"ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้สมมติฐานเดิม ชุดข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ตัวนั้น... จะฆ่าพวกเราทุกคนเหมือนที่เคยฆ่าเขา"
น้ำเสียงของร้อยตำรวจเอกธีร์ไม่ได้ดัง แต่ทุกพยางค์ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง กลับหนักอึ้งราวกับมีมวลสารบางอย่างกดทับบรรยากาศภายในห้องสืบสวนแคบๆ ให้แทบหายใจไม่ออก แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดนีออนกะพริบเบาๆ สะท้อนเงาบนคราบกาแฟแห้งกรังบนโต๊ะทำงาน เผยให้เห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาของนายตำรวจหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าใจร้อนและบ้าบิ่นที่สุดในกองกำกับการ
ศิรินทร์ชะงักมือที่กำลังเรียงชิ้นส่วนตัวอย่างสารเคมีบนถาดสแกน ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นใสจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความนิ่งสงบตามวิสัยทัศน์ของนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ยึดมั่นในตรรกะ ทว่าลึกเข้าไปในม่านตาคู่นั้น กลับมีความลังเลระลอกหนึ่งไหววูบ
"ข้อมูลในระบบนิติเวชศาสตร์ไม่เคยโกหกใครครับ ธีร์" ศิรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นุ่มนวลพอที่จะไม่เป็นการราดน้ำมันลงบนกองไฟ "ตัวเลขค่าความเป็นกรดในเนื้อเยื่อ และรอยวิถีกระสุนจำลองสามมิติชี้ชัดว่า..."
"พอที!"
เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นจนเอกสารคดีเก่ากระเด็นร่วงลงพื้น ธีร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーンที่ข้างขมับ ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยประกายไฟแห่งความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่ความโกรธเคืองที่มีต่อศิรินทร์ แต่เป็นความโกรธแค้นต่อความไร้พลังของตัวเองในอดีต
"คุณพูดเหมือนกับหมอนั่น... เหมือนกับสารวัตรกรณ์ไม่มีผิด!" ธีร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูคล้ายเสียงสะอื้น "เขาก็เคยเชื่อมั่นใน 'ระบบ' และ 'ตัวเลข' แบบที่คุณกำลังทำอยู่ทุกประการ ศิรินทร์... เขาบอกผมว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะนำพาเราไปสู่ความจริงเสมอ แต่สุดท้ายความจริงที่ว่านั่นแหละ ที่ย้อนกลับมาหักคอเขา ส่งศพเพื่อนสนิทของผมกลับมาในสภาพที่ไม่มีแม้แต่คำลา!"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวในอกของคนทั้งสอง
ศิรินทร์ค่อยๆ วางเครื่องมือลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง เขาไม่ได้รีบร้อนโต้ ธีร์ ด้วยคำพูดสวยหรูตามตำราจิตวิทยา เพราะเขารู้ดีว่าแผลเป็นในใจของตำรวจหนุ่มรายนี้ลึกเกินกว่าจะเยียวยาด้วยเหตุผลทางสถิติ ปมการสูญเสียเพื่อนร่วมงานเมื่อสามปีก่อนจาก "ข้อมูลข่าวกรองที่ผิดพลาด" ยังคงเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามวิญญาณของธีร์ไว้กับความรู้สึกผิด
"คุณกำลังกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยใช่ไหมครับ" ศิรินทร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและจริงใจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีเข้มมองตรงไปยังนายตำรวจหนุ่ม "คุณกลัวว่าการพยายามไขปริศนาคดีฆาตกรรมต่อเนื่องชุดนี้ จะทำให้ผมกลายเป็นศพรายต่อไป... เหมือนกับสารวัตรกรณ์"
ธีร์สะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาที่เคยดุดันไหววูบลงอย่างปิดไม่มิด เขาเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างกระจกที่สะท้อนเงาตัวเองในความมืดราตรี
"ผมไม่ได้กลัวตาย" ธีร์พึมพำเสียงแผ่วเบา คล้ายกำลังพูดกับตัวเอง "ผมแค่... ทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยดึงผมออกจากนรกในวันนั้น ต้องมาจบชีวิตลงเพราะความดื้อรั้นของผมเองอีกครั้ง"
เคมีอันซับซ้อนระหว่างทั้งสองคนถูกถักทอขึ้นในความเงียบงันนั้น ความฉลาดรอบคอบและตรรกะอันแข็งแกร่งของศิรินทร์ เปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่คอยค้ำจุนโลกแห่งความจริงอันโหดร้าย ขณะที่ความเด็ดเดี่ยวและหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกผิดของธีร์ คือเครื่องเตือนใจว่าเบื้องหลังตัวเลขทุกบรรทัดและศพทุกร่าง คือชีวิตมนุษย์ที่มีลมหายใจและคนที่รักข้างหลัง
ศิรินทร์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย มือเรียวยื่นออกไปแตะเบาๆ ที่บ่ากว้างของนายตำรวจหนุ่ม เป็นสัมผัสที่เรียบง่ายแต่มั่นคงอย่างยิ่ง
"เชื่อใจผมสิครับ ธีร์" ศิรินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ผมไม่ได้กำลังทำงานนี้ด้วยความเย่อหยิ่งของนักวิทยาศาสตร์ แต่ผมกำลังทำมันเพื่อค้นหาความจริง... ความจริงเดียวกับที่คุณตามหามาตลอดสามปี และผมสัญญาว่า เราจะก้าวผ่านมันไปด้วยกัน ไม่ใช่ในฐานะผู้ถูกกระทำ แต่เป็นผู้กำหนดเกม"
ธีร์หันกลับมามองสบตา เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อได้เห็นประกายความมุ่งมั่นที่เด็ดเดี่ยวและไร้ความหวาดกลัวในแววตาของศิรินทร์ มันเป็นแววตาที่ทรงพลังเสียจนความหวาดระแวงในใจของเขาเริ่มคลี่คลายลงทีละน้อย
มุมปากของนายตำรวจหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ฝืนที่สุดในรอบหลายปี แต่ก็จริงใจที่สุดเช่นกัน "คุณนี่มัน... ดื้อรั้นกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะ ศิรินทร์"
"ผมคือนักนิติวิทยาศาสตร์ครับ ความดื้อรั้นในการไล่ล่าความจริงคือหน้าที่หลักของเรา" ศิรินทร์ตอบกลับด้วยมุกตลกหน้าตายเบาๆ ที่ช่วยละลายบรรยากาศตึงเครียดลงได้บ้าง
ก่อนที่บทสนทนาอันลึกซึ้งจะดำเนินต่อไป เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงก็ดังลั่นขึ้นจากคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลักบนโต๊ะทำงาน หน้าจอสีดำมืดสนิทเมื่อครู่ จู่ๆ ก็สว่างวาบขึ้นด้วยตัวอักษรสีแดงฉานที่วิ่งพล่านราวกับสายน้ำท่วมทะลัก
*เตือนภัย: ตรวจพบการเข้าถึงฐานข้อมูลลับระดับ SSS จาก IP Address ภายนอก*
*เป้าหมาย: ไฟล์คดีหมายเลข 00-ศพไร้ญาติ (บันทึกการตายของสารวัตรกรณ์)*
*สถานะระบบ: กำลังถูกเจาะ0รหัส... เหลือเวลาอีก 30 วินาที ระบบจะทำการลบตัวเองอัตโนมัติ*
ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ธีร์พุ่งตัวเข้าไปประชิดหน้าจอทันที ดวงตาของนายตำรวจหนุ่มแข็งค้างเมื่อเห็นข้อความที่ปรากฏขึ้นต่อท้ายการเข้ารหัส
ไม่ใช่แฮกเกอร์นิรนามจากที่ไหน... แต่เป็นข้อความทักทายที่ถูกส่งตรงมาจากชื่อผู้ใช้งานที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน
*"ยินดีต้อนรับกลับสู่สนามเด็กเล่นของฉัน... น้องชาย"*
แล้วหน้าจอก็ดับวูบลงสนิท พร้อมกับเสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นก้องกังวานมาจากทางเดินมืดมิดนอกห้องแล็บ... ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — แฟ้มคดีลับ007
นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่ไม่มีวันปิดตาย•ตอนที่ 8
ธีร์กับความทรงจำสีเลือด
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่ไม่มีวันปิดตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!