โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ•ตอนที่ 7

ความลับใต้รอยยิ้ม

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
"คุณกำลังใช้จิตวิทยาขั้นพื้นฐานเพื่อกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ... ดร.รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสอบสวนหมายเลข 4 กลิ่นอับชื้นของแฟ้มคดีเก่าและคราบกาแฟจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่ถูกบีบอัดด้วยแรงกดดัน สารวัตรกรณ์ (กรณ์) วางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะไม้สักอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวลาดตระเวนจับจ้องอยู่ที่ร่างเพรียวบางของหญิงสาวผู้สวมเสื้อสูทสีครีม เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบายังคงประดับอยู่บนเรียวปากคู่นั้น รอยยิ้มที่มักจะซ่อนเร้นความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา ดร.รินรดา (ริน) หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ราวกับว่าสิ่งที่ชายหนุ่มเพิ่งวิเคราะห์ไปเป็นเพียงเรื่องตลกในวงสนทนายามบ่าย "สารวัตรนี่ช่างสังเกตสมกับเป็นโปรไฟล์เลอร์มือหนึ่งของกองปราบฯ จริง ๆ นะครับ... เอ๊ะ หรือฉันควรจะพูดว่า 'นะคะ' ดีล่ะคะ?" รินเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความขบขัน "แต่ถ้าคุณหมกมุ่นกับการจับผิดอัตราการเต้นของหัวใจฉันมากเกินไป ระวังคุณจะพลาดสัญญาณชีพที่แท้จริงของคนร้ายตัวจริงที่กำลังลอยนวลอยู่นะครับ" กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกขัดแย้งตีรวนอยู่ในอก เขายอมรับว่าตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมาในการร่วมมือกันคลี่คลายคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง "นักจัดฉากเงา" ความสามารถในการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ของหญิงสาวผู้นี้เกินกว่ามาตรฐานของนักจิตวิทยาอาชญากรรมทั่วไปไปไกลลิบลิ่ว บ่อยครั้งที่เธออ่านเกมของฆาตกรได้ราวกับว่าเธอเป็นคนลงมือเองเสียด้วยซ้ำ และนั่นคือ "พิรุธ" ที่ทำให้สัญชาตญาณดิบของกรณ์ร้องเตือน หลักฐานเชิงประจักษ์ทุกชิ้นในที่เกิดเหตุคดีล่าสุดชี้เป้าไปยังบุคคลที่สาม แต่รินกลับจงใจเบี่ยงเบนความสนใจของทีมสืบสวนไปยังทิศทางตรงกันข้ามอย่างไร้ร่องรอย เมื่อเขาพยายามขุดคุ้ยประวัติการทำงานย้อนหลังของเธอในสถาบันวิจัยจิตเวชศาสตร์โคเบน ระบบข้อมูลกลับขึ้นสถานะ "ชั้นความลับสูงสุด" ซึ่งแม้แต่ยศสารวัตรของเขาก็ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย "ริน คุณกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง" กรณ์โน้มตัวไปข้างหน้า มือประสานกันบนโต๊ะ สายตากดดันเต็มที่ "รายงานการชันสูตรพลิกศพของเหยื่อรายที่สี่ระบุชัดเจนว่า รอยกรีดบน sternum (กระดูกหน้าอก) มีองศาและความลึกตรงกันกับเคสศึกษาในงานวิจัยปริญญาเอกของคุณเมื่อห้าปีก่อน ซึ่งถูกระงับการเผยแพร่ทันทีหลังเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ห้องทดลองในลอนดอน... คุณอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไร?" บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันตาเห็น รอยยิ้มบนใบหน้าของรินค่อย ๆ เลือนหายไป ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา แววตาที่เคยขี้เล่นและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์แปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าชั่วขณะ เป็นเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่กรณ์จับสังเกตความเปราะบางลึก ๆ ในดวงตาคู่นั้นได้ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยหน้ากากความมั่นใจตามเดิม "สารวัตรครับ..." รินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความล้อเล่นเช่นเคย "บางครั้ง... ความจริงที่คุณพยายามไขว่คว้าหาคำตอบ อาจเป็นสิ่งที่คุณไม่ต้องการรับรู้มากที่สุดก็ได้ การที่สุนัขล่าเนื้อพยายามวิ่งตามกลิ่นที่ตัวเองคิดว่าเป็นเหยื่อ บางครั้งก็อาจจะพุ่งชนเข้ากับกรงของนายพรานเข้าสักวัน" "นี่คุณกำลังเปรียบเทียบผมเป็นสุนัขล่าเนื้ออย่างนั้นหรือ?" "ฉันเปรียบเทียบคุณว่าเป็นคนฉลาดที่กำลังเดินเข้าสู่ทางตันด้วยความดื้อรั้นต่างหากล่ะคะ" รินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอจัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขา โน้มตัวลงเล็กน้อยจนกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกลาเวนเดอร์ปะทะเข้ากับโสตประสาท "ถ้าคุณยังไว้วางใจฉันในฐานะ 'คู่หู' ได้ไม่มากพอ... คืนนี้ ตอนเที่ยงคืนตรง ไปที่โกดังร้างหมายเลข 13 ท่าเรือเก่าฝั่งตะวันออก แล้วคุณจะได้เห็น 'หลักฐาน' ที่คุณอยากได้ทั้งหมดด้วยตาของคุณเอง" สิ้นคำพูด รินก็หมุนตัวเดินน่องออกจากห้องสอบสวนไปทันที ทิ้งให้กรณ์นั่งนิ่งอยู่ลำพัง ท่ามกลางความสับสนและระลอกคลื่นแห่งความสงสัยที่โหมกระหน่ำอยู่ในจิตใจ ระบบเหตุผลทางจิตวิทยาและทักษะการวิเคราะห์โพรไฟล์ที่เขาภาคภูมิใจกำลังถูกท้าทายอย่างรุนแรง กรณ์หยิบสมุดบันทึกหนังสีดำขึ้นมา เปิดไปยังหน้าที่มีการโยงเส้นใยคดีฆาตกรรมทั้งหมดเข้าด้วยกัน เขามองร่องรอยการสืบสวนที่ผ่านมา ตั้งแต่คดีแรกจนถึงปัจจุบัน ทุกอย่างมีรูปแบบ (Pattern) ที่แม่นยำ แต่มันช่างสมบูรณ์แบบเกินไป สมบูรณ์แบบจนราวกับว่ามี "สถาปนิก" คอยออกแบบโครงสร้างของอาชญากรรมเหล่านี้ขึ้นมาล่วงหน้า ตลอดช่วงบ่ายจนถึงค่ำ กรณ์ใช้เวลาในการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังบริเวณเส้นทางที่รินมักจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ฆาตกรรมเกิดขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ยิ่งทำให้เขาต้องขมวดคิ้วแน่นขึ้นไปอีก รินไม่ได้เดินทางกลับอพาร์ตเมนต์ของเธอตามเวลาปกติ แต่สัญญาณโทรศัพท์มือถือของเธอกลับปรากฏขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุเสมอ—ก่อนที่คดีจะถูกพบเสียด้วยซ้ำ "เธอเป็นใครกันแน่... ดร.รินรดา" กรณ์พึมพำกับตัวเองขณะจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานที่มืดสลัว แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนลงบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มต้นจากความเป็น "คู่กัด" ที่ต้องมาทำงานร่วมกันเพราะคำสั่งเบื้องบนผ่านแรงกดดันจากท่านผู้บัญชาการ ผ่านการปะทะคารม การใช้ไหวพริบหักเหลี่ยมเฉือนคมกันในหลายสถานการณ์ จนกระทั่งค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านกลายมาเป็น "คู่หู" ที่รู้ใจและพึ่งพาอาศัยกันในยามคับขัน ทว่า ณ จุดเปลี่ยนนี้ ความไว้วางใจที่เขามีต่อเธอกำลังถูกสั่นคลอนด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ฟ้องร้องว่าเธออาจไม่ใช่แค่ผู้ช่วยไขคดี... แต่อาจเป็นจุดศูนย์กลางของพายุลูกนี้ทั้งหมด เขานั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานจนกระทั่งเข็มนาฬิกาบอกเวลา 23:15 น. กรณ์ตัดสินใจคว้าเสื้อโค้ทสีดำตัวเก่งมาสวม ปืนพกสั้นประจำกายถูกตรวจเช็คความพร้อมกระสุนในรังเพลิงอย่างรอบคอบ เขายอมรับว่านี่คือความเสี่ยงครั้งใหญ่ที่สุดในอาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของเขา การเดินตามคำเชิญชวนของหญิงสาวลึกลับไปยังโกดังร้างยามวิกาล อาจเป็นกับดักที่นำไปสู่ความตาย หรืออาจเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่ไขประตูสู่ความจริงอันดำมืด รถกระบะสีเทาเข้มพุ่งทะยานผ่านท้องถนนที่เงียบสงบในยามวิกาล มุ่งหน้าสู่ท่าเรือเก่าฝั่งตะวันออก สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาบางเบา สร้างบรรยากาศที่อึมครึมและเยียบเย็น เม็ดฝนกระทบกระจกรถดังซ่า ๆ ราวกับเสียงกระซิบเตือนภัยจากเบื้องบน เมื่อเดินทางมาถึง ท่าเรือร้างแห่งนี้เต็มไปด้วยซากตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นสนิมและกลิ่นอายของเกลือทะเล กรณ์ดับเครื่องยนต์ เปิดประตูลงจากรถอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงก้าวเท้าเดินย่องไปตามเงามืดของโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ มือขวาแตะอยู่ที่ด้ามปืนใต้เสื้อแจ็คเก็ตเพื่อความระแวดระลึก โกดังหมายเลข 13 ตั้งอยู่ลึกสุดของท่าเรือ ประตูเหล็กบานใหญ่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย มีแสงไฟสลัวสีส้มเล็ดลอดออกมาจากรอยแยก พร้อมกับเสียงดนตรีคลาสสิกแผ่วเบาที่ดังแว่วออกมาจากด้านใน—เสียงเพลงไวโอลินโซโล่ที่เต็มไปด้วยความโหยหาและเศร้าสร้อย ซึ่งเป็นเพลงเดียวกันกับที่เคยเปิดคลออยู่ในห้องทำงานของริน กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้คงที่ เขาก้าวเข้าไปใกล้ประตูเหล็ก ใช้มือผลักมันให้เปิดกว้างขึ้นอย่างระมัดระวัง ภาพที่ปรากฏเบื้องสายตาทำให้ลมหายใจของสารวัตรหนุ่มสะดุดกึก ร่างของดร.รินรดายืนหันหลังให้อยู่กลางห้องโถงกว้างของโกดัง รอบตัวเธอมีเทียนไขนับร้อยเล่มจุดเรียงรายเป็นรูปสัญลักษณ์ทางจิตวิทยาโบราณ บนพื้นตรงหน้าเธอคือร่างของชายสวมฮู้ดสีดำคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ มีคราบเลือดไหลนองพื้นเป็นวงกว้าง รินค่อย ๆ หันกลับมามองเขา รอยยิ้มประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอ รอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความโล่งอกและความหวาดกลัวอย่างสุดขีด ขณะเดียวกัน มือขวาของเธอกำลังถือมีดผ่าตัดเปื้อนเลือดที่ส่องประกายวาววับภายใต้แสงเทียน "คุณมาช้าไปสามนาทีนะ... สารวัตร" รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "และน่าเสียดาย... ที่ตอนนี้ 'ฆาตกรตัวจริง' คนใหม่ ได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าคุณเรียบร้อยแล้วล่ะครับ" ยังไม่ทันที่กรณ์จะได้เอ่ยปากซักถาม เสียงปรบมือช้า ๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นลอยด้านบนโกดัง พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำน่าขนลุกที่ดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ร่างสูงใหญ่ของชายสวมหน้ากากอนามัยสีขาวก้าวออกมาจากเงาดำ เขาชูรีโมทคอนโทรลในมือขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ย และทันใดนั้นเอง... หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่บนผนังโกดังก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับภาพถ่ายของ "บุคคลในอดีต" จากปมในวัยเด็กของกรณ์ที่ถูกแขวนคออยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนานี้ไปพร้อมกับพวกเรานะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%