"ถ้าเงินยี่สิบหยวนนี้ไม่ตกมาอยู่ในมือฉันวันนี้ อย่าหวังว่าประตูบ้านหลังนี้จะเปิดต้อนรับพวกคุณอีกเลยครับ!"
เสียงกระแทกชามกระเบื้องเคลือบแตกกระจายดังสนั่น หยดน้ำแกงผักกาดดองกระเด็นเปื้อนปลายรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ของหลินป้าฟาง ผู้เป็นลุงสะใภ้ที่ยืนทำหน้าบึ้งตึงอยู่หน้าประตูกลางบ้านตระกูลหลิน บรรยากาศภายในห้องโถงคับแคบอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของความโลภและความกดดันที่สะสมมานานแรมปี
หลินเยว่ยืนกอดอกมองญาติผู้พี่และลุงสะใภ้ด้วยสายตาเย็นเยียบ รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของเธอไม่ได้ทำให้คนตระกูลหลินสำนึกแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้หลินป้าฟางแผדเสียงแหลมสูงขึ้นกว่าเดิม
"นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ฉัน เงินก้อนนี้มันเป็นเงินชดเชยที่พี่ชายแกควรจะได้จากการทำงานในโรงงาน แกเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียว พ่อแม่ก็ตายจากไปหมดแล้ว ถ้าไม่ได้ตระกูลหลินคอยชุบเลี้ยง ป่านนี้แกคงไปนอนหนาวตายข้างถนนไปนานแล้ว จะมาทำเป็นอวดดีเรียกเก็บเงินเข้ากระเป๋าตัวเองไม่ได้นะ!"
หลินเยว่แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ราบเรียบแต่กลับทรงพลังจนทำให้หลินป้าฟางชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองรอบห้องอย่างสมเพช ชุบเลี้ยงอย่างนั้นหรือ? ตั้งแต่เธอย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้เมื่อสี่ปีមុន มีวันไหนบ้างที่เธอไม่ได้ตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อกวาดบ้าน หุงข้าว ซักผ้าให้คนทั้งบ้านจนมือแตกยับเยิน ไหนจะเงินค่าแรงจากการเย็บผ้าหักโหมยามดึกดื่นที่ถูกยึดไปจนหมดเกลี้ยง อ้างว่าเป็น "ค่าเช่าหัวนอน" บัดซบสิ้นดี!
"ชุบเลี้ยงหรือครับ ลุงสะใภ้? พูดออกมาได้ไม่อายปากเลยนะ" หลินเยว่ก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว แรงกดดันรอบตัวทำให้หญิงวัยกลางคนต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "สี่ปีที่ผ่านมา เงินค่าแรงของฉันทุกหยวน เสื้อผ้าของพ่อแม่ที่ทิ้งไว้ หรือแม้แต่ตั๋วเนื้อตั๋วแป้งที่ทางการแจกให้ ทุกอย่างถูกพวกท่านฮุบเอาไปหมด ใบเสร็จรับเงินชดเชยอุบัติเหตุของพี่ชายเมื่อเดือนก่อนก็ยังอยู่ในลิ้นชักห้องนอนของท่าน คิดว่าฉันโง่จนดูไม่ออกหรือครับว่าพวกท่านกำลังสูบเลือดสูบเนื้อฉันจนแห้งเหือด?"
"แก... แกมันเนรคุณ!" หลินป้าฟางหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่าด้วยความโกรธจัด "ไอ้เด็กกตัญญูไม่รู้คุณคน! ถ้าวันนี้แกไม่ยอมเซ็นชื่อยกเงินก้อนนี้ให้พี่ชายแกไปแต่งเมีย แกก็อย่าหวังว่าจะได้เหยียบออกไปจากบ้านหลังนี้อย่างมีความสุข!"
หลินเยว่แย้มยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความแสบสันและเด็ดเดี่ยว เธอไม่ได้หวังความยุติธรรมจากคนพวกนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว สิ่งที่เธอต้องการมีเพียงแค่ "อิสรภาพ" และการตัดขาดจากบ่วงกรรมที่น่ารังเกียจนี้ให้เด็ดขาดที่สุด
"อยากได้เงินนักใช่ไหมครับ ได้... งั้นก็เอาไปให้หมดเลย"
คำพูดนั้นทำให้หลินป้าฟางและลูกชายที่แอบฟังอยู่หลังม่านถึงกับตาโตด้วยความโลภ คิดว่านังเด็กนี่คงยอมจำนนแล้ว แต่ในวินาทีต่อมา หลินเยว่กลับคว้ากระดาษสัญญาเงินกู้และสมุดบัญชีเก่าๆ บนโต๊ะขึ้นมา ฉีกมันจนขาดวิ่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าต่อตา ก่อนจะกวาดข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวไม่กี่ชิ้นลงในย่ามผ้าใบเก่าอย่างรวดเร็ว
"จำไว้ให้ดีนะครับ นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป หลินเยว่คนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลหลินอีก ไม่ว่าจะเป็นความเป็นตาย หรือแม้แต่หนี้สินก้อนโตที่พวกท่านไปก่อไว้ที่สหกรณ์ตำบล ก็จงจำไว้ว่าอย่าได้มาเหยียบหน้าบ้านฉันเด็ดขาด เพราะถ้าพวกท่านกล้ามา... ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด!"
พูดจบ หลินเยว่ก็ไม่รอให้ใครได้ตั้งตัว เธอสะพายย่ามเดินดุ่มๆ ออกจากประตูบ้านกลางความตะลึงงันของทุกคน ทิ้งให้ตระกูลหลินยืนอ้าปากค้างอยู่เบื้องหลัง
สายลมหนาวพัดโชยเข้าปะทะใบหน้า ทว่าในอกของหลินเยว่กลับรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภายในห้วงมิติรับรู้ที่ซ่อนอยู่ลึก 3 เมตรใต้ผืนผ้าใบในย่ามของเธอ มีพื้นที่เกษตรกรรมวิเศษและตู้เก็บความเย็นขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศรอให้เธอไปพลิกฟื้นชีวิตใหม่ การหลุดพ้นจากกรงขังตระกูลหลินเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น เป้าหมายต่อไปคือการสร้างเนื้อสร้างตัว กินดีอยู่ดี และใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์อย่างมีความสุขในหมู่บ้านห่างไกล
ทว่า เมื่อเธอเดินมาถึงทางแยกดินลูกรังที่จะมุ่งหน้าออกจากเขตหมู่บ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ททหารสีเขียวเข้มที่คุ้นตาคนหนึ่งกำลังยืนพิงจักรยานฟีนิกซ์รออยู่ท่ามกลางเงาไม้ไผ่ แผ่นหลังกว้างนั้นดูมั่นคงและอบอุ่นราวกับกำแพงผา
กู้เหว่ยเงยหน้าขึ้นจากแฮนด์จักรยาน ดวงคมเข้มคู่นั้นกวาดมองสำรวจรอยแดงที่ข้อมือของเธอแวบหนึ่ง ประกายตาดุดันไหววูบด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ก่อนที่ชายหนุ่มจะถอดเสื้อโค้ทของตนเองมาคลุมไหล่ให้เธออย่างเงียบๆ โดยไม่เอ่ยถามอะไรให้มากความ มีเพียงคำพูดสั้นๆ ห้วนๆ ตามสไตล์เขา แต่กลับอบอุ่นลึกซึ้งจนคนฟังใจกระตุก
"ทางข้างหน้าหนาวมาก... กลับบ้านเรากันเถอะครับภรรยา"
หลินเยว่ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่ด้านชาจากการทรยศหักหลังเมื่อครู่กลับถูกความอบอุ่นของสามีหนุ่มโอบกอดไว้จนแน่น เธอกำลังจะพยักหน้ารับคำชวนนั้นด้วยรอยยิ้ม
*ปัง!*
เสียงประทัดนัดใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางของบ้านตระกูลหลิน ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความตื่นตระหนกของหลินป้าฟางที่ดังลั่นทะลุผืนป่าไผ่
"แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วแม่! เจ้าหน้าที่สหกรณ์กับตำรวจคอมมูนกำลังยกพวกมาที่บ้านเรา พร้อมกับหมายจับข้อหาฉ้อโกงเงินกองทุนหมู่บ้าน!"
กู้เหว่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะหันมามองภรรยาตัวน้อยที่ยืนกะพริบตาปริบๆ ด้วยความคาดไม่ถึง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งกลิ่นอายชาหอมกรุ่นนี้นะครับ
แม่ครัวมือฉกาจกับอดีตนายทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 1
หันหลังให้กรงขัง
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวมือฉกาจกับอดีตนายทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!