โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ•ตอนที่ 11

เบื้องหลังปมในใจ

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
กลิ่นอายความอับชื้นของคราบฝนผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเอกสารเก่าๆ ในห้องเก็บแฟ้มคดีชั้นใต้ดินสถานีตำรวจภูธรภาค 3 ดูจะหนาแน่นเป็นพิเศษในยามวิกาลเช่นนี้ เสียงหยดน้ำจากท่อประปาที่ชำรุดดัง *“ติ๊… ติ๊…”* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่อดีตที่ไม่มีใครอยากหวนกลับไปแตะต้อง สารวัตรกรณ์นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเก่า แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีส้มสลัวสาดกระทบใบหน้าด้านข้างที่เรียบนิ่งเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาจ้องมองภาพถ่ายใบคราบสีซีดจางในแฟ้มคดีรหัส "CR-049" ภาพนั้นคือรอยยิ้มของหมวดวิชาญ… นายตำรวจหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและคู่หูมือหนึ่ง ซึ่งเสียชีวิตคาอ้อมแขนของเขาจากเหตุการณ์ระเบิดกลางเมืองเมื่อสามปีก่อน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในสำนวนระบุชัดเจนว่าเป็นอุบัติเหตุจากความประมาทในการเก็บกู้ระเบิด แต่ในฐานะโปรไฟล์เลอร์ผู้ใช้ตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์มาทั้งชีวิต กรณ์รู้ดีว่ารอยแยกเล็กๆ บนสลักชนวนนั้นบ่งบอกถึง "ความจงใจ" อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือรอยแผลเป็นทางจิตวิทยาที่เขาเก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็นมาตลอด เพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้ว่าเบื้องหลังความไร้พ่ายในคดีต่างๆ เขากำลังแบกรับความรู้สึกผิดฐานที่ช่วยชีวิตเพื่อนร่วมทีมไว้ไม่ได้ "ถ้าคุณยังใช้วิธีวิเคราะห์แบบเดิมกับคดีนี้ แฟ้มนั้นคงจะกินเนื้อที่ในหัวใจคุณไปจนวันตายโดยไม่ได้คำตอบอะไรใหม่หรอกนะครับ สารวัตร" เสียงทุ้มนุ่มแต่มั่น คงดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ชั้นวางหนังสือ ดร.รินรดาก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว เธอยังสวมเสื้อโค้ชสีเข้มตัวเดิม แววตาคู่คมคายคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเย้าแห้งหรือความขี้เล่นเหมือนเช่นเคย แต่กลับเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและเข้าใจอย่างน่าประหลาด มือเรียววางแก้วกาแฟดำร้อนกรุ่นลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าเขา กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอเล็กน้อย ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น "จิตวิทยาอาชญากรรมไม่ได้สอนให้คุณก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นในยามวิกาลแบบนี้หรอกนะ ดร.รินรดา" "ฉันไม่ได้ก้าวก่ายครับ สารวัตร… ฉันแค่อ่าน 'โปรไฟล์' ของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า และบังเอิญว่าความเงียบของคุณมันส่งเสียงดังเกินกว่าจะปล่อยให้มันกัดกินสมองคุณไปมากกว่านี้" รินรดาดึงเก้าอี้ตัวตรงข้ามมานั่งลงโดยไม่รออนุญาต เธอเอนหลังพิงพนักเล็กน้อย แววตาจดจ้องตรงมาที่เขา "คุณกำลังโทษตัวเอง ว่าทำไมถึงไม่สังเกตเห็นรอยนิ้วมือแปลกปลอมบนชนวนระเบิดลูกนั้น ทำไมคุณถึงปล่อยให้วิชาญเดินเข้าไปในรัศมีอันตรายก่อน ทั้งที่คุณมีสัญชาตญาณที่เฉียบคมที่สุดในหน่วย… ใช่ไหมครับ?" คำพูดนั้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากระชากหน้ากากความสุขุมเยือกเย็นที่กรณ์สวมใส่มานานนับปีให้หลุดร่อนออกจนหมดสิ้น กล้ามเนื้อกรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเกือบติดลบ ความกดดันระดับโปรไฟล์เลอร์ถูกปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัว ทว่ารินรดากลับไม่มีท่าทีหวาดหวั่น เธอกลับขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด รักษาระยะห่างที่เหมาะสมแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ทรงพลัง "มันไม่ใช่ความผิดของคุณ" รินรดาเอמהเสียงนุ่มนวล แววตาคู่นั้นไม่มีการตัดสิน ไม่มีคำสั่งสอน มีเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง "ในโลกของอาชญากรรม เรามักจะคิดว่าถ้าเราฉลาดกว่านี้ รอบคอบกว่านี้ เราจะช่วยทุกคนได้ แต่ความจริงที่โหดร้ายที่สุดของอาชีพเราคือ… เราไม่สามารถควบคุมความมืดมิดในจิตใจของคนอื่นได้หรอกครับ สารวัตร การที่คุณเก็บความผิดพลาดนั้นมาลงโทษตัวเองด้วยการปิดตายหัวใจ มันไม่ได้ช่วยให้วิชาญฟื้นคืนชีพขึ้นมา แต่มันกำลังฆ่าตัวตนที่แท้จริงของคุณทีละน้อยต่างหาก" กรณ์นิ่งงิ่งไป คำพูดเหล่านั้นเหมือนสายน้ำเย็นที่ไหลชะล้างฝุ่นควันหนาทึบในจิตใจ ตลอดสามปีที่ผ่านมา ทุกคนบอกให้เข้มแข็ง ทุกคนบอกให้ก้าวต่อไปข้างหน้า แต่ไม่มีใคร… แม้แต่ตัวเขาเอง… ที่เคยกล้าพอจะหันกลับมามองความเจ็บปวดนั้นด้วยมุมมองที่อ่อนโยนและเป็นเหตุเป็นผลเช่นนี้ ความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอกเริ่มคลายตัวลงอย่างช้าๆ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความเย็นชาถูกแทนที่ด้วยความยอมรับนับถืออย่างสนิทใจ "คุณนี่… อ่านคนเก่งเกินไปแล้วนะ ริน" รินรดายิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ฉาบด้วยความเจ้าเล่ห์ แต่มันบริสุทธิ์และจริงใจที่สุดเท่าที่กรณ์เคยเห็นมา "ฉันเป็นนักจิตวิทยานะครับ การมองทะลุผ่านเกราะป้องกันของผู้ชายที่ดื้อด้านที่สุดในกรมตำรวจ คือหน้าที่หลักของฉันอยู่แล้ว" บรรยากาศตึงเครียดภายในห้องเก็บแฟ้มคดีถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง เคมีระหว่างคนทั้งสองในยามนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการปะทะคารมหรือการไขปริศนาคดีฆาตกรรมอันซับซ้อน ทว่ามันคือการเชื่อม โยงทางจิตวิญญาณที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก้าวข้ามผ่านขอบเขตของคำว่า "เพื่อนร่วมงาน" ไปอย่างสิ้นเชิง ทว่า ในขณะที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของสารวัตรหนุ่ม เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากวิทยุสื่อสารรุ่นเก่าบนโต๊ะก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศอันเปราะบางนี้ *แกร๊ก… ซ่า…!* "สารวัตรกรณ์ครับ! หน่วยพิสูจน์หลักฐานรายงานด่วน… เราเพิ่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดมุมอับลับเฉพาะจุดเกิดเหตุคดีหมวดวิชาญเมื่อสามปีก่อนได้เพิ่มเติม ภาพมุมสูงแสดงให้เห็นชัดเจนว่า… มีเงาของบุคคลที่สามยืนแอบสังเกตการณ์อยู่หลังเสาไฟ ในขณะที่เกิดเหตุระเบิด และบุคคลนั้น… กำลังใส่สร้อยข้อมือสัญลักษณ์รูปกางเขนหัวกลับแบบเดียวกับที่พบในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมต่อเนื่องล่าสุดครับ!" ดวงตาของกรณ์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความง่วงงุนและคราบน้ำตาแห่งอดีตถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา รินรดาลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความตระหนักรู้ที่สอดคล้องกับเขาลั่น นี่ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ… และมันไม่ใช่แค่ปมในอดีตที่ยังไม่ถูกสะสาง แต่มันคือ "กับดัก" ขนาดมหึมาที่ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้ามานานกว่าสามปี เพื่อรอเวลาให้พวกเขาก้าวเข้ามาติดบ่วงทีละก้าวอย่างสมบูรณ์แบบ! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนานี้ไปพร้อมกับพวกเรานะครับ "โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง"
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%