"หมอบลง!"
เสียงคำรามของร้อยตำรวจเอกธีร์ดังลั่นแข่งกับเสียงกระแทกของบานประตูเหล็กที่กำลังสั่นระรัว ราวกับมีมวลมหาศาลนับสิบชีวิตกำลังโถมเข้าใส่จากด้านนอก ทว่าในเสี้ยววินาทีความเป็นตายนั้น สมองของศิรินทร์กลับทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าแสงเลเซอร์สีแดงฉานที่กำลังทาบทับอยู่บนอกเสื้อกาวน์ของเธอ
ปัง!
กระสุนเจาะเกราะนัดแรกพุ่งทะลุกระจกหน้าต่างห้องปฏิบัติการนิติเวช เศษแก้วกระจายว่อนราวกับสายฝนสีเงิน ธีร์ไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าชาร์จศิรินทร์เต็มแรง จนทั้งคู่กลิ้งหลบไปหลังเคาน์เตอร์สแตนเลสหนาหนัก แรงปะทะทำให้เครื่องมือแพทย์ราคาแพงหล่นลงมาแตกกระจายเสียงดังสนั่น แต่ไม่มีใครมีสิทธิ์สนใจความเสียหายนั้นอีกแล้ว ในเมื่อลมหายใจแขวนอยู่บนเส้นด้าย
"คุณเจ็บตรงไหนไหมศิรินทร์!" ธีร์ถามเสียงหอบฮืด แว่นตาของเขาเอียงกระفส ภายในดวงตาคมกริบฉายแววตึงเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือขวาของนายตำรวจหนุ่มกำด้ามปืนพกประจำกายแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน
"ผมไม่เป็นไรครับ... ขอบคุณคุณธีร์มาก" ศิรินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก แต่ตรรกะและระบบเหตุผลในหัวของเธอยังคงทำงานอย่างเป็นระบบ สายตาคมกวาดมองวิถีของลำแสงเลเซอร์ที่หายไปหลังเสียงคำรามของเครื่องยนต์รถบรรทุกขนาดใหญ่ที่เร่งเครื่องออกไปด้านนอก
ประตูห้องแล็บหยุดสั่นไปชั่วขณะ แต่เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังวิ่งถอยห่างลงไปทางบันไดหนีไฟอย่างเป็นระเบียบ พวกมันไม่ใช่โจรสมัครเล่น... พวกมันคือมืออาชีพที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยม และมีเป้าหมายชัดเจนที่จะ "ปิดปาก" หลักฐานชิ้นสำคัญในค่ำคืนนี้
ศิรินทร์ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน มือเรียวหยิบเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่เธอเพิ่งดึงออกมาจากร่องนิ้วของศพปริศนาเมื่อสเก็ตช์ภาพก่อนเกิดเหตุขึ้นมาดู กระดาษแผ่นนั้นเปียกชื้นด้วยคราบเลือด แต่รอยหมึกปากกาเคมีสีน้ำเงินเข้มที่จางลงยังคงหลงเหลือตัวเลขชุดหนึ่งเอาไว้
"10-04-29..." ศิรินทร์พึมพำเบาๆ ดวงตาหลังกรอบแว่นหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "ตัวเลขนี้ไม่ใช่รหัสผ่านห้องนิรภัย หรือหมายเลขประจำตัวอะไรทั้งนั้นครับคุณธีร์"
ธีร์ขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นยืนระแวดระวังภัยรอบด้าน ปืนในมือยังคงเล็งไปที่ประตูทางเข้าที่บิดเบี้ยว "แล้วมันคืออะไรล่ะ? หรือจะเป็นเบอร์โทรศัพท์เก่า?"
"ไม่ใช่ครับ" ศิรินทร์ก้าวฉับๆ ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลัก แม้ระบบเน็ตเวิร์กจะถูกตัดขาดโดยฝีมือของแฮกเกอร์ปริศนาเมื่อครู่ แต่ฐานข้อมูลออฟไลน์ระดับความปลอดภัยสูงสุดยังคงใช้งานได้ นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงดังรัวราวกับเสียงฝนตก "มันคือ 'วันที่' ต่างหาก วันที่ 10 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2529... วันที่เกิดคดีสะเทือนขวัญที่สุดในประวัติศาสตร์กรมตำรวจ คดีเพลิงไหม้โรงงานเคมีร้างย่านชานเมือง ที่มีผู้เสียชีวิตถึงสิบสองศพ และหนึ่งในนั้น... คือพ่อแม่ของผมเองครับ"
สิ้นคำพูดของศิรินทร์ บรรยากาศภายในห้องปฏิบัติการก็เย็นยะเยือกขึ้นมาทันตาเห็น ธีร์หันขวับมามองหน้านักนิติวิทยาศาสตร์คู่หู แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงระคนเห็นใจ เขารู้ดีว่าปมการตายของพ่อแม่ศิรินทร์คือแผลเป็นในใจที่ไม่มีวันจางหาย แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่า คดีฆาตกรรมศพนิรนามตรงหน้า จะมีเงาอดีตเมื่อสิบปีก่อนทาบทับอยู่
"คุณกำลังจะบอกว่า... ฆาตกรที่ลงมือกับศพนี้ เป็นคนเดียวกับคนที่อยู่เบื้องหลังคดีเมื่อสิบปีก่อนอย่างนั้นเหรอ?" ธีร์ถามย้ำ น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังขึ้นกว่าเดิม
"ผมยังสรุปไม่ได้จนกว่าจะได้ตรวจสอบหลักฐานทางกายภาพอย่างละเอียดครับ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ" ศิรินทร์ดึงแฟลชไดรฟ์ตัวสุดท้ายออกจากเครื่องวิเคราะห์ DNA หน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏผลลัพธ์บางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด "โครงสร้างทางเคมีของสารพิษที่พบในเนื้อเยื่อของศพนี้ ตรงกันร้อยเปอร์เซ็นต์กับสารเคมีตกค้างจากกองเพลิงในคดีเมื่อสิบปีก่อน... สารชนิดนี้ถูกสั่งห้ามใช้ทั่วประเทศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 แล้ว ไม่มีทางที่คนธรรมดาจะหามาครอบครองได้ เว้นแต่ว่า..."
"เว้นแต่ว่า มันคือของกลางที่ถูกซุกซ่อนไว้ หรือมีใครบางคนกำลังใช้มันเพื่อส่งสารอะไรบางอย่างถึงคุณ" ธีร์ต่อประโยคให้จนจบ สีหน้าเคร่งเครียดของนายตำรวจหนุ่มเริ่มฉายแววอันตราย "พวกมันไม่ได้แค่ต้องการทำลายหลักฐาน แต่มันกำลังท้าทายคุณ ศิรินทร์ พวกมันรู้ว่าคุณกำลังขุดคุ้ยเรื่องนี้ และพวกมันจงใจล่อให้เราก้าวเข้ามาในเกมนี้ตั้งแต่แรก"
ศิรินทร์นิ่งเงียบ สมองของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาล ความหนาแน่นของ World-building ในคดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวอาชญากรรมทั่วไป แต่มันคือโครงข่ายอำนาจมืดที่ฝังรากลึกอยู่ในโครงสร้างขององค์กรยุติธรรมมาอย่างยาวนาน ความเฉียบแหลมของเธอถูกท้าทายด้วยกลไกอันซับซ้อน และที่สำคัญที่สุด... เคมีระหว่างเธอกับธีร์ในตอนนี้ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน แต่คือสหายร่วมรบที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อค้นหาความจริง
"ถ้าพวกมันต้องการเล่นเกมนี้ ผมก็จะจัดให้ครับ" ศิรินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยฉายประกายมุ่งมั่นอย่างที่ธีร์ไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความเย็นชาไร้หัวใจ แต่เป็นความกล้าหาญที่เด็ดเดี่ยวและงดงาม "เราต้องกลับไปที่สถานที่เกิดเหตุเมื่อสิบปีก่อน โรงงานเคมีร้างเขต 7 ที่นั่นต้องมีคำตอบที่พวกมันซ่อนไว้"
ธีร์มองรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของนักนิติวิทยาศาสตร์สาว ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ นายตำรวจหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ
"ให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะครับคุณนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง อย่าลืมว่าผมต้องคอยระวังหลังให้คุณตลอดเวลาจนเหนื่อยแล้วนะ" ธีร์กระชับปืนในมือมั่น "ไปกันเถอะ ก่อนที่พวกมันจะส่งชุดเก็บกวาดชุดที่สองมาต้อนรับเรา"
ทั้งสองคนก้าวออกจากห้องแล็บท่ามกลางความมืดมิดของตึกทำการที่ไร้ผู้คน ทว่าในจังหวะที่ก้าวผ่านประตูทางออกฉุกเฉิน เสียงแจ้งเตือนจากระบบสมาร์ทโฟนของศิรินทร์ก็ดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย หน้าจอแสดงผลข้อความจากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีในระบบ ไร้เสียงพูดคุย มีเพียงพิกัด GPS ล่าสุด... และไฟล์เสียงบันทึกการสนทนาเก่าครึ่งนาที
ศิรินทร์กดเปิดไฟล์เสียงด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เสียงคลื่นวิทยุซ่าๆ ดังขึ้นครู่หนึ่ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าของผู้ชายคนหนึ่งที่เธอไม่มีวันลืมตลอดชีวิต—เสียงของพ่อเธอก่อนที่โรงงานจะระเบิดเมื่อสิบปีก่อน
*"ศิรินทร์... ลูกรัก ถ้าลูกได้ยินเสียงนี้ แสดงว่าคนทรยศกำลังยืนอยู่ข้างหลังลูกแล้ว..."*
ติ๊ด!
สัญญาณถูกตัดขาดทันที พร้อมกับที่ไฟฉุกเฉินทั่วทั้งตึกดับลงสนิท เหลือเพียงความมืดมิดและเงาร่างของใครบางคน ที่กำลังยืนขวางทางเดินเบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคนเอาไว้...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่ไม่มีวันปิดตาย•ตอนที่ 3
จังหวะหัวใจของหลักฐาน
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่ไม่มีวันปิดตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!