ความเย็นเยียบของเหล็กกล้าที่แนบอยู่หลังข้อมือไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกกังวลเท่ากับเงาร่างที่ทาบทับอยู่บนกระจกหน้าต่างเบื้องหน้า แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสลับกับสีน้ำเงินจากรถตำรวจด้านล่างสาดส่องผ่านม่านโปร่งเข้ามาเป็นจังหวะ ทุกครั้งที่แสงสีแดงวาบผ่าน ดวงตาคู่นั้นบนระเบียงชั้นสิบห้าก็สะท้อนประกายวาววับราวกับสัตว์นักล่าในความมืด
ไม่มีทางหนีไฟ ไม่มีระเบียงเชื่อมต่อ และที่สำคัญที่สุด... ตึกข้างเคียงอยู่ห่างออกไปร่วมสามสิบเมตร
“สารวัตรกรณ์ครับ ทีมพิสูจน์หลักฐานเคลียร์พื้นที่ด้านล่างเรียบร้อยแล้ว แต่... ดูนี่สิครับ” ลูกน้องหนุ่มนายหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องพักผู้ต้องสงสัย พร้อมกับแท็บเล็ตในมือที่แสดงภาพกล้องวงจรปิดมุมกว้าง
ผมละสายตาจากกระจกชั่วขณะ ยื่นมือไปรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาพิจารณา นิ้วโป้งเลื่อนภาพย้อนกลับด้วยความคุ้นเคยกับระบบโครงสร้างตึกแห่งนี้ อาคารชุดนี้ถูกออกแบบด้วยระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง คีย์การ์ดทุกใบ บันทึกทุกวินาที ไม่มีทางที่บุคคลภายนอกจะเล็ดลอดขึ้นมาถึงชั้นสิบห้าได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยในระบบฐานข้อมูล เว้นแต่...
“เว้นแต่เขาไม่ได้เข้ามาจากประตูหรือบันไดหนีไฟสินะครับ” เสียงใสทุ้มกังวานดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ชั้นหนังสือ เสียงนั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เจือด้วยความสนุกสนานเสียด้วยซ้ำ ซึ่งมันช่างขัดกับบรรยากาศตึงเครียดในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมอำพรางนี้เสียเหลือเกิน
ผมหันขวับไปมองทันที กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายตื่นตัวโดยอัตโนมัติ มือขวาแตะเข้าที่ซองปืนพกใต้เสื้อสูทตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจากการฝึกฝนภาคสนามอย่างเข้มข้น
หญิงสาวในชุดสูทลำลองสีเทาเข้มกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังเก่าๆ ที่เจ้าของห้องใช้ซุกซ่อนความลับ เธอกำลังถือแฟ้มเอกสารคดีของผมเปิดอ่านราวกับเป็นนิตยสารรายสัปดาห์ในร้านกาแฟ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบไว้หลวมๆ ปล่อยปอยผมเคลีกรอบหน้าเรียวสวยที่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปาก ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้มากกว่าจะเกรงกลัว
“คุณเป็นใคร และเข้ามาในพื้นที่ควบคุมของตำรวจได้อย่างไร” ผมถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น แต่น้ำหนักของคำพูดกดดันพอดิบพอดีตามตำราการสอบสวน
เธอยังไม่เงยหน้าขึ้นมอง ปลายนิ้วเรียวยาวพลิוףหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายก่อนจะปิดแฟ้มเสียงดัง *พับ* แล้วจึงเงີยหน้าสบตาผม ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับราวกับมองทะลุความคิดในหัวของผมได้ทั้งหมด
“ดิฉัน ดร.รินรดา ครับ... หรือจะเรียกว่า ดร.ริน นักจิตวิทยาอาชญากรรมที่ผู้กำกับส่งมาช่วยกู้หน้าให้คุณจากคดีที่กำลังจะกลายเป็นปริศนาก็ได้นะครับ สารวัตรกรณ์” เธอยกยิ้มกวนประสาทเล็กน้อยพร้อมกับยื่นบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่พิเศษให้ดูผ่านๆ
ผมหรี่ตามองบัตรนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ ระบบการคัดเลือกบุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีชื่อของเธอในสายงานสืบสวนภาคสนาม แสดงว่าเธอเพิ่งถูกบรรจุเป็นกรณีพิเศษโดยคำสั่งเบื้องบน... หรือพูดง่ายๆ คือ เด็กเส้นที่มีดีกรีเรียนจบนอกมาประดับโปรไฟล์
“คดีนี้ไม่ใช่เรื่องสนุก ดร.รินรดา” ผมขยับเข้าไปใกล้โซฟาอีกนิด กดเสียงให้ต่ำลงเพื่อแสดงอาณาเขต “ที่นี่มีร่องรอยการต่อสู้ ผู้ตายถูกฆ่ารัดคอด้วยลวดสลิง และผู้ต้องสงสัยหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย มันคือคดีฆาตกรรมเชิงประจักษ์ ไม่ใช่เคสตัวอย่างในตำราจิตวิทยาที่คุณเคยท่องจำจากมหาวิทยาลัย”
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อท่าทีคุกคามของผมเลยแม้แต่น้อย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะเตี้ยกว่าผมเกือบหนึ่งช่วงศีรษะ แต่รัศมีบางอย่างรอบตัวเธอกลับทำให้ผมละสายตาไม่ได้
“นั่นแหละครับคือปัญหาของคุณ... สารวัตร” เธอเดินผ่านหน้าผมไปช้าๆ กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นวานิลลาผสมไม้จันทน์ลอยแตะจมูก ขัดกับกลิ่นคาวเลือดและฝุ่นปูนในห้องอย่างสิ้นเชิง “คุณมองหาแต่หลักฐานเชิงประจักษ์ รอยนิ้วชี้ รอยเท้า คราบดีเอ็นเอ จนลืมมองว่า ‘มนุษย์’ คนที่ลงมือทำ เขามีแรงขับเคลื่อนทางจิตวิทยาแบบไหน”
เธอยหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากระจกบานเดิม บานที่ผมเพิ่งเห็นเงาลึกลับเมื่อครู่ ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนกระจกเย็นเฉียบตรงจุดที่รอยเปื้อนฝุ่นถูกปัดออกเป็นรูปวงกลม
“คุณคิดว่าเงาเมื่อครู่คือคนร้ายที่หนีไปหรือครับ?” เธอเอียงคอถาม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวบหนึ่ง
“มันคือความเป็นไปได้ทางกายภาพที่ต้องตรวจสอบ” ผมตอบตามระบบการสืบสวน
“ผิดครับ” รินรดาหันกลับมาสบตาผมตรงๆ ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้ใกล้เสียจนผมได้ยินเสียงลมหายใจของเธอ “มันคือ ‘ข้อความ’ ต่างหาก... คนร้ายไม่ได้หนีออกไปทางไหนทั้งนั้น เขาไม่ได้กลัวตำรวจ และเขาไม่ได้ต้องการซ่อนตัว แต่เขากำลังเล่นเกมไล่จับกับคุณ สารวัตรกรณ์... เขารู้ว่าคุณกำลังมองหาทางหนีทีไล่ แต่เขากลับเลือกที่จะยืนเด่นเป็นสง่าให้คุณเห็น เพื่อบอกว่า *‘คุณไม่มีวันตามทันผมหรอก’*”
คำพูดของเธอกระทบเข้ากับความรู้สึกบางอย่างในใจผม ความทรงจำสีเทาจากคดีเก่าเมื่อสามปีก่อนแวบเข้ามาในหัว ภาพเพื่อนร่วมงานที่ต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือของฆาตกรต่อเนื่องที่ชอบทิ้งสัญลักษณ์ไว้เยาะเย้ยตำรวจ ทำให้สันหลังผมเย็นวาบ
“คุณใช้อินтуиชันที่เลื่อนลอยมาตัดสินรูปคดีไม่ได้นะ ดร.รินรดา” ผมพยายามดึงสติกลับมาที่หลักการ เหตุผล และโครงสร้างของหลักฐานเชิงประจักษ์
“อินтуиชันเหรอครับ?” รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง “ดิฉันไม่ได้ใช้อินтуиชันหรอกครับ... ดิฉันใช้สิ่งที่เรียกว่า ‘การอ่านใจเหยื่อและผู้ล่า’ ต่างหากล่ะ”
เธอยื่นแท็บเล็ตในมือกลับมาให้ผม หน้าจอแสดงผลการวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงลึก (Behavioral Analysis) ที่ถูกประมวลผลด้วยระบบอัลกอริทึมใหม่ล่าสุด ซึ่งเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลคดีทั่วประเทศ ตัวเลขความน่าจะเป็นของพฤติกรรมฆาตกรพุ่งสูงถึง 98.5% และระบุพิกัดเป้าหมายถัดไปได้อย่างแม่นยำจนน่าตกใจ
ผมก้มมองหน้าจอนั้นสลับกับใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า ระบบข้อมูลที่แน่นหนาและเหตุผลทางจิตวิทยาที่เธอนำเสนอเริ่มสั่นคลอนความเชื่อมั่นในวิธีสืบสวนแบบดั้งเดิมของผมทีละน้อย
“เอาล่ะครับ สารวัตร” รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ “ในเมื่อผู้กำกับมอบหมายให้เราต้องร่วมมือกันไขคดีนี้แล้ว งั้นเรามาพนันกันหน่อยไหมครับ ว่าระหว่างหลักฐานชิ้นเอกของคุณ กับโปรไฟล์จิตวิทยาของดิฉัน... อันไหนจะพาเราไปถึงตัวฆาตกรก่อนกัน”
ก่อนที่ผมจะได้ทันอ้าปากแย้งเสียงเตือนข้อความฉุกเฉินจากศูนย์วิทยุก็แผดเสียงดังลั่นห้อง แท็บเล็ตในมือของรินรดากะพริบเป็นสีแดงก่ำ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ—
*[ระบบตรวจพบสัญญาณชีพของเป้าหมายรายใหม่: จุดเกิดเหตุที่สอง อาคารร้างย่านใจกลางเมือง เวลาที่เหลือ: 15 นาที]*
และในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างกระจกบานใหญ่ด้านหลังรินรดาก็ถูกทุบแตกละเอียดด้วยก้อนอิฐที่แนบกระดาษโน้ตเปื้อนเลือดแผ่นหนึ่งร่วงลงมาบนพื้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ลอยมาตามสายลมจากตึกฝั่งตรงข้าม!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเรานะครับ
โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ•ตอนที่ 2
การปรากฏตัวของที่ปรึกษาจอมกวน
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!