินท์ผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรง แต่ธันวากลับยืนปักหลักนิ่งราวกับเสาเข็มเจาะ แถมยังหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี คำสั่งเด็ดขาดของคุณพิมทางโทรศัพท์เมื่อชั่วโมงก่อนที่บอกว่า *“พวกคุณสองคนต้องเดินทางไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นโครงการนี้พังไม่เป็นท่าแน่ค่ะ”* พาพวกเขามาติดแหงกอยู่กลางไซต์งานห่างไกลความเจริญท่ามกลางดินโคลนและสายฝนปรอยปราย และบรรยากาศตึงเครียดแบบนี้ก็ดำเนินมาตลอดทางจนถึงตอนนี้ แต่ทว่า ความอึดอัดระหว่างพวกเขากลับถูกขัดจังหวะลงอย่างกะทันหัน "พี่ธันวาคะ! ทางนี้ค่ะ ทางนี้ลื่นมาก ระวังด้วยนะคะ!" เสียงใสแจ๋วของหญิงสาวคนหนึ่งดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงลมฝน รวินท์ชะงัก หันขวับไปมองตามต้นเสียงทันที ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อช็อปวิศวะสวมทับด้วยเสื้อกันฝนสีใสกำลังวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหาพวกเขา ใบหน้าจิ้มลิ้มแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาแม้จะอยู่กลางไซต์งาน ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับยามที่มองตรงมายังธันวา "น้องมิน? มาทำอะไรตรงนี้ครับเนี่ย พี่บอกแล้วไงว่าให้รอที่ห้องพักส่วนกลาง" ธันวาเปลี่ยนท่าทีจากหนุ่มกวนประสาทเป็นพี่ชายแสนดีในพริบตา น้ำเสียงที่ใช้พูดกับหญิงสาวมีความอ่อนโยนจนรวินท์เผลอขมวดคิ้วมุ่นโดยไม่รู้ตัว "ก็มินเป็นห่วงนี่คะ เห็นฝนตกหนักกลัวพี่ธันวาจะลุยงานคนเดียว แล้วดูสิ... กาแฟก็ไม่ได้ถือมาให้ใช่ไหมล่ะคะ มินเตรียมชาอุ่น ๆ มาเผื่อด้วยนะ" น้องมินส่งยิ้มหวานหยดพร้อมกับยื่นกระติกน้ำเก็บความร้อนให้ธันวาอย่างสนิทสนม มือเรียวเล็กแตะเบา ๆ ที่แขนแกร่งของวิศวกรหนุ่มราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา รวินท์ยืนกอดอก มองภาพนั้นด้วยสายตาที่เย็นชาลงทีละน้อย ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก มันไม่ใช่ความหึงหวง... รวินท์บอกตัวเองเช่นนั้น แต่มันคือความหงุดหงิดที่เห็นคนอื่นเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ที่ปกติจะมีแค่เขากับไอ้บ้านี่ทะเลาะกัน "ขอบคุณครับน้องมิน น่ารักที่สุดเลย" ธันวาเอ่ยชมพร้อมกับรับกระติกน้ำมาถือไว้ สายตาของน้องมินเหลือบมามองรวินท์ที่ยืนหน้าตึงเป็นตูดทอดอยู่ข้าง ๆ เธอยิ้มให้อย่างเป็นมิตร "เอ๊ะ... คุณคือคุณรวินท์ สถาปนิกหลักของโครงการนี้ใช่ไหมคะ? มินเคยเห็นรูปในพอร์ตบริษัทค่ะ ตัวจริงดูหล่อแล้วก็... ดุจังเลยนะคะ" "ผมไม่ได้ดุครับ แค่กำลังใช้ความคิด" รวินท์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบมองเลยผ่านร่างบางไปสบตากับธันวาที่แอบส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ราวกับจงใจยั่วโมโห "แหม พี่ธันวาบอกว่าคุณรวินท์ทั้งเก่งทั้งเนี้ยบ แถมยัง... อ่า พูดถึงบ่อยมากเลยค่ะเรื่องการทำงาน" น้องมินหัวเราะคิกคัก "มินชื่อมินนะคะ เป็นวิศวกรโยธาฝึก 6 เดือนสุดท้ายค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะพี่รวินท์" "ครับ ยินดีครับ" รวินท์รับคำสั้น ๆ ปรายตามองมือเล็ก ๆ ที่ยื่นมาขอจับทักทายก่อนจะยื่นมือไปสัมผัสตามมารยาทแล้วปล่อย1อย่างรวดเร็ว "ถ้าทักทายกันเสร็จแล้ว ผมขอตัวไปตรวจแบบโครงสร้างฐานรากทางทิศเหนือต่อเลยนะครับ เวลาของโครงการนี้มีจำกัด ไม่อยากเสียไปกับเรื่องไร้สาระ" พูดจบรวินท์ก็หมุนตัวฉับ เดินหนีฝ่าละอองฝนออกไปทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบจากใครทั้งสิ้น สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความรู้สึกกรุ่นโกรธที่ประเดประเด็นอยู่ในอกอย่างไร้เหตุผล *ยัยเด็กนั่นเป็นใครวะ? สนิทอะไรกันนักหนาถึงต้องวิ่งมารับมาส่งแถมยังแตเนื้อต้องตัวขนาดนั้น... แล้วไอ้ธันวาก็ทุเรศ ยิ้มรับหน้าบานเป็นจานเชิงอยู่ได้!* รวินท์สบถในใจ เดินจ้ำอ้าวเข้าไปในเต็นท์กองอำนวยการชั่วคราว วางม้วนแบบแปลนลงบนโต๊ะไม้เสียงดังปังจนกระดาษกระเพื่อม เขายืนหายใจฮึดฮัดอยู่คนเดียว มือเรียวหยิบปากกาเมจิกขึ้นมาควงเล่นด้วยความหัวเสีย ผ่านไปไม่ถึงห้านาที เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ก้าวเข้ามาในเต็นท์ พร้อมกับกลิ่นอשจาง ๆ ของกาแฟผสมกลิ่นฝนที่ลอยมาแตะจมูก "หนีเก่งเหมือนกันนี่ครับคุณสถาปนิก หึงเหรอครับเนิ่นถึงได้รีบเดินหนีขนาดนั้น" เสียงทวนกวนประสาทดังขึ้นที่ด้านหลัง รวินท์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังคงตีสีหน้าเรียบเฉย หันกลับไปมองค้อนใส่คนตัวโตที่เดินตามเข้ามาในเต็นท์แคบ ๆ จนบรรยากาศดูแคบลงไปถนัดตา "ใครหึงคุณ? อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยครับคุณธันวา ผมแค่รำคาญเสียงกรี๊ดกร๊าดน่ารำคาญเมื่อกี้ต่างหาก" รวินท์เชิดหน้าเถียงเสียงแข็ง ทั้งที่ใบหูทั้งสองข้างเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด ธันวาหรี่ตามองคนปากแข็ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวรวินท์ทีละก้าว จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับโต๊ะวางแบบแปลนอย่างไร้ทางหนี ธันวาใช้มือสองข้างค้ำโต๊ะกักตัวสถาปนิกหนุ่มไว้ตรงกลาง ปิดตายทุกเส้นทางหนี "ปากแข็งจังนะครับ... เมื่อกี้ทำหน้าเหมือนอยากจะกินหัวผมกับน้องมินอยู่รอมร่อ" ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนคนฟังขนลุกซู่ "หึงก็บอกว่าหึงสครับ... น้องมินเขาก็แค่น้องฝึกงานที่ผมต้องดูแลตามหน้าที่ ส่วนคนในใจผมเนี่ย..." ธันวาเว้นจังหวะ เลื่อนใบหน้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าผากมน ดวงตาคมกริบของทั้งสองสบประสานกันอย่างแนบแน่น ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงโปรยปรายอยู่ด้านนอก หัวใจของรวินท์เต้นโครمครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิงหายไปหมดสิ้นเมื่อปลายจมูกของธันวาเฉียดผ่านแก้มเนียนไปนิดเดียว คำพูดที่เตรียมจะเถียงกลับติดอยู่แค่ลำคอ รวินท์อ้าปากพะงาบ ๆ คล้ายคนหมดแรงจะต่อต้าน "ธันวา... ถอยไปนะ" รวินท์กระซิบเสียงสั่น พยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่มือเจ้ากรรมดันไม่มีแรงเอาเสียเลย "ไม่ถอยครับ..." ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก "จนกว่าคุณจะยอมรับความจริงบางอย่าง..." ยังไม่ทันที่ธันวาจะได้พูดประโยคถัดไป เสียงฝีเท้าก้าวฉับ ๆ ก็ดังขึ้นใกล้เต็นท์ พร้อมกับเสียงแหลมใสของบุคคลที่สามที่เพิ่งผละไปเมื่อครู่ตะโกนแทรกเข้ามา "พี่ธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ! ทางโซน B ดินสไลด์ลงมาทับแนวท่อระบายน้ำหลักแล้วค่ะ! ต้องรีบไปดูด่วนเลยนะคะ!" ธันวาชะงัก รวินท์เบิกตากว้าง สติที่หลุดลอยกลับคืนมาในเสี้ยววินาที รวินท์รีบผลักอกธันวาเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าหวานขึ้นสีจัดด้วยความตื่นตระหนกและอับอาย ธันวาหันไปมองทางหน้าเต็นท์ด้วยความหัวเสียเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองรวินท์ที่กำลังรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ "รอดตัวไปนะครับคุณสถาปนิก..." ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบเบา ๆ ก่อนจะหันหลังเดินพ้นเต็นท์ออกไปปล่อยให้รวินท์ยืนหายใจหอบถี่อยู่ลำพัง ท่ามกลางความวุ่นวายภายนอกที่กำลังรอคอยการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%