กลิ่นอับชื้นของคราบเลือดเก่าผสมกับน้ำยาฆ่าเชื้อราคาถูก ลอยอวลอยู่ในห้องพักขนาดสิบแปดตารางเมตร ณ คอนโดมิเนียมย่านชานเมือง พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องยางสีหม่นที่บัดนี้ถูกย้อมด้วยหยดเลือดสีเข้ม ซึ่งไหลรินเป็นทางยาวจากหน้าประตูห้องนอนไปยังห้องนั่งเล่น
ร่างไร้ลมหายใจของเหยื่อ ชายหนุ่มวัยสามสิบปีเศษ นอนคว่ำหน้าอยู่ตรงมุมอับสายตา ดวงตาเบิกโพลงสะท้อนภาพความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีรอยฟกช้ำจากการถูกบังคับขู่เข็ญ ทว่าสภาพศพกลับบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ ราวกับกระดูกทุกข้อในร่างกายถูกถอดประกอบใหม่ด้วยความประณีตบรรจงของช่างฝีมือผู้เลือดเย็น
สารวัตรกรณ์ยืนนิ่งอยู่ตรงกรอบประตู สองมือสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้ม สายตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาสำรวจทุกตารางนิ้วในที่เกิดเหตุอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางความวุ่นวายของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่กำลังเดินขวักไขว่เก็บคราบเขม่าและลายนิ้วมือ เสียงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปสาดแสงวาบเป็นระยะ ทว่าสมาธิของนายตำรวจหนุ่มกลับไม่ได้อยู่ที่ความโกลาหลเบื้องหน้า
"ไม่มีร่องรอยการงัดแงะที่ประตูหน้าต่าง กลอนถูกล็อคจากด้านใน หน้าต่างทุกบานลงกลอนแน่นหนาจากภายในทั้งหมดครับสารวัตร" นายตำรวจชั้นประทวนนายหนึ่งรายงานด้วยเสียงเหนื่อยอ่อน พร้อมกับปาดเหงื่อบนหน้าผาก "สรุปเบื้องต้น... นี่คือคดีฆ่าตัวตายในห้องปิดตายครับ"
กรณ์ยังคงไม่เอ่ย The คำใด เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปในห้องด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับแมวป่า รองเท้าหนังขัดเงาหยุดยืนอยู่ห่างจากศพราวสองเมตร สายตาของโปรไฟล์เลอร์มือฉมังไม่ได้มองที่บาดแผลฉกรรจ์บนลำคอ แต่มันกำลังจ้องมองไปยัง "องศา" ของหยดเลือดที่กระเซ็นอยู่บนผนังสีขาว
หยดเลือดไม่ได้กระจายตัวเป็นรัศมีวงกลมตามแรงกระแทกของการสะบัด แต่มันเป็นเส้นตรงแนวดิ่ง... เรียงรายกันสี่หยดอย่างเป็นระเบียบ
"ห้องปิดตายงั้นหรือ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา รอดผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาคู่คมหรี่ลงเมื่อสมองเริ่มประมวลผลเชิงตรรกะ "ถ้าคนร้ายไม่อยู่ในห้องตอนที่เหยื่อเสียชีวิต และห้องถูกล็อคจากด้านใน... แล้วประตูบานนั้นถูกล็อคได้อย่างไรหลังฆาตกรหลบหนี?"
คำถามเชิงวิเคราะห์ถูกโยนขึ้นสู่อากาศอย่างไร้ผู้ตอบ ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่เต็มไปด้วยจังหวะจะโคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"น่าสนใจดีนี่คะ... เอ่อ ขออภัยครับ ผมหมายถึง น่าสนใจดีนี่ครับ สารวัตรกรณ์"
กรณ์เหลือบสายตาขึ้นมองผ่านเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่าง ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามาในที่เกิดเหตุอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา ดวงตาสองข้างพินิจพิเคราะห์สภาพศพราวกับกำลังมองงานศิลปะชิ้นเอกในพิพิธภัณฑ์ มากกว่าจะเป็นศพมนุษย์ที่เพิ่งเสียชีวิตไม่ถึงสี่ชั่วโมง
ดร.รินรดา นักจิตวิทยาอาชญากรรมที่เพิ่งย้ายกลับมาจากต่างประเทศ และเป็นบุคคลที่สำนัก M-IB ส่งตัวมาร่วมสังเกตการณ์ในคดีนี้อย่างกะทันหัน
"ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของนักจิตวิทยาที่จะเข้ามาเดินเหยียบย่ำหลักฐานตามอำเภอใจนะ ดร.รินรดา" กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงราบ100% ปราศจากความยินดียินร้าย แต่แฝงด้วยแรงกดดันระดับที่ทำให้เจ้าหน้าที่รอบข้างถึงกับกลืนน้ำลาย
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจือด้วยความขบขันอย่างเปิดเผย เธอย่อตัวลงนั่งยองๆ โดยไม่สนใจฝุ่นผงหรือคราบเลือดบนพื้น สายตาคมปลาบกวาดมองไปที่มือของศพที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
"สารวัตรกำลังใช้ 'ตรรกะ' มองหาช่องโหว่ทางกายภาพ... ซึ่งนั่นเป็นวิธีที่ถูกต้องสำหรับตำรวจมืออาชีพค่ะ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับนายตำรวจหนุ่ม แววตาของเธอพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย "แต่สารวัตรกำลังมองข้าม 'จิตวิทยา' ของฆาตกรที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ตะโกนเรียกเราอยู่ตรงนี้"
"ร่องรอยอะไร?" กรณ์ถามสั้นๆ แต่ไม่ยอมขยับเข้าใกล้เธอ
"ความสะอาดสะอ้านเกินไปของสถานที่ยังไงล่ะคะ" รินรดายื่นมือเรียวสวยที่สวมถุงมือยาง ชี้ไปยังแก้วน้ำบนโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่มุมห้อง "แก้วน้ำวางอยู่กึ่งกลางโต๊ะพอดี ไร้รอยนิ้วมือ ทว่าคราบน้ำชาข้างในยังอุ่นอยู่... เหยื่อไม่ได้ดื่มชานั้นเอง แต่มีคนชงให้ และคนๆ นั้นนั่งคุยกับเหยื่ออย่างใจเย็น ก่อนจะลงมือปลิดชีพด้วยความคุ้นเคย"
กรณ์หันไปมองแก้วน้ำใบนั้น สมองของเขาทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อเชื่อมโยงภาพในหัว ภาพของชายผู้รักความสมบูรณ์แบบ ผู้ซึ่งตระเตรียมทุกอย่างไว้ล่วงหน้าและควบคุมสถานการณ์ได้แม้กระทั่งในนาทีสุดท้ายของชีวิต
"ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย" กรณ์สรุปด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ดวงตาเข้มข้นขึ้น "นี่คือการฆาตกรรมอำพรางคดีที่ถูกจัดฉากอย่างแนบเนียน เพื่อให้ตำรวจหลงทางอยู่ในเงื่อนไขของห้องปิดตาย"
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รอยยิ้มบนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความจริงจังที่วาดผ่านแววตา เธอย่างสามขุมเข้าไปใกล้สารวัตรหนุ่ม จนระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวไม้กฤษณาและดอกไม้ป่าลอยแตะจมูกของกรณ์ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด
"ถูกต้องที่สุดค่ะสารวัตร... และถ้าเราวิเคราะห์จากรอยเลือดบนผนังและองศาของกระดูกที่หัก ฆาตกรไม่ได้ใช้กำลังบังคับเหยื่อเลยแม้แต่น้อย" รินรดากระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำในความเงียบงันของห้อง "เหยื่อ 'ยอม' ให้ฆาตกรหักกระดูกของเขาเอง... ด้วยความเต็มใจ"
คำพูดนั้นทำให้คิ้วของกรณ์ขมวดเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิม ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง ไม่ใช่เพราะความน่ากลัวของศพ แต่เป็นเพราะข้อเท็จจริงทางจิตวิทยาที่หลอนประสาท ยิ่งกว่าร่องรอยทางกายภาพใดๆ ที่เขาเคยพบเจอมาตลอดชีวิตการเป็นตำรวจ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเตือนข้อความฉุกเฉินจากวิทยุสื่อสารบนปกเสื้อของสารวัตรกรณ์ก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศอันตึงเครียด
*[แจ้งเตือนระบบศูนย์กลาง: พบศพรายที่สองในลักษณะเดียวกัน ณ อาคารจอดรถห่างจากจุดเกิดเหตุ 3 กิโลเมตร และระบบตรวจพบสัญญาณชีพปริศนา... กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พื้นที่ของคุณด้วยความเร็วสูง]*
ไฟฉุกเฉินสีแดงจากรถตำรวจด้านล่างสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาภายในห้อง สะท้อนเงาร่างของใครบางคนที่กำลังยืนนิ่งอยู่บนระเบียงห้องพักชั้นสิบห้า ทั้งที่ไม่มีทางหนีไฟหรือระเบียงเชื่อมต่อจากภายนอกแม้แต่น้อย!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับเราในตอนแรกนี้นะครับ
โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ•ตอนที่ 1
เงื่อนงำแรกในห้องปิดตาย
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!