"รอยฟกช้ำรูปนิ้วมือห้าจุดบริเวณลำคอ... ไม่ใช่ร่องรอยของการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่เป็นแรงกดในมุมองศาสี่สิบห้าองศาจากด้านหลัง ผู้ตายถูกตรึงให้อยู่ในท่านั่งก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะถูกพรากไปอย่างเงียบเชียบ"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางความอึมครึมภายในห้องพักอพาร์ตเมนต์หรูใจกลางเมือง กลิ่นอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อราคาแพงลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นฝนที่เพิ่งซาลงไป ศิรินทร์ในชุดสูทสีเข้มสวมถุงมือยางสีขาวกำลังก้มตัวลงสำรวจร่างไร้วิญญาณของเหยื่อรายที่หกอย่างละเอียด แสงไฟฉายขนาดเล็กส่องกระทบเข้ากับผิวหนังบริเวณลำคอเผยให้เห็นจุดเลือดออกใต้ผิวหนังขนาดเล็ก หรือที่ในทางนิติวิทยาศาสตร์เรียกว่า *Petechiae* ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่านี่คือคดีฆาตกรรมอำพราง ไม่ใช่การผูกคอฆ่าตัวตายตามที่ตำรวจท้องถิ่นสันนิษฐานไว้แต่แรก
"คุณศิรินทร์ครับ ทางกองพิสูจน์หลักฐานชุดแรกเก็บกวาดพื้นที่รอบนอกหมดแล้ว ไม่พบลายนิ้วมือแฝงอื่นใดนอกจากของผู้ตายเอง และที่สำคัญ... ประตูถูกลงกลอนจากด้านในอย่างไร้ร่องรอยการงัดแงะ ห้องปิดตายสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์"
ร้อยตำรวจเอกธีร์ก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับสมุดบันทึกในมือ สีหน้าของนายตำรวจหนุ่มเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่มีสภาพเรียบร้อยไร้ร่องรอยการรื้อค้น ราวกับว่าผู้ตายเปิดประตูต้อนรับฆาตกรด้วยความเต็มใจ หรือไม่... พวกเขาก็รู้จักกันเป็นอย่างดี
ศิรินทร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที ชายหนุ่มยังคงเพ่งสมาธิไปที่คราบอณูบางอย่างใต้เล็บของศพ ปลายนิ้วเรียวยาวหยิบไม้พันสำลีขึ้นมาปัดเบาๆ ก่อนจะเก็บใส่ซองพลาสติกใสอย่างระมัดระวัง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง ระบบตรรกะในหัวกำลังประมวลผลข้อมูลนับร้อยชิ้นที่กระจัดกระจายอยู่ในที่เกิดเหตุ
"ห้องปิดตายไม่มีอยู่จริงหรอครับผู้กองธีร์..." ศิรินทร์เอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงถนัดตา "มันเป็นเพียงคำแก้ตัวของคนที่ขี้เกียจสังเกตรายละเอียดรอบตัวต่างหาก ลองดูนี่สิครับ"
ศิรินทร์ใช้ปลายปากกาชี้ไปยังร่องบานพับหน้าต่างอลูมิเนียมที่เปิดรับลมอยู่เพียงเล็กน้อย ด้านนอกมีคราบเขม่าสีเทาจางๆ ซึ่งถ้ามองด้วยตาเปล่าในยามวิกาลย่อมไม่มีทางมองเห็น นอกเสียจากว่าแสงไฟจากมุมตกกระทบยามฟ้าสว่างจะส่องผ่านเข้ามาในองศาที่ถูกต้องพอดี
ธีร์ขมวดคิ้วแน่น รีบก้าวเข้าไปส่องดูใกล้ๆ "คราบเขม่า... หรือว่ามันคือ..."
"ไม่ใช่การปีนเข้ามาจากระเบียงหรอกครับ เพราะนี่คือชั้นสิบสอง ความสูงระดับนี้ไม่มีมนุษย์คนไหนปีนขึ้นมาโดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยพยุงน้ำหนักตัว และถ้ามีอุปกรณ์ เสียงรบกวนย่อมต้องดึงดูดความสนใจของเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม แต่นี่ไม่มีรายงานเสียงผิดปกติเลยแม้แต่น้อย" ศิรินทร์ถอดถุงมือยางออกช้าๆ ก่อนจะหันมาสบตากับนายตำรวจหนุ่ม "สิ่งที่ฆาตกรใช้ไม่ใช่ความแข็งแกร่งทางกายภาพ แต่เป็นหลักการทางฟิสิกส์พื้นฐาน... กลไกการหน่วงเวลาด้วยความร้อนและความชื้น"
บทสนทนาระหว่างทั้งสองถูกขัดจังหวะด้วยเสียงวิทยุสื่อสารที่ดังแทรกขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อของธีร์ รายงานสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่ภาคสนามด้านล่างที่แจ้งว่าพบวัตถุต้องสงสัยถูกทิ้งไว้ในถังขยะสาธารณะห่างจากตึกไปสามร้อยเมตร ทว่า ก่อนที่ศิรินทร์จะทันได้วิเคราะห์สมมติฐานข้อต่อไป สายตากลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่บนกรอบรูปภาพติดผนังรูปสุดท้าย รูปภาพที่หกซึ่งแขวนอยู่ตรงข้ามกับเตียงนอน
ภาพถ่ายวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน... แต่กระจกเงาสะท้อนกลับไม่ตรงกับมุมมองของทิวทัศน์นอกหน้าต่างในความเป็นจริง!
หัวใจของศิรินทร์กระตุกวูบ สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องเสียงดังลั่นในโสตประสาท
"ผู้กองธีร์... ถอยออกมาจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้ครับ!" ศิรินทร์ตะโกนเสียงหลง พร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปกระชากแขนของนายตำรวจหนุ่มให้พ้นจากรัศมีของกรอบรูปทันที
ทว่า ทันใดนั้นเอง เสียงคลิกเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลังกรอบรูปภาพ พร้อมกับไฟสีแดงดวงเล็กที่กะพริบถี่ขึ้นอย่างรวดเร็ว—มันคือสัญญาณตัวนับถอยหลังของระเบิดแสวงเครื่องขนาดพกพาที่ถูกตั้งเวลาไว้ให้ทำงานทันทีเมื่อมีการเปิดใช้งานระบบเซ็นเซอร์ความร้อนจากร่างกายมนุษย์ที่เข้ามาใกล้ในระยะสามเมตร!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่ไม่มีวันปิดตาย•ตอนที่ 1
ศพที่หกในห้องปิดตาย
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่ไม่มีวันปิดตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!