"ถ้าขืนคุณยังดึงเส้นโครงสร้างตรงนี้เอียงไปอีกแค่มิลลิเมตรเดียว ผมจะถือว่าโปรเจกต์นี้พับฐาน และเราสองคนคงต้องไปเคลียร์กันที่ห้องประชุมใหญ่ต่อหน้าคุณพิม"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นทันทีที่ธันวาขยับปากจะเอ่ยแซว รวินท์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกยืนกอดอกแน่น ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือสลับกับแปลนโครงสร้างตรงหน้าด้วยแววตาคมกริบราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ความเนี้ยบระดับมิลลิเมตรของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องงาน แต่มันคือศักดิ์ศรีที่เขาไม่มีวันยอมให้ใครมาหยาม โดยเฉพาะวิศวกรหนุ่มจอมกวนประสาทที่ยืนพิงเสาเหล็กกอดอกมองเขาด้วยรอยยิ้มมุมปาก
"โห... คุณรวินท์ครับ ใจเย็นก่อนสิครับท่านสถาปนิก แค่มิลลิเมตรเดียวเองนะ วิศวกรเขาเผื่อระยะความยืดหยุ่นไว้รับแรงลมอยู่แล้ว คุณเล่นซีเรียสเป็น60 วินาทีสุดท้ายก่อนระเบิดเวลาไปได้" ธันวาหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นคนตรงหน้าของขึ้น ยิ่งรวินท์ขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นปรากฏขึ้นระหว่างคิ้ว ธันวากลับยิ่งรู้สึกว่าคนตรงหน้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่พยายามทำตัวแข็งกร้าว แต่กลับ... น่าแกล้งให้หลุดอาการมากกว่า
"นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคุณธันวา งานโครงสร้างกับงานดีไซน์มันต้องเดินไปพร้อมกัน ถ้าคุณมักง่ายตรงนี้ ดีไซน์ที่ผมกลั่นกรองสมองมาเป็นเดือนมันจะพังไม่เป็นท่า!" รวินท์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัววิศวกรหนุ่มอย่างลืมตัว ความห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายเหงื่อจางๆ จากการทำงานล่วงเวลาลอยแตะจมูก รวินท์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าแผงอกกว้างของอีกฝ่ายอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ทิฐิและมาดนายช่างใหญ่ทำให้เขาต้องเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา "ถอยไปหน่อยครับ คุณกำลังล้ำพื้นที่ส่วนตัวของผม"
"พื้นที่ส่วนตัวอะไรกันครับ ออฟฟิศสนามนี่ก็พื้นที่ส่วนรวมทั้งนั้น... อีกอย่าง" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้มเนียน "คนที่ล้ำเส้นเข้ามาก่อน คือคุณต่างหากล่ะครับ คุณสถาปนิก"
รวินท์กัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความเจ็บใจที่เถียงไม่ออก เขารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรำผิดปรกติในอกข้างซ้าย ไม่ใช่เพราะความโกรธจากเรื่องงานอย่างที่สมองพยายามบอก แต่เป็นเพราะสายตาแพรวพราวที่กำลังจ้องมองริมฝีปากของเขาอย่างจงใจต่างหาก รวินท์ผลักอกแกร่งของอีกฝ่ายให้ออกห่างด้วยแรงที่ไม่เบานัก ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วก้มลงตรวจแบบแปลนบนโต๊ะทำงานชั่วคราวต่อเพื่อกลบเกลื่อนรอย "กฎเหล็กข้อแรกของการทำงานร่วมกับผมคือ ห้ามเถียง ห้ามรั้น และห้ามทำเล่น"
"โห มีกฎเหล็กด้วยแฮะ นึกว่ามีแค่กฎตายตัวซะอีก" ธันวายังคงไม่เลิกหยอกเย้า เขายอมขยับถอยหลังตามมารยาทแต่โดยดี แม้สายตายังคงพิจารณาร่างโปร่งในชุดทำงานที่ดูเคร่งเครียดจนน่าสงสาร "แล้วถ้าผมทำผิดกฎเหล็กข้อนี้ล่ะครับ คุณจะลงโทษผมยังไง... หักเงินเดือน หรือว่าบังคับให้ผมพาไปเลี้ยงข้าวหรูๆ แลกกับการยอมแก้แบบให้?"
"ผมจะตัดสิทธิ์คุณจากการร่วมงานในเฟสถัดไป และรายงานพฤติกรรมของคุณให้คุณพิมทราบโดยละเอียด" รวินท์หันกลับมาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังและเย็นชา แววตาจริงจังนั้นบ่งบอกว่าเขาไม่ได้พูดเล่นเลยแม้แต่น้อย
ธันวาหุบยิ้มลงเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีจริงจังของคนตรงหน้า เขารู้ดีว่ารวินท์ทุ่มเทกับโปรเจกต์นี้มากแค่ไหน ความเข้มงวดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงดึกของค่ำคืนนี้ไม่ใช่เพราะรวินท์ใจร้าย แต่เป็นเพราะความกดดันมหาศาลจากเบื้องบนที่โยนโจทย์หินมาให้สถาปนิกหนุ่มต้องรับผิดชอบคนเดียว ธันวาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนโหมดจากหนุ่มกวนประสาทมาเป็นวิศวกรผู้พึ่งพาได้ในพริบตา
"โอเคๆ ยอมแพ้ครับ คุณรวินท์คนเก่ง" ธันวาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกครั้ง คราวนี้เขายื่นมือไปแตะปลายดินสอในมือของรวินท์เบาๆ เพื่อหยุดการขีดเขียนที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด "ผมขอโทษที่กวนประสาทคุณเมื่อกี้... แต่เรื่องโครงสร้างตรงนี้ เดี๋ยวผมคำนวณใหม่อีกรอบให้ตามใจคุณเป๊ะๆ เลย ดีลไหมครับ?"
รวินท์กะพริบตาปริบๆ มองมือหนาที่กุมทับมือของเขาบนโต๊ะ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวสัมผัสทำให้ความเกร็งขึงตึงในร่างกายผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจและห่วงใยของธันวา... สายตาแบบนั้นมันขี้โกงชะมัด ทำให้เขาโกรธต่อไม่ลงเลยสักนิด
"ถ้าคำนวณออกมาแล้วยังพลาดอีก ผมไม่เอาคุณไว้แน่..." รวินท์พึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมกริบที่มองตรงมาด้วยความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหว
"ครับผม รับบัญชาครับท่านสถาปนิก" ธันวายิ้มกว้างออกมาด้วยความเอ็นดู เขายังไม่ทันได้เอ่ยประโยคหยอกล้ออะไรต่อเพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มจะหวานเกินงาม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อกๆ!
ทั้งสองคนสะดุ้งผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน รวินท์รีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ในขณะที่ธันวาแสร้งทำเป็นก้มลงมองแปลนโครงสร้างด้วยท่าทีเคร่งเครียดราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประตูบานเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นร่างอวบของคุณพิมที่ยืนถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะด้วยใบหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน
"ยังไม่นอนกันอีกเหรอจ๊ะเด็กๆ ดีแล้วๆ พี่มีเรื่องด่วนต้องบอก..." คุณพิมกวาดสายตามองทั้งสองคนที่มีพิรุธเล็กน้อยก่อนจะยิ้มมุมปาก "พอดีทางบอร์ดบริหารเพิ่งโทรมาแจ้งด่วนเมื่อกี้... เขาอยากให้พวกเธอสองคนบินไปหน้างานจริงที่เชียงใหม่พรุ่งนี้เช้าเลย เพื่อเคลียร์ปัญหากับผู้รับเหมาท้องถิ่นด้วยตัวเอง!"
คำประกาศนั้นทำให้รวินท์และธันวาหันขวับมามองหน้ากันทันที ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วคราวในเสี้ยววินาที ก่อนที่ธันวาจะส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาให้เขาอีกครั้ง พร้อมกับกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน
"ดูท่าทาง... ทริปนี้เราคงไม่ได้แค่วัดหน้างานกันอย่างเดียวซะแล้วล่ะครับ คุณสถาปนิก"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 7
กฎเหล็กของสถาปนิก
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!