กลิ่นอับชื้นของฝุ่นละอองและปูนเก่าผสมผสานกับกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในความมืดทึบของเซฟเฮาส์ร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟฉายแรงสูงจากมือถือของสารวัตรกรณ์สาดส่องตัดผ่านความมืด เผยให้เห็นละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างราวกับดวงดาวนับล้านในห้วงอวกาศอันโดดเดี่ยว นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางของเขาเคาะลงบนโต๊ะไม้เก่าที่มีร่องรอยการเผาทำลายเอกสารบางส่วนอย่างเป็นจังหวะ บ่งบอกถึงกระบวนการคิดวิเคราะห์ที่กำลังทำงานอย่างหนักหน่วงภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"ฆาตกรรายนี้ไม่ได้ทำลายหลักฐานเพราะความตื่นตระหนกครับ ดร.ริน"
กรณ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำของเขาสะท้อนก้องไปตามผนังปูนเปลือยที่หลุดล่อน เขากวาดสายตามองร่องรอยคราบเขม่าควันและเศษกระดาษที่ยังหลงเหลืออยู่ในเตาผิงจำลอง
"ทุกรอยเผาไหม้ถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ มันเป็นการทำลายเฉพาะเอกสารทางการเงินและประวัติบุคคล แต่จงใจเว้นพื้นที่ส่วนตัวบางจุดไว้... ราวกับกำลังรอให้เรามาเจอ"
ดร.รินรดา หรือ ดร.ริน ก้าวเท้าเข้ามาใกล้แสงไฟฉาย เธอไม่ได้สวมถุงมือยางเช่นเขา แต่ปลายนิ้วเรียวเล็กของเธอแตะเบา ๆ ที่ขอบกรอบรูปว่างเปล่าที่ถูกคว่ำหน้าทิ้งไว้บนพื้น ดวงตาคู่คมประกายความฉาดเฉลและลึกล้ำยามกวาดมองไปรอบห้อง
"ไม่ใช่แค่รอให้เรามาเจอหรอกค่ะ สารวัตรกรณ์..." รินส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่แฝงความเย้าแหย่ที่ช่วยลดทอนบรรยากาศอันน่าอึดอัดลงได้บ้าง "แต่เขา 'จงใจทิ้งร่องรอย' เพื่อท้าทายกระบวนการคิดเชิงจิตวิทยาของเราต่างหาก ฆาตกรประเภทนี้มีความหลงใหลในตัวตนของตัวเองสูงมาก เขามองว่าตัวเองเป็นศิลปิน และสารวัตร... คือผู้ชมคนโปรดที่เขากำลังรอคอยให้มาแกะรอยผลงานชิ้นเอก"
กรณ์หันมามองคู่หูสาวแสนแสบด้วยหางตาเล็กน้อย มุมปากของโปรไฟล์เลอร์หนุ่มหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่หาดูได้ยาก
"คุณนี่มองโลกในแง่ดีเสียจริงนะครับ ดร.ริน ในขณะที่ผมกำลังคิดว่าเรากำลังไล่ล่าไอ้โรคจิตที่สมควรถูกขังลืมไปตลอดชีวิต"
"ความแตกต่างระหว่างเราคือจุดแข็งของเราต่างหากล่ะคะ สารวัตร" รินยิ้มรับอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอเดินเลี่ยงไปยังมุมมืดที่สุดของห้อง ซึ่งเป็นซอกตู้เสื้อผ้าไม้บิลท์อินที่ถูกรื้อทำลายจนแทบไม่เหลือสภาพ "ในขณะที่คุณใช้ตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์ ฉันใช้สัญชาตญาณในการอ่านใจ... และบางที สัญชาตญาณของฉันกำลังบอกว่า สิ่งที่เราตามหากำลังซ่อนอยู่หลังผนังไม้นั่น"
ปลายนิ้วเรียวของรินเคาะลงบนแผงไม้ที่ดูเผิน ๆ เหมือนผนังห้องปกติ แต่กรณ์ที่ผ่านการฝึกฝนด้านการสังเกตเชิงลึกมาอย่างโชกโชนย่อมมองเห็นความผิดปกติของร่องรอยการเลื่อนตัว เขาก้าวเข้าไปใกล้ ใช้ไหล่ดันแผงไม้นั้นเบา ๆ พร้อมกับเสียงกลไกฝืดเคืองที่ดังขึ้น ก่อนที่แผงไม้จะเผยให้เห็นช่องลับขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง
ภายในช่องลับนั้น มีเพียงสิ่งเดียวที่วางอยู่... สมุดบันทึกปกหนังสีดำสนิทที่ดูเก่าคร่ำคร่า แต่กลับได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยมราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า
กรณ์สวมถุงมือยางอย่างระมัดระวัง หยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาด้วยความนิ่งสงบ ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นรัวด้วยความตื่นตัว นี่คือ "หลักฐานชิ้นสำคัญ" ที่อาจพลิกเกมคดีทั้งหมดที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่
"เปิดดูสิคะ สารวัตร" รินขยับเข้าไปยืนเคียงข้าง กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้ป่าที่เธอใช้เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวลอยแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นอับของเซฟเฮาส์ "เราจะได้รู้เสียทีว่า ในหัวของศิลปินวิปริตคนนี้มีอะไรซ่อนอยู่"
กรณ์เปิดหน้าแรกของสมุดบันทึกออก แสงไฟฉายส่องกระทบกับลายมือเขียนหวัด ๆ แต่สะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยระเบียบอันน่าขนลุก หน้าแรกไม่ได้มีข้อความบรรยายความโหดร้าย แต่เป็นผังโครงสร้างความสัมพันธ์ของบุคคลในกรมตำรวจและนักจิตวิทยาอาชญากรรม... ซึ่งมีรูปถ่ายของเขาและรินถูกวงด้วยหมึกสีแดงเข้มล้อมรอบเอาไว้ พร้อมลูกศรโยงใยไปยังเหยื่อรายก่อนหน้า
"นี่มัน..." กรณ์ขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบกวาดสายตาอ่านข้อความในหน้าถัดไปอย่างรวดเร็ว
สมุดบันทึกเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ไดอารี่ส่วนตัว แต่มันคือ "แผนผังการสังหารหมู่" ที่ถูกวางแผนล่วงหน้ามาเป็นแรมปี หน้ากระดาษแต่ละหน้าเต็มไปด้วยการบันทึกพฤติกรรม จุดอ่อน และกิจวัตรประจำวันของเป้าหมายแต่ละคนอย่างละเอียดละออ ชนิดที่ว่าแม้แต่เจ้าตัวเองก็อาจไม่เคยสังเกตเห็นจุดบกพร่องเหล่านั้น
กรณ์พลิกหน้ากระดาษต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงหน้าสุดท้าย ซึ่งเป็นหน้าที่มีรอยหยดของหมึกสีแดงคล้ายคราบเลือดแห้งกรัง ลายมือในหน้านี้เขียนด้วยตัวอักษรที่บรรจงมากกว่าหน้าอื่น ๆ ราวกับเป็นบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด
*เหยื่อรายต่อไป: ผู้หญิงผู้มองเห็นจิตใจผู้อื่น แต่กลับมองไม่เห็นความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา*
*และเป้าหมายสูงสุด: โปรไฟล์เลอร์ผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม แต่ไม่เคยปกป้องคนที่ตัวเองรักได้เลย*
บรรยากาศในห้องเงียบสงบลงทันที เสียงลมหายใจของคนทั้งสองดังสะท้อนก้องในความมืด กรณ์ชะงักค้างไปชั่วขณะเมื่ออ่านข้อความบรรทัดสุดท้าย ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตเกี่ยวกับการสูญเสียเพื่อนร่วมทีมผุดวาบขึ้นมาในหัวราวกับถูกกระชากแผลเป็นให้เปิดออกอีกครั้ง
รินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางกายภาษาของสารวัตรหนุ่มได้อย่างรวดเร็ว รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของเธอเลือนหายไป เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและความตระหนักรู้บางอย่าง
"สารวัตรกรณ์..." รินเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา ยื่นมือเรียวไปแตะที่แขนเสื้อของเขาเบา ๆ เพื่อดึงสติ "ตั้งสติค่ะ นี่คือสิ่งที่มันต้องการ มันต้องการเล่นกับจิตวิทยาของเรา..."
ทว่า ก่อนที่กรณ์จะได้เอ่ยปากตอบคำพูดของเธอ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากวิทยุสื่อสารตำรวจรุ่นเก่าที่เหน็บอยู่ตรงเข็มขัดของเขาก็ส่งเสียงดัง "ซ่า..." ขึ้นทำลายความเงียบ ตามด้วยเสียงของหมวดวิชัย ผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทที่ดังลอดออกมาด้วยความตื่นตระหนกและหอบเหนื่อย
*"สารวัตรครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ทีมสนับสนุนที่เราส่งไปคุ้มกันพยานปากเอกที่เซฟเฮาส์อีกแห่ง... ขาดการติดต่อแล้วครับ! และ... และในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบสัญลักษณ์ประหลาดที่ฆาตกรทิ้งไว้ มันคือสัญลักษณ์เดียวกับในสมุดบันทึกเล่มนั้นหรือเปล่าครับ!"*
กรณ์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สัญชาตญาณเตือนภัยระดับสูงสุดพุ่งพล่านไปทั่วร่าง เขาก้มมองสมุดบันทึกในมือสลับกับหน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้ หน้ากระดาษที่ระบุชื่อของพยานปากเอกคนนั้นเอาไว้เป็น "เหยื่อรายที่สี่" อย่างแม่นยำราวกับตาเห็น
ก่อนที่เขาจะทันได้ออกคำสั่งใด ๆ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็ดังแว่วมาจากชั้นล่างของตึกร้าง พร้อมกับแสงไฟฉายวับๆแวมๆ ที่กำลังเคลื่อนตัวขึ้นมาตามบันไดทีละน้อย... มีใครบางคนกำลังเดินขึ้นมาหาพวกเขา และคนๆ นั้นก็ไม่ได้มาในฐานะมิตรอย่างแน่นอน
"เราไม่ได้มาที่นี่ตามแผนของมัน..." กรณ์กระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมกวาดมองทางหนีทีไล่รอบตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงร่างบางของรินให้มาหลบอยู่ด้านหลังกำแพงปูน "แต่เรากำลังเดินเข้ามาในกรงที่มันเตรียมไว้ต้อนรับตั้งแต่แรกต่างหาก"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนานี้ไปพร้อมกับพวกเรานะครับ
โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ•ตอนที่ 8
หลักฐานชิ้นสำคัญ
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!