แม่ครัวมือฉกาจกับอดีตนายทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 2

มิติในรอยยิ้ม

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าพวกคุณยังกล้าก้าวเข้ามาเหยียบธรณีประตูเรือนหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะเอาบัญชีหนี้สินทั้งหมดไปแปะประจานไว้กลางลานหมู่บ้าน ให้คนทั้งคอมมูนได้รู้ว่าตระกูลหลินรังแกหญิงหม้ายที่สามีเพิ่งปลดประจำการอย่างไรบ้าง!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นจนถ้วยชากระเบื้องเคลือบสั่นระริก หลินเยว่ยืนกอดอก ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นและดุดันจนป้าสะใภ้ใหญ่ที่อ้าปากค้างเตรียมจะโวยวายถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก บรรยากาศในห้องโถงคับแคบอบอวลไปด้วยความตึงเครียด ญาติผู้พี่และป้าสะใภ้ที่เคยมาขูดรีดข้าวสารและเงินชดเชยทหารยามบาดเจ็บของกู้เหว่ย ต่างพากันถอยกรูดทีละก้าวเมื่อเห็นสายตาดุดันคู่นั้น หลินเยว่ในตอนนี้ไม่ใช่หญิงสาวอ่อนต่อโลกที่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว ความทรงจำของร่างเดิมผสานเข้ากับวิญญาณนักสู้ของเชฟมือหนึ่งจากยุคปัจจุบัน ทำให้เธอรู้ดีว่าการจะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ปลูกผัก ทำอาหารอย่างสงบสุขในชนบท เธอต้องกวาดขยะชิ้นใหญ่เหล่านี้ออกไปให้พ้นทางเสียก่อน "นัง... นังเด็กอกตัญญู!" ป้าสะใภ้ชี้หน้าด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่น แต่เมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของกู้เหว่ยที่เพิ่งเดินถือฟืนท่อนโตเข้ามาหยุดยืนซ้อนหลังภรรยาโดยไม่ต้องเอ่ยปากสักคำ รัศมีกดดันระดับนายทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนก็ทำให้ป้าสะใภ้ต้องหุบปากฉับ ถอยหลังกรูดออกไปจากประตูบ้านพร้อมกับลูกสมุนทันที ประตูไม้เก่า  ถูกกระแทกปิดลงอย่างแรง หลินเยว่ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดเมื่อครู่สลายหายไป เหลือเพียงความโล่งอก เธอหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง "เหนื่อยหน่อยนะครับ" กู้เหว่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบที่มักจะมองคนอื่นอย่างเย็นชา กลับทอประกายอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความคลั่งรักยามที่ทอดมองภรรยา มือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธและทำไร่เอื้อมมาปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างทะนุถนอม ราวกับเธคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในโลกใบนี้ "ไม่เหนื่อยเลยสักนิดค่ะ... เอ๊ย ไม่เหนื่อยเลยครับ" หลินเยว่เกือบหลุดคำพูดคุ้นชินออกมา รีบแก้คำลงท้ายแทบไม่ทัน เธอแอบแลบลิ้นเล็กน้อยอย่างน่ารัก ซึ่งกริยานั้นทำเอาอดีตนายทหารผู้เคร่งขรึมถึงกับใบหูแดงซ่านอย่างปิดไม่มิด ภาพของสามีหนุ่มร่างใหญ่ที่เขินอายจนทำตัวไม่ถูกทำให้หลินเยว่นึกเอ็นดู เขาเป็นผู้ชายพูดน้อยต่อยหนัก ซื่อสัตย์ และรักเธอด้วยใจจริง ในยุค 70 ที่ผู้ชายหลายคนมองภรรยาเป็นเพียงแรงงานในบ้าน แต่กู้เหว่ยกลับคอยปกป้องและสนับสนุนเธอทุกอย่าง นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่า... พวกเขาจะย้ายครอบครัวหนีความวุ่นวายในเมืองนี้ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่หมู่บ้านชนบทห่างไกลตามแผนการที่วางไว้ เมื่อกู้เหว่ยเดินออกไปผ่าฟืนที่ลานหลังบ้าน หลินเยว่ก็ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา เธอกวาดสายตาสำรวจรอบห้อง ก่อนจะตั้งสมาธิเพ่งจิตไปยังความรู้สึกอุ่นวาบที่ฝ่ามือขวา วูบ! ร่างเพรียวบางหายวับไปจากห้องโถงในพริบตา ปรากฏร่างขึ้นอีกครั้งท่ามกลางพื้นที่สีขาวโพลนขนาดใหญ่ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา นี่คือ "มิติลับ" ที่ติดตัวเธอมาหลังจากการข้ามมิติ มันไม่ใช่แค่พื้นที่เก็บของธรรมดา แต่เป็นมิติอเนกประสงค์ที่มีทั้งแปลงเกษตรดินดำอุดมสมบูรณ์ น้ำพุวิเศษที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช และห้องครัวสแตนเลสสตีลทันสมัยพร้อมอุปกรณ์ทำอาหารครบครัน หลินเยว่เดินตรงไปยังชั้นวางของวิเศษ เธอหยิบเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวและพริกหยวกป่าพันธุ์หายากออกมา ตรวจ Aสอบพบว่าพวกมันงอกงามและพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว น้ำพุวิเศษในมิตินี้มีคุณสมบัติพิเศษ หากนำไปใช้รดแปลงผักข้างนอก จะทำให้พืชผลโตไว รสชาติหวานกรอบ และอุดมด้วยสารอาหารจนคนกินมีสุขภาพแข็งแรง นี่คือไพ่ตายใบสำคัญในการสร้างเนื้อสร้างตัวและทำมาค้า เธอยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี วันพรุ่งนี้คือวันที่พวกเขาจะเดินทางย้ายไปตั้งรกรากที่หมู่บ้านหินผา ภูเขาอันเงียบสงบที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและกลิ่นอายชาหอมกรุ่น หลินเยว่จัดการเก็บเกี่ยววัตถุดิบชั้นเลิศบางส่วนใส่ตะกร้าเตรียมไว้สำหรับทำมื้อค่ำฉลองการเริ่มต้นใหม่ ผ่านไปครู่ใหญ่ หลินเยว่ถอนจิตกลับออกมาสู่โลกภายนอก กลิ่นหอมกรุ่นของดินหลังฝนตกผสมกับกลิ่นไอฟืนโชยเข้ามาแตะจมูก เธอตั้งใจจะทำอาหารมื้อพิเศษเพื่อตอบแทนสามีที่คอยยืนหยัดเคียงข้างเธอมาตลอด ในห้องครัวเล็กๆ หลินเยว่จัดการหั่นหมูสามชั้นติดมันสวยงามเป็นชิ้นพอดีคำ นำลงไปเคี่ยวในหม้อดินเผาใบเก่ากับน้ำตาลทรายแดงขัดสีจนละลายกลายเป็นสีอำพันประกายเงางาม เติมเหล้าจีน ขิงแก่ทุบ และซีอิ๊วขาวชั้นดีลงไป เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ให้น้ำซอสซึมเข้าเนื้อหมูจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก จากนั้นใส่ผักกาดดองฝีมือตัวเองลงไปตัดเลี่ยน กลิ่นหอมของ "หมูสามชั้นตุ๋นผักกาดดอง" เริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวและลอยออกไปทางหน้าต่างกระจายไปทั่วบริเวณบ้านพักข้าราชการทหาร กู้เหว่ยที่กำลังง่วนอยู่กับการเหลาไม้ฟืนถึงกับต้องหยุดชะงัก เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นหอมเย้ายวนใจนั้นทำให้ท้องของชายหนุ่มส่งเสียงร้องประท้วงออกมาเบาๆ นัยน์ตาคมเข้มมองไปทางห้องครัวด้วยความหลงใหล ไม่ใช่แค่หลงใหลในฝีมือการทำอาหารของภรรยา แต่หลงใหลในตัวตนของหญิงสาวผู้เติมเต็มความอบอุ่นให้บ้านหลังนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมา ภายในห้องครัว หลินเยว่กำลังใช้ทัพพีคนน้ำซุปในหม้อด้วยความเพลิดเพลิน เธอตักน้ำแกงขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วชิมรสชาติ ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความพึงพอใจ รสชาติกลมกล่อม หวานเค็มกำลังพอดี ละมุนลิ้นจนแทบไม่อยากเชื่อว่าทำมาจากเตาถ่านโบราณ ก๊อกๆๆ! จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็กรีดดังขึ้นขัดจังหวะความสุขยามเย็น เสียงเคาะสามครั้งหนักแน่นและรวดเร็วผิดวิสัยชาวบ้านทั่วไป ทำให้หลินเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย กู้เหว่ยที่เดินเข้ามาจากลานบ้านขยับตัวเข้ามาบังหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบจ้องมองบานประตูไม้ด้วยความระแวกระวัง หลินเยว่ค่อยๆ เอื้อมมือไปปลดกลอนประตูแล้วดึงเปิดออก ชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเขียวเข้มสไตล์ทหารชั้นสูงยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมคายหล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตา ดวงตาคมกวาดมองหลินเยว่อย่างพิจารณาก่อนจะชะงักค้างเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างของกู้เหว่ยที่ยืนอยู่ด้านหลัง "ผู้กองกู้... ไม่ได้เจอกันนานนะ นายยังจำฉันได้อยู่หรือเปล่า?" ผู้มาใหม่แย้มยิ้มมุมปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก "ฉันได้รับรายงานว่านายขอย้ายไปหมู่บ้านหินผา... บังเอิญจริงๆ ที่ฉันเพิ่งได้รับคำสั่งให้ไปประจำการที่นั่นพอดี หวังว่าเราคงจะได้เพื่อนบ้านใหม่ที่ถูกคอกันนะ" หลินเยว่เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตามองชายแปลกหน้าคนนี้ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันเข้มข้นเสียยิ่งกว่ากู้เหว่ยเสียอีก! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งกลิ่นอายชาหอมกรุ่นนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวมือฉกาจกับอดีตนายทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%