"ขยับแม้แต่นิ้วเดียว... สมองของหัวหน้าทีมสืบสวนคนเก่งของคุณ จะกระจายเต็มหน้าจอทันทีครับ, สารวัตร"
เสียงทุ้มต่ำผ่านเครื่องส่งสัญญาณวิทยุที่ถูกดัดแปลงความถี่ดังลอดออกมาจากลำโพงขนาดเล็กบนโต๊ะทำงาน มันไม่ใช่เสียงขู่คำรามของอาชญากรไร้หัวคิด แต่เป็นน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล และเต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักของกองกำกับการสืบสวนสอบสวนเวลานี้ไม่ได้แสดงผลข้อมูลคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่พวกเขากำลังไล่ล่าอยู่ แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยภาพวิดีโอสตรีมมิ่งแบบเรียลไทม์ จุดเล็งเป้าสีแดงฉานกำลังกะพริบอยู่ตรงข้ามทรีตเมนต์ของหน้าผากผู้กำกับการสมชาย ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของผม ซึ่งกำลังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงานในห้องกระจก
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องโถงสืบสวน ไม่มีใครกล้าหายใจแรง เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยทำงานอย่างเงียบเชียบกลับฟังดูน่ารำคาญขึ้นมาถนัดหู
ในฐานะโปรไฟล์เลอร์ ผมถูกฝึกให้มองหา "รูปแบบ" และ "แรงจูงใจ"เบื้องหลังพฤติกรรมมนุษย์เสมอ แต่สถานการณ์ตรงหน้ากลับฉีกตำราจิตวิทยาอาชญากรรมทุกเล่มทิ้ง การที่มือปืนหรือกลุ่มอิทธิพลมืดสามารถเจาะระบบวงจรปิดภายในอาคารกรมตำรวจ และส่งสัญญาณภาพสดเข้ามาถึงห้องทำงานชั้นในได้โดยที่ไม่มีสัญญาณเตือนภัยจากฝ่ายเทคนิคดังขึ้นแม้แต่แอะเดียว... นั่นหมายความว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างมหันต์ในระบบโครงสร้างที่เราเชื่อมั่นมาตลอด
ดร.รินรดา ซึ่งยืนอยู่เคียงข้างผมในระยะประชิด ขยับตัวเล็กน้อย สัญชาตญาณนักจิตวิทยาของเธอแสดงออกผ่านการกวาดสายตาสำรวจพฤติกรรมของตำรวจนายอื่นๆ ในห้องอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวของเธอแตะเบาๆ ที่คาง สื่อถึงการใช้ความคิดอย่างหนักหน่วงภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้น
"อย่าเพิ่งวู่วามนะครับ, สารวัตรกรณ์" รินกระซิบเบาๆ น้ำเสียงของเธอต่ำจนแทบจะเป็นเสียงลม แต่มีความหนักแน่นเพียงพอที่จะดึงสตินายตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในระเบียบวินัยอย่างผมให้กลับมาสู่ความเป็นจริง "คนร้ายไม่ได้ต้องการชีวิตของผู้กำกับการสมชายในตอนนี้... ถ้ามันอยากฆ่า เขาคงลั่นไกไปตั้งแต่สามนาทีแรกแล้ว สิ่งที่มันต้องการคือการ 'กดดัน' และ 'ควบคุม' จังหวะก้าวของเรา"
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก, ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเป็นปกติเพื่อไม่ให้เสียกระบวนท่า สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องอีกครั้งเพื่อประเมินความเสี่ยงเชิงพื้นที่ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับผ่านอุปกรณ์สื่อสารสำรองด้วยน้ำเสียงสุขุมเยือกเย็นไม่แพ้กัน
"พวกคุณต้องการอะไร" ผมถามสั้นๆ ตรงประเด็น ไม่มีคำพูดฟุ่มเฟือย ไม่มีอารมณ์ร่วม
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังลอดมาจากปลายสาย "ฉลาดมากครับสารวัตรสมชื่อ... สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย แค่ต้องการให้ทีมสืบสวนของคุณ 'หยุด' ขุดคุ้ยแฟ้มคดีหมายเลข 084 พรุ่งนี้เช้า ผมหวังว่าจะได้ยินข่าวว่าคดีนั้นถูกปิดลงในฐานะ 'อุบัติเหตุ' นะครับ ไม่อย่างนั้น... ภาพที่เราเห็นบนจอ อาจจะไม่ใช่แค่รอยจุดเล็งเป้าสีแดงธรรมดาๆ อีกต่อไป"
*ติ๊ด!*
สัญญาณตัดไปทันที หน้าจอคอมพิวเตอร์กลับคืนสู่สภาพปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่ในอากาศราวกับควันพิษ
ผู้กำกับการสมชายเดินโซเซออกมาจากห้องทำงาน ใบหน้าของท่านซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ แม้จะพยายามรักษาฟอร์มของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไว้ แต่มือที่สั่นเทาขณะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อก็ทรยศความกลัวข้างในจนหมดสิ้น
"กรณ์..." เสียงของผู้กำกับการแหบพร่า "พวกมัน... พวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของเราทุกอย่างได้อย่างไร ห้องทำงานของผมมีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นที่สุดในกองปราบนะ"
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่สายตากลับเหลือบไปมองที่โต๊ะทำงานของร้อยตำรวจเอกวิชาญ นายตำรวจหนุ่มรุ่นน้องผู้รับผิดชอบงานเอกสารและฐานข้อมูลคดี ร่างของวิชาญนั่งนิ่งสนิท ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก แต่สิ่งที่ผมสังเกตเห็นไม่ใช่ความตกใจจากการถูกขู่ฆ่าของผู้บังคับบัญชา... แต่มันคือ "ความโล่งใจ" ชั่วแวบที่ฉายผ่านแววตาก่อนที่เขาจะรีบก้มหน้าลงซ่อนมันไว้อย่างรวดเร็ว
ทักษะการอ่านภาษากายและการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ (Micro-expressions) ทำงานทัน ภายในเสี้ยววินาที
*มีความผิดปกติ*
ความกดดันจากผู้บังคับบัญชาที่เร่งรัดให้ปิดคดีก่อนหน้านี้, รอยรั่วของข้อมูลลับที่รัי่วไหลออกไปอย่างไร้ร่องรอย, และท่าทีมีพิรุธของคนในทีม... ทุกจิ๊กซอว์ถูกประกอบเข้าด้วยกันในหัวสมองของผมอย่างเป็นระบบ
ไม่มีทางที่คนนอกจะเจาะระบบความปลอดภัยของกรมตำรวจได้ง่ายดายขนาดนั้น เว้นเสียแต่ว่า... จะมี "หนอนกระดอน" หรือสายลับที่คอยเปิดประตูหลังให้อยู่ภายในทีมของเราเอง
"ริน" ผมส่งสัญญาณเรียกเบาๆ ดร.สาวผู้ปราดเปรื่องพยักหน้ารับทันทีโดยไม่ต้องรอให้ผมเอ่ยจบประโยค เธอย่อมมองเห็นความผิดปกตินี้เช่นเดียวกันในฐานะนักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญการอ่านเจตนาแฝง
"คุณวิชาญครับ" ผมก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของนายตำรวจหนุ่มผู้นั้นช้าๆ ฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับคนที่กำลังมีความลับซ่อนอยู่ "ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีใครติดต่อขอเข้าถึงฐานข้อมูลคดีหมายเลข 084 นอกเวลาราชการบ้างไหมครับ"
วิชาญสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองผมด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่เต็มไปด้วยเหงื่อ "ผ... ผมจำไม่ได้แน่ชัดหครับสารวัตร ข้อมูลมันเยอะมาก..."
"จำไม่ได้ หรือไม่กล้าจำครับ" รินแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนอีกด้านหนึ่งของโต๊ะ ปิดกั้นทางหนีทีไล่ทุกทาง "คนเราอาจจะลืมว่ากินอะไรเป็นมื้อเที่ยงเมื่อวานนี้ แต่ไม่มีทางลืมหรอกครับว่า ใครเป็นคนยื่น 'กุญแจสำคัญ' ให้กับคนที่กำลังจะมาทำลายชีวิตของตัวเอง"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงไปอีกขั้น ตำรวจนายอื่นๆ เริ่มหันมามองด้วยความฉงน
วิชาญกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริก เขากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน "ผม... ผมไม่ได้ทำอะไรนะ! สารวัตรกำลังกล่าวหาผมรึไง!"
"ผมยังไม่ได้กล่าวหาใครเลยครับคุณวิชาญ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในปลอกกำมะหยี่ "ผมแค่ตั้งคำถามตามหลักฐานเชิงประจักษ์... แต่ถ้าคุณร้อนตัวเร็วเกินไปแบบนี้ มันก็น่าคิดนะครับว่า ทำไมคุณถึงรู้ว่าผมกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ทั้งที่ผมยังไม่ได้เอ่ยชื่อคดีเลยด้วยซ้ำ"
คำพูดประโยคเดียวราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจของวิชาญ สีหน้าของนายตำรวจหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาในทันที ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความกลัวและความสำนึกผิดที่ตีรวนกันอยู่ในอก
แต่ก่อนที่วิชาญจะทันได้อ้าปากสารภาพอะไรออกมา เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของผมก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
*ติ๊ง!*
ผมหยิบมันขึ้นมาด้วยความระแวดระวัง หน้าจอแสดงข้อความจากหมายเลขปริศนาที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้นทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงในพริบตา
มันคือภาพถ่ายภายในห้องทำงานของผมเอง... ถ่ายจากมุมสูง... และที่สำคัญที่สุดคือ มันถูกถ่ายในขณะนี้ ขณะที่ผมกำลังยืนอยู่ตรงนี้!
ภาพนั้นมีข้อความแนบท้ายสั้นๆ แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้โปรไฟล์เลอร์มือฉมังอย่างผมต้องขมวดมولอย่างเคร่งเครียด
**"ยินดีต้อนรับสู่เกมรอบใหม่ครับ สารวัตร... แต่ดูเหมือนว่า 'หนอน' ที่คุณกำลังสงสัย จะไม่ใช่คนเดียวกับที่คุณคิดหรอกนะ หันไปมองข้างหลังสิครับ"**
ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากท้ายทอยลงมาถึงกระดูกสันหลัง ผมสูดลมหายใจเข้าลึกที่สุดในชีวิต ก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวกลับไปช้าๆ ตามคำท้าทายนั้น
ตรงทางเข้าห้องสืบสวน ท่ามกลางหมอกควันจางๆ ของยามเย็นที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่าง ร่างของบุคคลที่ควรจะอยู่ในการควบคุมตัวของหน่วยงานความมั่นคงสูงสุดเมื่อสามเดือนก่อน... กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตู ส่งยิ้มเย็นเยียบมาให้ผม พร้อมกับกุญแจมือที่ถูกปลดทิ้งไว้บนพื้นอย่างไร้ค่า
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง" เสมอมาครับ
โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ•ตอนที่ 14
คลื่นใต้น้ำในกรมตำรวจ
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!