"ถ้าคุณยังยืนจ้องผมด้วยสายตาแบบนั้น อีกสามวินาทีผมจะถือว่าคุณขอแต่งงานนะ... รวินท์"
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะมาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทและวาจาชวนหาเรื่อง กลับเงียบหายไปในลำคอ ดวงตาสคมกริบของธันวาที่เคยพ่นคำพูดต่อปากต่อคำกับสถาปนิกหนุ่มมาดเนี้ยบอย่างไม่รู้จบ กลับเบือนหนีไปทางโครงสร้างเหล็กด้านหลังอย่างกะทันหัน ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่ก่อสร้างชั้นสี่ของอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบ แต่มันกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
รวินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวที่ถือม้วนแปลนกระดาษสถาปัตยกรรมเผลอกำเข้าหากันแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่
แปลก...
นี่ไม่ใช่ธันวาคนเดิม ธันวาผู้ไม่เคยปล่อยให้บรรยากาศระหว่างเขากับรวินท์ต้องว่างเว้นจากการปะทะฝีปาก วิศวกรหนุ่มจอมกวนคนนี้มักจะมีประโยคยียวนมากวนใจได้เสมอไม่ว่าสถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหน แต่วันนี้... ตั้งแต่เหตุการณ์ประชิดตัวเมื่อครู่จนถึงวินาทีนี้ ธันวาเลือกที่จะปิดปากเงียบสนิท ราวกับกำลังใช้กำแพงความเย็นชาที่สร้างขึ้นมาใหม่กั้นขอบเขตระหว่างเขาทั้งสองคน
"ธันวา" รวินท์เอ่ยเรียกเสียงเรียบ พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น "แบบแปลนจุดเชื่อมต่อโครงสร้างคานเหล็กโซน B ทางคุณตรวจทานรอบสุดท้ายหรือยัง ผมต้องการความสมบูรณ์แบบก่อนส่งมอบให้คุณพิมช่วงบ่าย"
ไม่มีเสียงตอบรับ...
ธันวายังคงยืนหันหลังให้ ร่างสูงใหญ่ในชุดช่างก่อสร้างและหมวกนิรภัยสีเหลืองนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น ดวงตาคมกริบมองทอดออกไปนอกโครงสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จ ปล่อยให้สายลมยามบ่ายพัดผ่านปะทะร่างโดยไม่มีท่าทีจะหันกลับมาสบตา
ความรู้สึกแปลกประหลาดตีตื้นขึ้นมาในอกของรวินท์ มันไม่ใช่ความโล่งใจที่มักจะเกิดขึ้นเวลาที่คู่กัดหยุดกวนประสาท แต่มันคือความว่างเปล่า... ความเงียบงันที่กัดกินหัวใจอย่างช้าๆ จนสถาปนิกหนุ่มผู้เจ้าระเบียบรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนขอบเหวที่ไร้ซึ่งที่ยึดเหนี่ยว
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่รวินท์เริ่มคุ้นชินกับการมีเสียงกวนๆ ของอีกฝ่ายคอยไล่ต้อน? ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความเงียบของธันวา กลายเป็นสิ่งที่ทรงพลังและบั่นทอนจิตใจของเขาได้มากขนาดนี้?
"คุณธันวา" รวินท์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นฝุ่นปูนและเหงื่อจางๆ ลอยเข้าจมูก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว รวินท์เอื้อมมือไปหมายจะแตะที่แขนเสื้ออีกฝ่ายเพื่อดึงสติ "เป็นอะไรไป... โครงสร้างตรงนั้นมีปัญหาอะไรที่คุณยังไม่ได้บอกผมหรือเปล่า?"
พรึบ!
ธันวาชักแขนหนีราวกับถูกไฟลวก ปฏิกิริยาที่รวดเร็วและเด็ดขาดนั้นทำให้รวินท์ชะงักกึก เท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปต้องหยุดนิ่ง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ
เป็นครั้งแรกที่ธันวาหลบตาเขา...
วิศวกรหนุ่มหันกลับมาเผชิญหน้ากันก็จริง แต่ดวงตาคมคู่นั้นกลับไร้ซึ่งประกายความเจ้าเล่ห์หรือรอยยิ้มมุมปากที่เคยมี มันราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยความห่างเหินที่รวินท์ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในรอบหลายเดือนที่รู้จักกัน
"ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้นครับ" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบยิ่งกว่าสายน้ำ "แบบแปลนของคุณสมบูรณ์แบบดี ไม่มีที่ติ... ตามสไตล์สถาปนิกมือหนึ่งผู้ไม่เคยยอมลดราวาศอกให้ใครอยู่แล้ว"
ประโยคนั้นควรจะเป็นคำชม หรืออย่างน้อยก็ควรจะเป็นประโยคเหน็บแนมตามปกติ แต่น้ำเสียงที่ไร้ซึ่งอารมณ์ขันกลับทำให้รวินท์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าเข้าฉาดใหญ่ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มกระหน่ำรัวด้วยความไม่เข้าใจ
"พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง" รวินท์เชิดหน้าขึ้น เลือดนักสู้ในตัวถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความวูบโหววในอก "คุณไม่พอใจอะไรผม ธันวา? ถ้าผมตรวจงานละเอียดเกินไป หรือถ้าแบบแปลนมันทำให้คุณทำงานยากขึ้น คุณก็พูดออกมาตรงๆ สิ มาเงียบใส่ผมแบบนี้มันหมายความว่ายังไง!"
รวินท์เกลียดความไม่ชัดเจน เกลียดความเงียบงัน และเหนือสิ่งอื่นใด... เขาร่วมงานกับธันวามานานพอที่จะรู้ว่าความเงียบแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องปกติ
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง "ไม่ได้ไม่พอใจอะไรหريكครับ... ผมแค่คิดว่าบางที เราควรเว้นระยะห่างในการทำงานให้มากกว่านี้หน่อย"
"เว้นระยะห่าง?" รวินท์ทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความกรุ่นโกรธ "จู่ๆ คุณก็มาพูดเรื่องนี้เนี่ยนะ? เราทำงานด้วยกันมาครึ่งทางแล้ว ทำไมเพิ่งมาคิดจะเว้นระยะห่าง?"
"เพราะบางที..." ธันวาเว้นจังหวะ ดวงตาคมกริบเลื่อนกลับมาสบตากับรวินท์นิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดบางอย่างที่หนักอึ้งในใจ "การใกล้ชิดกันเกินไป... มันอาจจะทำให้ใครบางคนเผลอคิดไปไกล จนลืมไปว่าเรายืนอยู่บนจุดที่ต่างกัน"
ประโยคนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางอกของรวินท์ราวกับลูกศรอาบยาพิษ
*ใครบางคนเผลอคิดไปไกล...?*
หมายความว่ายังไง? หรือว่า... ธันวาอึดอัดที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ? หรือว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกือบจะเลยเถิดไปไกล มันทำให้วิศวกรหนุ่มตระหนักได้ว่าพวกเขาข้ามเส้นความเป็นเพื่อนร่วมงานมากเกินไปแล้ว?
ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก รวินท์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ศักดิ์ศรีและทิฐิที่ค้ำคออยู่ทำให้เขาไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาทางสีหน้าเด็ดขาด ในเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะสร้างกำแพง รวินท์ก็พร้อมที่จะกางเกงเกราะเหล็กขึ้นมาปกป้องตัวเองเช่นกัน
"ถ้าคุณคิดแบบนั้น..." รวินท์สูดหายใจเข้าลึก EGO สูงส่งถูกงัดขึ้นมาใช้เป็นเครื่องมือป้องกันตัว เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยความเย่อหยิ่งที่เสแสร้งขึ้นมา "ก็ดีเหมือนกันครับ... ต่อไปนี้ผมจะติดต่อคุณผ่านทางอีเมลและเอกสารทางการเท่านั้น จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการ 'ใกล้ชิด' จนเกินขอบเขตที่คุณกังวล"
พูดจบ รวินท์ก็สะบัดหน้าหนี เตรียมจะหมุนตัวเดินกลับลงไปข้างล่างทันทีโดยไม่รอฟังคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น
ทว่า... ในวินาทีที่รวินท์ก้าวเท้าออกไปได้เพียงแค่ก้าวเดียว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนที่ยืนนิ่งอยู่ตลอดเวลากลับดังขึ้นพรวดพราด
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าหมับไว้ด้วยมือหนาที่ร้อนผ่าว แรงดึงนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเด็ดขาดและมั่นคงพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของสถาปนิกหนุ่มได้ในทันที รวินท์สะดุ้งสุดตัว หันกลับไปมองด้วยความตกใจระคนโกรธ
"ปล่อยนะ..."
คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาของธันวาในระยะประชิดอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีร่องรอยของความเล่นหัวหรือความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดัน ความอึดอัด และประกายไฟบางอย่างที่ลุกโชนอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้นอย่างชัดเจน
ธันวาไม่ได้ปล่อยมือ แต่กลับก้าวเข้ามาประชิดตัวรวินท์จนแผ่นหลังบางเกือบจะชิดติดกับเสาคอนกรีต ร่างสูงใหญ่ก้มลงมามองสถาปนิกหนุ่มที่พยายามจะเบือนหน้าหนีด้วยความถือดี ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มจนรวินท์รู้สึกร้อนผ่าวไปหมด
"คุณคิดว่าผมอยากเว้นระยะห่างจริงๆ งั้นเหรอ... รวินท์?" เสียงกระซิบต่ำพร่าลอดไรฟันของธันวา ดังขึ้นชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่ถูกเก็บกดไว้มานาน
รวินท์ชะงัก หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก สมองที่เคยประมวลผลเรื่องแบบแปลนและโครงสร้างสถาปัตยกรรมอย่างเฉียบคม กลับขาวโพลนในพริบตาเดียว
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ทั้งคู่จะได้พูดอะไรออกไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าของรองเท้าส้นสูงก็ดังขึ้นก้องกังวานมาจากบันไดทางขึ้นชั้นสาม พร้อมกับเสียงใสคุ้นเคยที่ตะโกนเรียกข้ามมา
"คุณรวินท์! คุณธันวา! อยู่ข้างบนกันใช่ไหมคะ? แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องควบคุมชั้นล่างแล้ว!"
รวินท์เบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงของคุณพิม หัวหน้าโครงการผู้กุมความลับทั้งหมดของพวกเขา กำลังเดินตรงขึ้นมาใกล้เรื่อยๆ มือใหญ่ของธันวันที่ยังคงกุมข้อมือเขาไว้กระชับแน่นขึ้นทันที ก่อนที่วิศวกรหนุ่มจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะชิดกับใบหูของเขา แล้วกระซิบประโยคสุดท้ายที่ทำให้รวินท์แทบหยุดหายใจ
"เรื่องของเรา... ยังเคลียร์ไม่จบนะครับ คุณสถาปนิก"
...
*โปรดติดตามตอนต่อไป...*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยดีเสมอมานะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 18
ความว่างเปล่าที่ไซต์งาน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!