“ถอยออกไปให้ห่างจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้!”
เสียงตะคอกของธีร์ดังก้องไปทั่วห้องมืดสลัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับของฝุ่นและคราบเลือดแห้งกรัง เขากระชากแขนศิรินทร์อย่างแรงจนร่างโปร่งถลาไปด้านหลัง แรงเหวี่ยงนั้นทำให้กล่องเครื่องมือสแตนเลสในมือเธอร่วงลงพื้น เสียงเหล็กกระทบพื้นกระเบื้องดังสนั่นราวกับเสียงระฆังมรณะ
ศิรินทร์เบิกตากว้าง ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวของเธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แม้ไฟสีแดงดวงเล็กหลังกรอบรูปจะกะพริบถี่ขึ้นจนเกือบจะเป็นเส้นตรงแห่งความตายก็ตาม
“คุณทำอะไรของคุณ! หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์กำลังจะถูกทำลายเพราะความตื่นตูมของคุณ!” ศิรินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เธอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของธีร์
“คุณนั่นแหละที่ทำลายทุกอย่าง!” ธีร์กัดฟันกรอด ใบหน้าคมเข้มของเขามีเหงื่อซึมตามไรผม “ระเบิดนั่นมันตั้งระบบเซ็นเซอร์ความร้อนไว้ ถ้าคุณขยับเข้าไปใกล้กว่านี้อีกเซนเดียว วงจรปิดของเครื่องนี้จะกระตุ้นชนวนทันที คุณอยากตายหรือไงยัยนักนิติฯ สมองกล!”
ศิรินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาของเธอพุ่งตรงไปที่กรอบรูปภาพที่เบี้ยวเอียงเล็กน้อยบนผนัง สมองของเธอประมวลผลด้วยความเร็วสูงราวกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ นี่ไม่ใช่ระเบิดแสวงเครื่องธรรมดา แต่มันคือการวางกับดักที่ออกแบบมาเพื่อ ‘กำจัดพยาน’ โดยเฉพาะ
“ห่างออกไปสองเมตร... รัศมีการตรวจจับความร้อนอยู่ที่ 180 องศาเซลเซียส ถ้าเราทำให้อุณหภูมิรอบตัวเซนเซอร์เย็นลงในทันที เราจะเบี่ยงเบนมันได้” เธอพึมพำกับตัวเอง ราวกับลืมไปแล้วว่ากำลังยืนอยู่ท่ามกลางสถานการณ์เฉียดตาย
“นั่นมันทฤษฎีในห้องแล็บครับคุณศิรินทร์!” ธีร์พุ่งตัวเข้ามาบังหน้าเธอไว้ด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า “แต่ชีวิตจริงเรามีเวลาไม่ถึงสิบวินาทีแล้ว ถอยออกไปที่ประตูด้านหลัง ผมจะล่อมันเอง!”
“ไม่!” ศิรินทร์ปฏิเสธเสียงแข็ง เธอหยิบขวดสเปรย์ไนโตรเจนเหลวขนาดพกพาออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างรวดเร็ว “ถ้าคุณพุ่งเข้าไป ความร้อนจากร่างกายของคุณจะทำให้ระเบิดทำงานเร็วกว่าเดิมสิบเท่า ฟังนะ... ผมต้องการให้คุณขว้างเก้าอี้ตัวนั้นไปทางขวา เพื่อเบี่ยงเบนทิศทางการรับค่าของเซ็นเซอร์ ส่วนผมจะเข้าประชิด!”
“คุณบ้าไปแล้ว!” ธีร์ตะคอก แต่ในวินาทีที่วิกฤตที่สุด เขากลับพบว่าตัวเองยอมรับคำสั่งของหญิงสาวคนนี้อย่างไม่มีเงื่อนไข
หนึ่ง... สอง... สาม!
ธีร์คว้าเก้าอี้ไม้เก่าทรุดโทรมขว้างสุดแรงไปทางขวาของห้อง ในเสี้ยววินาทีเดียวกัน ศิรินทร์พุ่งตัวออกไปเหมือนลูกธนู เธอไม่ได้วิ่งเข้าไปตรงๆ แต่เธอสไลด์ตัวแนบไปกับพื้นเย็นเฉียบ ปลายนิ้วเรียวยาวพ่นไอเย็นจัดจากสเปรย์เข้าใส่เซนเซอร์ดวงนั้นโดยตรง
*ฟู่!*
เสียงไอเย็นกระทบโลหะร้อนฉ่าดังขึ้น ไฟสีแดงที่เคยกระพริบถี่รัวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หรี่ลงจนดับวูบไปพร้อมกับเสียงกลไกที่หยุดทำงาน
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั้นอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสองที่ดังแข่งกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัว
ธีร์ทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นอย่างหมดแรง เขาจ้องมองหญิงสาวที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่หน้าผนัง ปลายนิ้วของเธอยังคงแตะอยู่บนตัวจุดชนวนที่เย็นเฉียบ “คุณ... ทำไมถึงมั่นใจนักว่ามันจะหยุด?”
ศิรินทร์ค่อยๆ หันกลับมามองเขา แววตาของเธอสงบนิ่งจนน่ากลัว “เพราะผมคำนวณไว้แล้วว่าคนวางระเบิดคนนี้ เป็นพวกสมบูรณ์แบบนิยม (Perfectionist) เขาจะไม่ใช้สารเคมีที่ระเหยเร็วเกินไปในสภาพอากาศอับชื้นแบบนี้... คุณโชคดีที่ผมไม่เชื่อในดวงครับร้อยตำรวจเอกธีร์ ผมเชื่อในข้อมูล”
“ข้อมูลของคุณเกือบทำให้เราตายทั้งคู่” ธีร์ลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามตัวพลางมองศิรินทร์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวจางหายไป เหลือเพียงความกังขาและ... ความทึ่ง
“คดีนี้มันใหญ่กว่าที่คิด” ธีร์เปลี่ยนโทนเสียงเป็นจริงจัง “คนร้ายที่กล้าทิ้งระเบิดไว้ในที่เกิดเหตุแบบนี้ ไม่ใช่แค่โจรธรรมดา มันเป็นการประกาศสงครามกับพวกเรา”
ศิรินทร์ลุกขึ้นยืน เธอหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเก็บรายละเอียดรอยเท้าปริศนาที่เปื้อนโคลนอยู่ใกล้ๆ ผนัง รอยเท้านั้นดูแปลกตา มันมีรูปแบบการลงน้ำหนักที่ผิดปกติ ราวกับว่าผู้ที่ทิ้งรอยไว้นี้มีอาการบาดเจ็บที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง
“ดูนี่สิครับธีร์” เธอชี้ให้เขาดู “รอยเท้าที่สามและสี่... น้ำหนักทิ้งลงที่ส้นเท้ามากกว่าปลายเท้า และมีความลึกที่ต่างกันหนึ่งจุดห้ามิลลิเมตร”
ธีร์ก้มลงมองตาม “รอยเท้าคนเดินกะเผลก? แต่ทำไมต้องมาทิ้งรอยไว้ในที่ที่เข้าถึงยากแบบนี้?”
ศิรินทร์ไม่ได้ตอบ แต่เธอกลับเดินไปที่มุมมืดอีกฝั่งของห้อง ก่อนจะหยิบเอาบางอย่างที่ตกอยู่ใต้ขอบตู้ไม้ขึ้นมา มันเป็นเหรียญตราโลหะสีเงินวาววับที่มีรอยขีดข่วนเป็นสัญลักษณ์รูปนกฮูกไร้ตา
ธีร์เห็นเหรียญนั้นแล้วถึงกับหน้าถอดสี “เหรียญตรากลุ่มเงาอาชญากรรม... เป็นไปไม่ได้ พวกมันไม่ได้เคลื่อนไหวในเขตนี้มานานกว่าสิบปีแล้ว”
ในตอนนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องแท็บเล็ตในมือของศิรินทร์ก็ดังขึ้นถี่ๆ พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏบนหน้าจอ:
[คำเตือน: ตรวจพบระบบเฝ้าระวังระยะไกลเริ่มทำงาน... มีผู้บุกรุกกำลังมุ่งหน้ามายังห้องนี้จากทางเดินทิศใต้]
[ระดับความอันตราย: สูงสุด]
[ภารกิจพิเศษถูกกระตุ้น: "หลบหนีหรือเผชิญหน้า? ชะตากรรมอยู่ที่การตัดสินใจของคุณ"]
ทั้งคู่หันไปมองหน้ากันโดยไม่ต้องนัดหมาย ประตูห้องเริ่มสั่นสะเทือนจากแรงกระแทกจากด้านนอก ราวกับว่ามีคนนับสิบกำลังพยายามพังเข้ามา และในวินาทีที่บานประตูเหล็กกำลังจะหลุดออกจากวงกบ แสงเลเซอร์สีแดงจากอาวุธปืนระยะไกลก็จุดวับขึ้นที่หน้าอกของศิรินทร์!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นระทึกไปกับ "แฟ้มคดีลับ007" นะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่ไม่มีวันปิดตาย•ตอนที่ 2
รอยเท้าปริศนา
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่ไม่มีวันปิดตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!