แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือรวินท์สั่นน้อย ๆ ไม่ใช่เพราะความหนาของกระดาษแปลนโครงสร้าง แต่เป็นเพราะปลายนิ้วของเขาเองที่เผลอกำมันแน่นเกินไป จนมุมกระดาษยับย่น
"คุณธันวา... ในฐานะหัวหน้าทีมวิศวกรควบคุมพิเศษครับ"
เสียงที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความถือดี ตอนนี้กลับมีรอยสั่นพร่าเจือจางในอากาศ ประโยคที่ถูกทิ้งค้างไว้เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ยังคงวนเวียนหลอนประสาทรวินท์ซ้ำไปซ้ำมา ทว่าสิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าเสียงของตัวเอง คือท่าทีของอีกฝ่ายในเวลานี้
ธันวาไม่ได้ตอบรับด้วยรอยยิ้มกวนประสาท หรือคำพูดจายียวนเหมือนทุกครั้ง วิศวกรหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปสีเข้มกลับยืนนิ่งสนิท ระยะห่างระหว่างพวกเขาทbแค่ก้าวเดียว แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับถูกกั้นด้วยกำแพงกระจกใสหนาเตอะ ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความท้าทาย ยามนี้มองตรงมาด้วยแววตาเรียเฉย เย็นชา และ... ระยะห่าง
"ครับ สถาปนิกทรงเนี้ยบ" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ขัน "ผมได้รับเรื่องแล้ว และจะดำเนินการตรวจหน้างานตามแบบที่คุณรวินท์ต้องการทุกประการ... ไม่มีเกินกว่านั้น และไม่มีขาดตกบกพร่องแน่นอนครับ"
คำว่า 'ครับ' ที่ลงท้ายด้วยความสุภาพห่างเหินนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟัง รวินท์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกวูบโหวงในอกตีตื้นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ปกติแล้วเขาควรจะโล่งใจไม่ใช่หรือ? ในเมื่อคนตรงหน้าเลิกตามตื๊อ เลิกส่งสายตากรุ้มกริม และเลิกเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ชิดจนหัวใจเขาเสียจังหวะเสียที
แต่นี่มันอะไรกัน... ทำไมความเงียบงันและความสุภาพแบบปลอม ๆ นี้ ถึงชวนให้อึดอัดจนหายใจไม่ออกยิ่งกว่าเดิม
"คุณ... พูดเหมือนไม่อยากคุยกับผม" รวินท์เผลอหลุดปากออกไป น้ำเสียงติดจะห้วนจัดเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในใจ
ธันวาชะงักไปนิด ดวงตาสีเข้มไหววูบชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบสนิทดังเดิม ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนานโดยสิ้นเชิง
"ไม่อยากคุยเหรอครับ?เปล่าหรอก... ผมแค่เจียมตัว" ธันวาขยับตัวถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าว เป็นการเว้นระยะห่างที่ชัดเจนและจงใจ "เมื่อวานนี้ ตอนที่คุณพิมเดินมาเห็นผมยืนใกล้คุณจนเกินไป... สายตาที่คุณรวินท์มองผม มันฟ้องชัดเจนไม่ใช่เหรอครับว่าคุณรังเกียจ และไม่อยากให้ใครมาแปดเปื้อนพื้นที่ส่วนตัวของคุณ"
รวินท์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์เมื่อวานซืนย้อนกลับมาในหัว ตอนนั้นคุณพิม หัวหน้าโครงการจอมจุ้นเดินเข้ามาตรวจไซต์งานกะทันหัน ขณะที่ธันวากำลังโน้มตัวลงมาดูรอยต่อของแบบแปลนบนโต๊ะทำงาน จนหน้าผากเกือบจะชนกันด้วยซ้ำ ด้วยความตกใจและกลัวความลับเรื่องความสัมพันธ์คลุมเครือระหว่างเขากับวิศวกรหนุ่มจะรั่วไหล รวินท์จึงผลักอกอีกฝ่ายออกไปอย่างแรง พร้อมกับใบหน้าที่บึ้งตึงและแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
เขานึกว่าธันวาจะเข้าใจว่าเป็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจากหัวหน้างาน... แต่ไม่เลย ในสายตาของธันวา มันคือ "ความรังเกียจ"
"ผมไม่ได้..." รวินท์อ้าปากจะแก้ตัว แต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อเห็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากของอีกฝ่าย
"ไม่ต้องอธิบายหรอกครับรวินท์" ธันวาเรียกชื่อเขาโดยไม่มีคำนำหน้าเป็นครั้งแรก น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า "ผมรู้ตัวดีว่าเราอยู่กันคนละโลก คุณเป็นสถาปนิกมือรางวัลผู้สมบูรณ์แบบ ส่วนผมก็เป็นแค่ไอ้วิศวกรบ้าน ๆ ที่วัน ๆ เอาแต่คลุกฝุ่นหน้างาน ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป... เราคุยกันเฉพาะเรื่องงานก็พอครับ เพื่อความสบายใจของคุณ และเพื่อไม่ให้คุณต้องรู้สึกขยะแขยงเวลาที่ผมเข้าใกล้"
ประโยคสุดท้ายกระแทกเข้ากลางใจรวินท์อย่างจัง ความซึนเดระที่เคยเป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา รวินท์อยากจะตะโกนใส่หน้าว่าเขาไม่ได้รังเกียจ สักนิดก็ไม่เคย... แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิที่ค้ำคออยู่กลับทำให้ริมฝีปากนั่นเม้มสนิท ปล่อยให้ความเข้าใจผิดกัดกินบรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งคู่จนแห้งผาก
"ก็ตามใจคุณ" รวินท์เค้นเสียงลอดไรฟัน ตอบกลับไปด้วยความดื้อรั้นขั้นสุด "ถ้าคิดว่าการรักษาระยะห่างมันดีต่อคุณ... งั้นก็ตามนั้นครับ"
ธันวาพยักหน้ารับช้า ๆ แววตาที่เคยมีความอบอุ่นซ่อนอยู่บัดนี้ว่างเปล่า ชายหนุ่มหมุนตัวกลับทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองแฟ้มแปลนในมือของรวินท์อีก เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเดินออกไปจากห้องทำงานชั่วคราวทีละก้าว... ทีละก้าว... และทุกก้าวที่ถอยห่าง เปรียบเสมือนก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของรวินท์ที่ค่อย ๆ แหลกสลายลงทีละนิด
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ห้องทำงานทันทีที่ประตูปิดลง รวินท์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างไร้เรี่ยวแรง มือเรียวบางยกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบ ๆ ความเย่อหยิ่งที่เขาภาคภูมิใจนักหนา กลายเป็นอาวุธย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจตัวเองจนพรุน เขาเลือกที่จะผลักไสคนที่ใส่ใจเขาที่สุดออกไป เพียงเพราะกลัวสายตาของคนอื่น เพียงเพราะความระแวงที่ไม่เข้าเรื่อง
*ก๊อก ๆ ๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นห้วน ๆ สองครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างท้วมของคุณพิมก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มรู้ทันบนใบหน้า มือข้างหนึ่งถือแท็บเล็ตเครื่องโปรด ส่วนอีกข้างถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่หน้าตาคุ้นเคย
"อ้าว รวินท์ นั่งหน้าเครียดอะไรอยู่คนเดียวจ๊ะ" คุณพิมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีผิดปกติ "สีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ ช่วงนี้ทะเลาะอะไรกับตาธันวาหรือเปล่า เห็นน้องมันเดินหน้าตาถมึงทึงสวนออกไปเมื่อกี้ น่ากลัวชะมัด"
รวินท์รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม แม้ว่าภายในใจจะปั่นป่วนราวกับมีพายุเฮอร์ริเคนพัดผ่าน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พยายามตั้งสติให้มั่นคงที่สุด
"เปล่าครับคุณพิม... เราแคคุยเรื่องงานกันไม่ลงตัวนิดหน่อย" รวินท์ตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่น "ว่าแต่คุณพิมมีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าครับ ถึงได้มาที่นี่ด้วยตัวเอง"
คุณพิมยิ้มกริ่ม เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานก่อนจะวางซองเอกสารลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้ดังเบา ๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของรวินท์
"มีเรื่องด่วนสิยะ โครงการรีโนเวต์ตึกเก่าฝั่งย่านพระนครน่ะ ทางเจ้าของทุนใหญ่เขาเพิ่งเปลี่ยนใจกะทันหัน เขาบอกว่าอยากได้ดีไซน์ที่ผสมผสานโครงสร้างวิศวกรรมแบบดิบ ๆ (Industrial Loft) เข้ากับความโมเดิร์นแบบสุดขั้ว ซึ่งมันต้องอาศัยการทำงานที่ประสานกันแบบแนบแน่นสุด ๆ ของสถาปนิกกับวิศวกรแบบแยกกันไม่ได้เลย"
รวินท์ขมวดคิ้วเล็กน้อย "แล้วมันเกี่ยวกับผมยังไงครับ ในเมื่อ..."
"เกี่ยวข้องโดยตรงเลยจ๊ะรวินท์" คุณพิมตัดบทด้วยรอยยิ้มกว้างที่ชวนให้รู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ "ทางบอร์ดบริหารลงความเห็นกันแล้ว ว่าเพื่อให้โปรเจกต์นี้ผ่านอย่างไร้รอยต่อ และป้องกันการทะเลาะเบาะแว้งจนงานพัง... พวกเขาเลยอนุมัติคำสั่งพิเศษ"
คุณพิมเว้นจังหวะนิดหนึ่งเพื่อเพิ่มความระทึก ก่อนจะเลื่อนซองเอกสารไปตรงหน้าสถาปนิกหนุ่ม
"คำสั่งย้ายโต๊ะทำงานด่วน... ให้คุณรวินท์ย้ายไปนั่งทำงานร่วมกับทีมวิศวกรของธันวาที่ไซต์งานภาคสนามแบบ 100% เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป และ..." คุณพิมหรี่ตาลงเล็กน้อย "ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด เพราะนี่คือคำสั่งจากท่านประธานบริษัทโดยตรงจ๊ะ!"
รวินท์นิ่งอึ้ง สมองประมวลผลแทบไม่ทัน ย้ายไปนั่งทำงานกับธันวาที่ไซต์งานภาคสนาม? ในเมื่อเมื่อกี้เพิ่งจะประกาศตัดขาดและรักษาระยะห่างกันไปหยก ๆ แล้วพรุ่งนี้เขาต้องเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!
ยังไม่ทันที่รวินท์จะทันได้เปล่งเสียงคัดค้านใด ๆ ออกมา เสียงผลักประตูก็กรูกันเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงโปรญของวิศวกรหนุ่มคู่กรณีที่เดินกลับเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ในมือถือพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ที่ยังพับไม่เรียบร้อย
"คุณพิมครับ เรื่องแบบแปลนโครงสร้างจุดรับน้ำหนักฝั่งทิศเหนือ ผมว่า..." ธันวาชะงักฝีเท้าทันทีเมื่อเห็นรวินท์ยืนแข็งทื่ออยู่ข้างโต๊ะ และซองคำสั่งพิเศษที่วางอยู่ตรงกลาง
ดวงตาสคมกริบของวิศวกรหนุ่มเลื่อนขึ้นสบตากับรวินท์ นิ่งงัน... และเต็มไปด้วยความอึดอัดที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในพริบตาเดียว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นระทึกนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 17
ห่างกันสักพัก
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!