"สามวินาที... ถ้าคุณพลาดย่างก้าวนี้ไปแม้แต่มิลลิเมตรเดียว เหยื่อรายที่สี่จะไม่เพียงแค่สูญเสียลมหายใจ แต่เราจะสูญเสียเบาะแสชิ้นสุดท้ายที่จะเชื่อมโยงไปถึงรังของมันด้วยครับสารวัตร"
น้ำเสียงของ ดร.รินรดา ไม่ได้มีความตื่นตระหนกเจือปนเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเบื้องหน้าของพวกเราจะเป็นห้องใต้ดินอับชื้น กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับความชื้นของผนังคอนกรีตเก่า ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นทรงเหลี่ยมของเธอกลับเปล่งประกายความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด ในฐานะนักจิตวิทยาอาชญากรรม เธอกำลังอ่านเกมจิตวิทยาที่ฆาตกรโรคจิตรายนี้วางเอาไว้บนตารางหมากรุกแห่งความเป็นความตาย
ผม – สารวัตรกรณ์ โปรไฟล์เลอร์ผู้ยึดมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์และตรรกะทางวิทยาศาสตร์ พยักหน้ารับช้าๆ โดยไม่เอ่ยคำฟุ่มเฟือย สายตาคมกริบกวาดสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยทักษะการวิเคราะห์ขั้นสูง ท่อระบายน้ำด้านขวาที่มีคราบน้ำมันเครื่องไหลผ่าน, รอยขูดขีดบนพื้นปูนสี่รอยที่บ่งบอกถึงการลากสิ่งของน้ำหนักไม่ต่ำกว่าเจ็ดสิบกิโลกรัม, และเสียงติ๊กเบาๆ ของนาฬิกาตั้งเวลาที่ถูกซ่อนไว้หลังเบรกเกอร์ไฟเก่าๆ
ทุกอย่างถูกคำนวณไว้แล้ว... ฆาตกรไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตของเหยื่อ แต่มันกำลังทดสอบ "ระบบการตัดสินใจ" ของทีมสืบสวนเรา
เปรี๊ยะ!
เสียงกระแสไฟฟ้าลัดวงจรดังขึ้นเบาๆ จากตู้ควบคุมไฟทางด้านซ้าย มือของผมเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแม่นยำราวกับศัลยแพทย์กำลังผ่าตัดหัวใจผู้ป่วย ปลายนิ้วสัมผัสกับสายไฟสีแดงและสีฟ้าที่พันกันยุ่งเหยิง ความทรงจำในอดีตแว้บเข้ามาในหัว—ภาพเหตุการณ์ที่ผมเคยสูญเสียเพื่อนร่วมทีมไปจากความประมาทในสถานการณ์คล้ายคลึงกัน ความเจ็บปวดนั้นไม่ใช่เครื่องเหนี่ยวรั้ง แต่มันคือเกราะคุ้มกันที่ทำให้ผมมีสติและรอบคอบยิ่งขึ้นในวินาทีเป็นตาย
"ริน ถอยไปสามก้าว ระบบวงจรถูกตั้งค่าแบบสะท้อนกลับ ถ้าตัดผิดเส้น แรงระเบิดจากห้องเครื่องด้านหลังจะทำลายหลักทั้งหมดในรัศมีสิบเมตร" ผมเอ่ยเตือนเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง
"ฉันเชื่อมือคุณค่ะ... เอ๊ย เชื่อมือคุณครับสารวัตร" รินรดาแกล้งแซวด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อคลายบรรยากาศตึงเครียด แม้เธอจะเผลอใช้คำลงท้ายผิดวิสัยไปแวบหนึ่งตามความคุ้นเคยส่วนตัว แต่รอยยิ้มมุมปากของเธอกลับจริงจังอย่างยิ่ง เธอยื่นคีมตัดลวดด้ามจับหุ้มยางฉนวนไฟฟ้ามาให้อย่างรู้ใจ "จัดการเลยค่ะ... ครับ สารวัตรกรณ์"
แกร็ก!
คมโลหะตัดผ่านฉนวนพลาสติกสีฟ้าขาดสะบั้นลง เสียงติ๊กของนาฬิกาตั้งเวลาหยุดกงล้อลงทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหอบหายใจโรยรินดังมาจากเงาดำเบื้องหลังเสาคอนกรีต
"ช่วย... ด้วย..."
ร่างของหญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มพนักงานออฟฟิศ ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและถูกพันธนาการด้วยเชือกไนลอนอย่างแน่นหนา ล้มพับลงมาสู่อ้อมแขนของผมที่พุ่งเข้าไปรับไว้ได้ทันท่วงที ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทาจนสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บจากอาการช็อก
"ปลอดภัยแล้วครับคุณ... คุณตั้งสติไว้นะครับ หน่วยแพทย์กำลังรออยู่ด้านบน" ผมถอดเสื้อแจ็กเก็ตตัวนอกออกคลุมร่างให้เธอเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกาย พร้อมส่งสัญญาณมือให้เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ซุ่มอยู่รอบนอกเข้ามาเคลียร์พื้นที่และนำตัวเหยื่อส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ความโล่งใจแผ่ซ่านเข้ามาใน10บรรทัดความคิดของผม สัญชาตญาณดิบของโปรไฟล์เลอร์กลับส่งเสียงเตือนภัยดังลั่นในโสตประสาท!
กริ๊ก!
เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เหยียบลงบนเศษกระจกแตกบริเวณทางหนีไฟด้านหลังห้องใต้ดินดังขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"ริน! หมอบลง!"
ผมตะโกนลั่นพร้อมกับพุ่งตัวเข้าคว้าเอวบางของนักจิตวิทยาหญิงให้ล้มลงไปหลบหลังแนวเสาปูนหนาพร้อมกัน ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง กระสุนปืนเจาะเกราะนัดหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศผ่านจุดที่เรายืนอยู่เมื่อครู่ ปักเข้าใส่ผนังคอนกรีตจนเศษปูนกระจายฟุ้งเป็นฝุ่นขาวโพลน
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนเก็บเสียงรัวติดต่อกันสามนัดสะท้อนก้องไปทั่วอุโมงค์อับชื้น เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษรีบตอบโต้ด้วยการยิงคุ้มกันไปยังทิศทางที่มาของกระสุน แต่เมื่อพวกเราบุกทะลวงเข้าไปถึงจุดซุ่มยิง สิ่งที่พบมีเพียงปลอกกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตรที่ยังร้อนระอุตกอยู่บนพื้น และหน้าต่างระบายขนาดเล็กที่ถูกเปิดทิ้งไว้ลมพัดกรรโชกเข้ามาปะทะใบหน้า
มันหนีไปได้อีกแล้ว... และมันก้าวล้ำหน้าเราไปเพียงแค่ก้าวเดียวเสมอ
ผมยืนนิ่งมองร่องรอยการหลบหนีนั้นด้วยแววตาที่ฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง ฆาตกรรายนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่คนวิปริตที่มีรสนิยมซาดิสต์ทั่วไป แต่มันมีทักษะการเคลื่อนไหวระดับยุทธวิธี มีการวางแผนเส้นทางถอยรอนแรมอย่างแม่นยำ และที่สำคัญที่สุด... มันรู้ความเคลื่อนไหวของพวกเราทุกฝีก้าว
"มันไม่ได้ต้องการแค่ซ่อนตัวหรอกครับสารวัตร" ดร.รินรดาลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเล็กน้อย เธอก้าวเข้าไปใกล้รอยเปื้อนสีดำแปลกประหลาดบนขอบหน้าต่าง ย่อตัวลงใช้ถุงมือเก็บตัวอย่างอย่างระมัดระวัง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "ลองสังเกตลักษณะการทิ้งรอยกระสุนสิครับ... มันไม่ได้ยิงเพื่อสังหารพวกเรา แต่มันยิงเพื่อ 'ทดสอบ' ความเร็วในการตอบสนองของเราต่างหาก"
ผมก้มลงมองตามจุดที่เธอบอก โครงสร้างการยิงสามนัดนั้นเรียงตัวกันเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางยุทธวิธีที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างหน่วยรบพิเศษในอดีต
นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องธรรมดา... แต่นี่คือเกมสงครามจิตวิทยาที่จงใจส่งสัญญาณท้าทายมายังผมโดยตรง
ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อรายงานสถานการณ์ให้ผู้บัญชาการทราบ ทว่าหน้าจอสีดำสนิทกลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีการแจ้งเตือนสายเข้า ข้อความตัวอักษรสีแดงสดปรากฏขึ้นบนหน้าจอทีละตัวอย่างช้าๆ ราวกับมีใครบางคนกำลังพิมพ์มันสดๆ จากปลายทางอีกด้านหนึ่ง
[เกมระดับ SSS เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว สารวัตรกรณ์... คุณช่วยเหยื่อได้สี่คน แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่า 'เงา' ที่อยู่เบื้องหลังคุณ จะไม่ใช่คนที่คุณรักที่สุด?]
สิ้นเสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจปริศนา ไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ทั่วทั้งห้องใต้ดิน ก่อนที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เก่าๆ บนโต๊ะทำงานร้างมุมห้องจะเปิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ภาพจากกล้องวงจรปิดเรียลไทม์แสดงให้เห็นภาพห้องทำงานส่วนตัวของผมที่กองบัญการี... และร่างของใครบางคนกำลังนั่งไขว่ห้างรออยู่บนเก้าอี้ของผม พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาผ่านเลนส์กล้อง!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนานี้ไปพร้อมกับพวกเรานะครับ
"โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง"
โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ•ตอนที่ 10
รอดหวุดหวิดแต่ยังมืดบอด
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!