โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ•ตอนที่ 15

เกมซ้อนเกม

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
"กุญแจมือเหล็กกล้าคู่นั้น... ราคาแพงพอดูนะครับ ถ้าคุณทำตกเรี่ยราดแบบนี้ หน่วยพัสดุคงต้องทำเรื่องเบิกงบประมาณใหม่อีกรอบ" ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ โลหะสีเงินวาววับสะท้อนแสงไฟนีออนกะพริบจากทางเดิน บ่งบอกถึงความไร้ระเบียบของสถานการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมโดยสิ้นเชิง ร่างของบุคคลที่ควรจะถูกกักตัวไว้ในสถานที่ลับภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด กลับมายืนลอยชายอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ผมคุ้นเคยและนึกหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน ดร.รินรดา ไม่ได้สะท้านสะเทือนต่อคำพูดเชิงเหน็บแนมของผมแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นทัดผมยาวสลวยที่เคลียข้างแก้ม ดวงตากลมโตคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ผมราวกับกำลังอ่านหนังสือปกหนังเก่าๆ ที่เธออ่านมาแล้วรอบคอบทุกตัวอักษร "โธ่ สารวัตรกรณ์คะ... ไม่สิ คุณโปรไฟล์เลอร์มือฉมังผู้เคร่งครัด" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความท้าทายดังขึ้น "ถ้าดิฉันไม่ยอมถอดมันออกแล้วเดินออกมาเอง ป่านนี้พวกเบื้องบนคงใช้ฉันเป็นแพะรับบาปในคดีโครงข่ายใต้ดินนั่นไปเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ คุณก็รู้ว่าระบบราชการมันไร้หัวใจแค่ไหน" "ผมรู้ว่าระบบมันเฮงซวยแค่ไหน... แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีสิทธิ์แหกคุกความมั่นคงออกมาเดินเล่นตามอำเภอใจ" ผมก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าว สายตากวาดมองสำรวจรอบกายเพื่อประเมินความเสี่ยง โครงสร้างอาคารร้างแห่งนี้มีระบบระบายอากาศเก่าที่เชื่อมต่อไปยังอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน การที่เธอโผล่มาที่นี่ได้แสดงว่ามีช่องโหว่ขนาดใหญ่ในระบบความปลอดภัยที่ผมอุตส่าห์เซ็ตอัพไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน "และที่สำคัญ... คุณกำลังเดินเข้าหาฝูงสุนัขล่าเนื้อที่ถูกปล่อยออกมาตามคำสั่งของ 'มัน' คนที่อยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมด" รินรดาก้าวถอยหลังเพียงครึ่งก้าว รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปแทนที่ด้วยความจริงจังที่ผมมักจะเห็นเสมอเวลาเธอดำดิ่งลงไปในห้วงความคิดเชิงจิตวิทยาอาชญากรรม เธอดึงแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลยับยู่ยี่ออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวยาว แล้วโยعมันมาตรงหน้าผม "ดิฉันไม่ได้เดินมาตายค่ะ สารวัตร... ดิฉันมาเพื่อ 'จบเกม' นี้" เธอกล่าวเสียงต่ำ "และแผนการที่จะล่อให้มันเผยหางออกมา ก็จำเป็นต้องใช้เหยื่อที่มันต้องการมากที่สุด" ผมก้มมองเอกสารในมือ แสงไฟสลัวสาดส่องกระทบตัวอักษรพิมพ์ดีดและแผนผังโครงสร้างของอาคารพาณิชย์ย่านใจกลางเมือง ทันทีที่สมองของผมประมวลผลข้อมูลชุดนั้นเสร็จสิ้น เส้นเลือดที่ขมับก็เต้นตุบด้วยความโกรธ "คุณบ้าไปแล้วหรือไง รินรดา!" ผมเผลอยกระดับเสียงขึ้นโดยไม่รู้ตัว "คุณจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อเนี่ยนะ? รู้ไหมว่าเป้าหมายของมันคือการเก็บกวาดพยานปากเอกทิ้ง และคุณคือเป้าหมายอันดับหนึ่ง! โอกาสรอดชีวิตเป็นศูนย์!" "ศูนย์จุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ต่างหากค่ะ" เธอยิ้มเยาะด้วยความมั่นใจที่ผมเกลียดชะมัด "ดิฉันคำนวณโปรไฟล์ทางจิตวิทยาของมันมาหมดแล้ว คนประเภทที่มีอำนาจเหนือกว่าและหลงตัวเองอย่างรุนแรงแบบนั้น จะไม่ยอมลงมือฆ่าเหยื่อผ่านมือลูกน้องหรอกค่ะ เมื่อมันรู้ว่าดิฉันหลบหนีออกมาได้และกำลังจนมุม มันจะกระโจนออกมาตะครุบเหยื่อด้วยตัวเอง เพื่อความสะใจในการควบคุมทุกอย่าง" "ผมไม่อนุญาต!" ผมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดและเด็ดขาดในฐานะผู้รับผิดชอบปฏิบัติการ "ในฐานะหัวหน้าทีมสืบสวน ผมสั่งห้ามคุณเด็ดขาด เราจะใช้กำลังเข้าจู่โจมตามแผนเดิมที่วางไว้ แบบแผนเชิงประจักษ์ มีหลักฐาน มีกำลังสนับสนุน ไม่ใช่การเอาชีวิตไปเสี่ยงวัดดวงกับจิตวิทยาบ้าๆ ของคุณ!" ห้องโถงกว้างเงียบกริบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างระงับอารมณ์ของพวกเราทั้งสองคน รินรดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของผม สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมุ่งมั่นอันดื้อรั้นที่สะท้อนเงาของตัวผมเองในอดีต "สารวัตรกรณ์คะ..." น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับคมกริบยิ่งกว่าเดิม "คุณสูญเสียคู่หูไปเมื่อสามปีที่แล้วในคดีแบบนี้ เพราะคุณเลือกที่จะใช้ 'แผนตามตำรา' ที่ปลอดภัยที่สุด แต่ผลลัพธ์คืออะไรล่ะคะ? เขาตาย ส่วนคุณยังคงติดอยู่ในห้องสืบสวนเดิมๆ วนเวียนอยู่กับการโทษตัวเอง" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าชนจุดเปราะบางในใจผมราวกับลูกธนูอาบยาพิษ ความทรงจำสีเทาหม่น ภาพร่างของเพื่อนร่วมงานที่นอนจมกองเลือดในโกดังร้างผุดขึ้นมาในหัวจนลมหายใจสะดุด ร่างกายของผมแข็งทื่อไปชั่วขณะ "นั่นมัน..." ผมพยายามจะแย้ง แต่เสียงมันกลับติดอยู่ที่ลำคอ "ครั้งนี้ไม่มีเวลาให้เล่นตามตำราอีกแล้วค่ะ" รินรดาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่เธอใช้ประจำ เธอยื่นมือมาแตะที่แขนเสื้อของผมเบาๆ เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลแต่หนักแน่นด้วยเหตุผล "ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ มันก็จะลอยนวลและสร้างเหยื่อรายใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดิฉันไม่ได้เอาชีวิตมาทิ้งค่ะ... ดิฉันมอบความไว้วางใจให้คุณต่างหากล่ะ สารวัตร" ผมหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อรวบรวมเศษ
ซากความสุขุมที่กระจัดกระจายอยู่ในหัว สมองส่วนเหตุผลและสัญชาตญาณการเป็นโปรไฟล์เลอร์ประมวลผลความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว แม้แผนนี้จะบ้าบิ่นและมีโอกาสผิดพลาดสูงจนน่ากลัว แต่มันก็เป็นช่องโหว่เดียวที่เราจะสามารถบีบให้ 'มัน' เผยตัวตนออกมาจากเงื้อมมือขององค์กรลับได้ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของผมเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความนิ่งสงบที่เด็ดเดี่ยว "ก็ได้..." ผมถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อความเป็นจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ "ถ้าคุณอยากเล่นเกมนี้... ผมจะเป็นคนคุมกระดานเอง" รินรดายิ้มกว้างขึ้น แววตาส่องประกายความยินดีอย่างปิดไม่มิด "รู้อยู่แล้วค่ะว่าคุณต้องพูดแบบนี้... เอาล่ะ ตามแผนที่ดิฉันวางไว้ เรามีเวลาอีกสามสิบนาที..." เธอยังไม่ทันพูดจบประโยค จู่ๆ หน้าจอสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อของผมก็สั่นสะเทือนขึ้นพร้อมกันอย่างรุนแรง เสียงแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยภายในอาคารดัง *'ปี๊บ'* แหลมสูงติดต่อกันสามครั้ง ซึ่งเป็นรหัสฉุกเฉินที่ถูกตั้งค่าไว้สำหรับเหตุการณ์เดียวเท่านั้น... มีคนกำลังบุกรุกเข้ามาในรัศมีร้อยเมตร ผมรีบดึงโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดรอบนอกที่ถูกแฮกเข้ามา สัญญาณภาพกระพริบติดๆ ดับๆ ท่ามกลางความมืดของลานจอดรถ แต่สิ่งที่ปรากฏบนจอทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบ ร่างของชายชุดดำสวมฮู้ดปิดบังใบหน้าสามคนกำลังเดินเรียงแถวเข้ามาทางประตูทางเข้า พร้อมกับอาวุธปืนเก็บเสียงในมือ และที่น่าตกใจที่สุดคือ... หน้าจอแสดงข้อความสตรีมมิ่งสดจากกล้องขนาดเล็กที่ติดอยู่บนปกเสื้อของหนึ่งในนั้น พร้อมกับพิกัด GPS ที่ระบุตำแหน่งปัจจุบันของ 'พวกเรา' อย่างแม่นยำราวกับมีคนจิ้มบอก *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความสุดท้ายดังขึ้นจากระบบวิทยุสื่อสารภาคสนามที่ถูกปิดตายไปแล้ว มันดังขึ้นเองโดยอัตโนมัติ พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ น่าขนลุก และคุ้นเคยอย่างประหลาดดังลอดออกมาจากลำโพง *"ยินดีต้อนรับสู่รอบสุดท้ายครับ... คุณโปรไฟล์เลอร์ และคุณนักจิตวิทยาคนเก่ง หวังว่าพวกคุณจะเตรียมตัวมาดีพอนะครับ เพราะเกมซ้อนเกม... กำลังจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้"* ทันทีที่เสียงนั้นเงียบลง หลอดไฟนีออนทั้งหมดในโถงทางเดินก็ระเบิดออกเสียงดังสนั่น *เปรี๊ยะ!* เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้น ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ทิ้งไว้เพียงแสงไฟสีแดงฉานจากระบบสำรองฉุกเฉินที่กะพริบถี่ๆ สาดส่องเงาทอดยาวของใครบางคนที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาทางประตูด้านหลังอย่างช้าๆ... --- *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไขปมปริศนากับผมมาจนถึงบทนี้นะครับ)*
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%