เสียงรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดกลไกดัง “แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก” เป็นจังหวะเดียวดายท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงานนิติวิทยาศาสตร์ในยามวิกาล แสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาของศิรินทร์ เผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและระมัดระวังอย่างถึงที่สุด
เบื้องหน้าของเขาคือหน้าจอที่กำลังแสดงผลการเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลกลางของกรมตำรวจ (NPIS) ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามระดับสูงสุด ระบบรักษาความปลอดภัยดิจิทัลของที่นี่ขึ้นชื่อว่าหนาแน่นที่สุดในประเทศ มีทั้งไฟร์แผงหลายชั้นและระบบ AI ตรวจจับความผิดปกติที่พร้อมจะแจ้งเตือนผู้บัญชาการหากมีไอพีแอดเดรสแปลกปลอมเล็ดลอดเข้ามาเพียงเสี้ยววินาที
แต่สำหรับศิรินทร์แล้ว กฎเกณฑ์เหล่านั้นเป็นเพียงแค่สมการคณิตศาสตร์ที่มีช่องโหว่รอให้เขาพิสูจน์
"เหลือเวลาอีกสามนาที..." ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบื้องหน้าหน้าจอ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม แม้สภาพอากาศภายในห้องจะเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศก็ตาม
นิ้วเรียวยาวของนักนิติวิทยาศาสตร์หนุ่มรัวโค้ดคำสั่งชุดสุดท้ายลงไปเพื่อบายพาส (Bypass) ระบบยืนยันตัวตนสองขั้นตอน หน้าจอสีดำสนิทที่มีตัวอักษรวิ่งผ่านราวกับสายฝนในภาพยนตร์ไซไฟSuddenly เปลี่ยนเป็นสีเขียว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นกลางจอ: *[Access Granted: Level 4 Clearance]*
หัวใจของศิรินทร์กระตุกวูบ ความสำเร็จนี้ไม่ได้ทำให้เขายิ้มออกมา กลับกัน มันสร้างความกดดันมหาศาล เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่คือการล้ำเส้นกฎหมายที่เขาให้สัตย์ปฏิญาณไว้ เป้าหมายเดียวที่ทำให้เขาต้องเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางขนาดนี้ คือการนำตัวอย่าง DNA ลึกลับจากคดีฆาตกรรมปริศนาเมื่อสัปดาห์ก่อน มาเทียบเคียงกับแฟ้มคดีลับห้องใต้ดินที่ถูกปิดตายเมื่อสิบหี่ปีก่อน—คดีการเสียชีวิตของพ่อแม่เขาเอง
ในจังหวะที่ฐานข้อมูลลับกำลังดึงข้อมูลชุดที่ต้องการขึ้นมา ประตูห้องทำงานด้านนอกก็ส่งเสียง "ติ๊ด" เบาๆ ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยกำลังเดินตรงมาทางนี้
“คุณศิรินทร์ครับ ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอครับ หรือว่าเจอหลักฐานอะไรเด็ดๆ เข้าแล้ว”
เสียงทุ้มห้าวของร้อยตำรวจเอกธีร์ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออก ศิรินทร์สะดุ้งสุดตัว สติสัมปชัญญะทั้งหมดพุ่งพล่าน เขาใช้ความเร็วสูงสุดกดปุ่มลัดเพื่อปิดหน้าต่างโปรแกรมทั้งหมด แล้วสลับหน้าจอไปที่รายงานชันสูตรศพธรรมดาอย่างแนบเนียนภายในเสี้ยววินาที
ธีร์ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับถ้วยกาแฟกระดาษส่งกลิ่นกรุ่นในมือ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยสัญชาตญาณของตำรวจสืบสวน
“คุณธีร์... ดึกปานนี้ ทำไมยังไม่ออกไปตรวจพื้นที่เกิดเหตุอีกครับ” ศิรินทร์พยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด ถอดแว่นสายตาออกมาเช็ดด้วยผ้าเช็ดเลนส์เพื่อซ่อนความพิรุธในแววตา
ธีร์วางกาแฟลงบนโต๊ะทำงานใกล้ๆ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือค้ำขอบโต๊ะของศิรินทร์ ใบหน้าคมเข้มยื่นเข้าไปใกล้จนเกือบชิด ดวงตาคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของนักนิติวิทยาศาสตร์หนุ่มราวกับจะอ่านความคิด
“ผมเพิ่งกลับมาจากกองบังคับการครับ และบังเอิญ... ระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยของกรมตำรวจเพิ่งรายงานความผิดปกติ ว่ามีคนพยายามแฮกเข้าไปในเซิร์ฟเวอร์หลักระดับ Level 4” ธีร์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบกดทับบรรยากาศระหว่างเขาทั้งสองคน “แถมไอพีแอดเดรสต้นทาง ก็ดันมาจากหมายเลขเครือข่ายภายในตึกนี้... ซะด้วยสิครับ”
ศิรินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาข้อแก้ตัว แต่ทว่าความฉลาดรอบคอบมักจะพ่ายแพ้ให้กับความใส่ใจอันเฉียบคมของตำรวจหนุ่มภาคสนามผู้นี้เสมอ
“คุณกำลังสงสัยผมหรือครับ คุณธีร์” ศิรินทร์ถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แม้ในใจจะเริ่มเต้นระรัว
ธีร์ถอนหายใจยาว ยืดตัวตรงขึ้นแล้วยกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มของการจับผิด หากแต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและความเป็นห่วง
“ผมไม่ได้สงสัยหรอกครับ... ผมมั่นใจต่างหาก” ธีร์พูดเสียงเบา “คุณศิรินทร์ คุณคิดจริงๆ หรือครับว่าระบบความปลอดภัยระดับนั้น จะไม่มีใครตรวจสอบย้อนหลังแบบเรียลไทม์? ถ้าไม่ใช่เพราะผมแอบเข้ามาเปลี่ยนเส้นทางบันทึก Log ของระบบซะก่อน ป่านนี้สารวัตรฝ่ายไอทีคงเอาหมายค้นมายืนหัวโด่หน้าประตูห้องคุณแล้วล่ะครับ”
คำพูดของธีร์ทำเอาศิรินทร์ชะงักงัน แววตาที่เคยเย็นชาและเต็มไปด้วยตรรกะสั่นไหวเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองตำรวจหนุ่มตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
“คุณ... ช่วยผมเหรอครับทำไม...”
“เพราะผมไม่อยากเห็นอัจฉริยะสติเฟื่องอย่างคุณต้องไปนอนในคุกก่อนที่เราจะไขคดีนี้ด้วยกันน่ะสิครับ” ธีร์ดึงเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ อย่างถือวิสาสะ ก่อนจะใช้นิ้วเคาะเบาๆ ที่หน้าจอที่เพิ่งถูกพับหน้าต่างลงไป “ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วครับ... สิ่งที่คุณพยายามค้นหาเมื่อกี้ มันคงไม่ใช่แค่เรื่องผลชันสูตรของเหยื่อรายล่าสุดใช่ไหมครับ? มันเกี่ยวกับคดีเมื่อสิบปีก่อน... คดีของคุณพ่อคุณใช่หรือเปล่า”
บรรยากาศในห้องเงียบสงบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศ ศิรินทร์หันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงซ่อนความลับอันดำมืดเอาไว้ ความลับที่เขาแบกรับมาตลอดชีวิต และตอนนี้ เขากำลังมีเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะก้าวลงไปในความมืดนั้นด้วยกัน
“ถ้าผมบอกว่า... ผลการเทียบเคียง DNA เมื่อครู่ มันตรงกันล่ะครับคุณธีร์” ศิรินทร์พูดเสียงแผ่วเบา แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ “ฆาตกรที่ฆ่าเหยื่อเมื่อสัปดาห์ก่อน... คือคนเดียวกับคนที่ฆ่าพ่อแม่ผมเมื่อสิบปีก่อน และรอยนิ้วมือดิจิทัลที่ผมทิ้งไว้ในระบบ... มันอาจจะไม่ได้ถูกลบอย่างสะอาดอย่างที่คุณคิด”
ทันใดนั้นเอง หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ปิดไปแล้วก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีใครแตะต้อง หน้าจอถูกแทนที่ด้วยข้อความสีแดงฉานที่กระพริบเตือนถี่ๆ พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยเงียบ (Silent Alarm) ดังขึ้นในระบบเครือข่ายภายใน
*[Warning: Unauthorized Intrusion Detected. Trace Complete. IP Locked from External Source]*
*[Welcome back, Subject Zero. We have been waiting for you...]*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — แฟ้มคดีลับ007
นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่ไม่มีวันปิดตาย•ตอนที่ 7
ความลับใต้ฐานข้อมูล
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่ไม่มีวันปิดตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!