โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ•ตอนที่ 3

ตรรกะปะทะสัญชาตญาณ

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
"รอยนิ้วมือบนด้ามมีดสั้นนั่นไม่ได้บอกว่าเขาเป็นฆาตกรโดยสันดาน แต่มันฟ้องชัดเจนว่าเขามีสภาวะจิตใจที่กำลังแตกสลายต่างหากล่ะครับสารวัตร" น้ำเสียงของ ดร.รินรดา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องประชุมปฏิบัติการพิเศษ กลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยกรุ่นตัดกับบรรยากาศตึงเครียดบนโต๊ะไม้สักยาวสิบที่นั่ง เอกสารคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในเขตพื้นที่ 3 ถูกกางกระจายเกลื่อนกลาด ภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุ อาชญาวิทยาเชิงพื้นที่ และรายงานการชันสูตรพลิกศพถูกจัดเรียงอย่างเป็นระบบตามหลักการสืบสวนสากล สารวัตรกรณ์ปรายตามองเอกสารแผ่นนั้นด้วยแววตานิ่งสนิท นิ้วเรียวยาวเคาะลงเบาๆ บนโต๊ะไม้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ—จังหวะที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อเขากำลังประเมินสถานการณ์ด้วยเหตุและผล "ดร.รินครับ สัญชาตญาณของคุณอาจจะบอกว่าเขาเป็นเหยื่อของสังคม แต่หลักฐานเชิงประจักษ์บนกล้องวงจรปิดมุมสูง และคราบ DNA ที่พบใต้เล็บของเหยื่อ มันระบุตัวตนชัดเจนว่านายวิچิตร์คือฆาตกรที่ลงมือด้วยความเย็นชา ตรรกะทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกใครนะครับ" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและสุภาพตามแบบฉบับของเขา แต่ทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกลับมาเป็นอย่างดี เขายกกาแฟขึ้นจิบเล็กน้อยโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของนักจิตวิทยาหญิงสาวผู้ นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสฉายประกายความดื้อรั้น เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในกรอบระเบียบราวกับหุ่นยนต์ควบคุมด้วยโปรแกรม "คุณนี่มัน... หัวโบราณเสียจริงนะคะ... เอ๊ย ขออภัยครับ ผมหมายถึงคุณนี่หัวโบราณเสียจริงนะครับสารวัตร" รินรดาเปลี่ยนคำสรรพนามและสำเนียงแทบไม่ทัน เมื่อเห็นคิ้วเข้มของอีกฝ่ายเลิกขึ้นเล็กน้อยเชิงตำหนิเบาๆ "คุณกำลังมองหาแต่สิ่งที่จับต้องได้ จนหลงลืมไปว่าจิตใจมนุษย์มันซับซ้อนกว่ารอยนิ้วมือบนด้ามมีดตั้งเยอะ คนที่ลงมือฆ่าโดยไม่ทิ้งร่องรอยการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย ไม่ได้หมายความว่าเขาไร้ความรู้สึก แต่เขาเป็นพวก 'จัดระเบียบความเจ็บปวด' ต่างหากล่ะครับ" บรรยากาศในห้องราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตวิ่งผ่านไปมา ความต่างระหว่าง "ตรรกะ" ของโปรไฟล์เลอร์สายสืบสวนสอบสวนผู้ผ่านสมรภูมิความสูญเสีย กับ "สัญชาตญาณ" ของนักจิตวิทยาผู้มองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์ กำลังปะทะกันอย่างดุเดือดโดยไม่ต้องใช้เสียงดัง กรณ์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินช้าๆ ไปยังกระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นด้ายแดงโยงใยคดี เขาหยิบปากกาไวท์บอร์ดขึ้นมาหมุนเล่นในมือ ก่อนจะหันกลับมาสบตาเธอนิ่งๆ "ผมไม่ได้ปฏิเสธว่าจิตวิทยาไม่มีตัวตนนะครับ ดร.ริน แต่ทุกทฤษฎีของคุณมันยังขาด 'จุดเชื่อมโยง' ที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ถ้าเราบุกเข้าจับกุมนายวิจิตรตามข้อสันนิษฐานทางจิตวิทยาของคุณโดยไม่มีหลักฐานมัดแน่นพอ ทนายฝั่งจำเลยจะฉีกสำนวนของเราเละเป็นชิ้นๆ ในชั้นศาล และเหยื่อรายต่อไปก็จะปรากฏขึ้น... ซึ่งผมยอมให้มันเกิดขึ้นอีกไม่ได้" ประโยคสุดท้ายของกรณ์เจือไปด้วยความกดดันจากอดีต ภาพเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนที่เขาเคยตัดสินใจพลาดเพราะความลังเลชั่ววูบผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง แววตาของเขาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทภายใต้หน้ากากความสุขุมเยือกเย็นเช่นเดิม รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางภาษาร่างกาย (Body Language) นั้น แม้ภายนอกสารวัตรหนุ่มจะดูแข็งกร้าวและยึดมั่นในกฎเกณฑ์ แต่ทว่ารอยย่นระหว่างคิ้วและการเกร็งของกล้ามเนื้อกรามนั้น... มันฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังแบกรับความรู้สึกผิดบางอย่างไว้ บรรยากาศในห้องที่เคยคุุกกรุ่นด้วยการถกเถียงเริ่มเปลี่ยนโทนลง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความเข้าใจลึกซึ้งที่ไม่ได้ถูกเปล่งออกมาเป็นคำพูด รินรดาลุกขึ้นยืนบ้าง เธอเดินเข้ามาใกล้กระดานไวท์บอร์ด ยื่นมือไปหยิบปากกาอีกด้ามจากมือของกรณ์อย่างถือวิสาสะ ก่อนจะวาดวงกลมสีแดงล้อมรอบจุดอับสัญญาณกล้องวงจรปิดในแผนที่ที่ไม่มีใครสังเกตเห็นมาก่อน "บางครั้ง... สิ่งที่คุณเรียกว่าความบังเอิญ หรือช่องโหว่ของหลักฐานเชิงประจักษ์ มันอาจจะเป็น 'ลายเซ็น' ที่ฆาตกรตั้งใจทิ้งไว้ให้เราตามหาตัวตนที่แท้จริงของเขาก็ได้นะครับสารวัตร" รินรดากระซิบเสียงเบา ดวงตาคู่สวยมองตรงเข้าไปในนัยน์ตาคมกริบของเขา "ลองมองข้ามตัวเลขและพิกัดบนแผนที่สCครับ แล้วใช้หัวใจของโปรไฟล์เลอร์ที่คุณซ่อนไว้... ฟังเสียงที่เขาไม่ได้พูดออกมา" กรณ์นิ่งงิ่งไป อุณหภูมิรอบตัวราวกับลดต่ำลงเมื่อสติปัญญาอันเฉียบ คมของเขากำลังประมวลผลข้อมูลชุดใหม่ที่หญิงสาวเพิ่งชี้ *จุดอับสัญญาณ... ความตั้งใจทิ้งลายเซ็น...* ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินสีแดงฉานก็ดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักบนโต๊ะทำงานที่รีเซ็ตระบบตัวเองอัตโนมัติ ข้อความเตือนระดับความปลอดภัยสูงสุด (System Override) ปรากฏขึ้นพร้อมกับภาพวิดีโอวงจรปิดสดจากสถานที่ลับแห่งหนึ่ง **[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงเครือข่ายจากบุคคลภายนอก - เป้าหมายเชื่อมต่อจากจุดเกิดเหตุคดีแรก]** กรณ์และรินรดาหันขวับไปมองหน้าจอพร้อมกันโดยอัตโนมัติ บนจอภาพปรากฏภาพชายสวมฮู้ดสีดำกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานของสารวัตรในสำนักงานใหญ่ เขายกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงส่งสัญญาณเงียบเชียบ ก่อนที่ภาพบนจอจะซูมเข้าใกล้ใบหน้าใต้ฮู้ดนั้น... ดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองทะลุเลนส์กล้องตรงมายังพวกเขาทั้งสอง ราวกับเขารู้ตัวอยู่แล้วว่ากำลังถูกเฝ้าระอง และเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าก็ดังแทรกผ่านลำโพงคอมพิวเตอร์ออกมาโดยไม่มีใครคาดคิด *“ยินดีต้อนรับสู่เกมรอบสุดท้ายครับ... สารวัตรกรณ์ และคุณหมอรินรดา”* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเรานะครับ "โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง"
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%