โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ•ตอนที่ 5

บททดสอบความเข้าขา

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
เสียงซิมโฟนีบรรเลงคลอเคลียอยู่ภายใต้โดมแก้วคริสตัลของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติ เสียงหัวเราะและการชนแก้วแชมเปญราคาแพงดังระคนกันจนแทบกลบเสียงฝีเท้าของคู่ชายหญิงที่ก้าวผ่านซุ้มกุหลาบเข้ามา สารวัตรกรณ์ในชุดสูททักซิโดสีดำสนิทขอบปกผ้าซาตินดูเนี้ยบกริบ ทุกฝีก้าวสะท้อนความมั่นคงและระเบียบวินัยอันเข้มงวดของนายตำรวจผู้ผ่านสนามสอบสวนมาอย่างโชกโชน ดวงตาคมกริบกวาดมองประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว ระบบสถาปัตยกรรมภายใน คำนวณทางหนีทีไล่ มุมกล้องวงจรปิด และตำแหน่งของเป้าหมาย—‘คุณชายภาคิน’ นักธุรกิจสีเทาผู้กุมเบาะแสสำคัญของคดี เบื้องข้างของเขาคือ ดร.รินรดา ในชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตยาวลากพื้น ดีไซน์เปิดไหล่ที่ขับเน้นความสง่างามเย้ายวน แต่ทว่าแววตาสีเข้มภายใต้กรอบหน้าคมคายนั้นกลับไม่ได้ทอดมองความหรูหราเบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย เธอกำลังจ้องมองไปยังชายวัยกลางคนที่กำลังยืนจิบไวน์อยู่มุมห้องด้วยประกายตาที่วับวามเกินความจำเป็น “คุณกำลังทำลายสถิติความอดทนของผมนะ ริน” เสียงกระซิบต่ำทุบทำลายความเงียบระหว่างพวกเขา กรณ์เอ่ยขึ้นโดยริมฝีปากแทบไม่ขยับ ขณะที่มือข้างหนึ่งยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบอย่างใจเย็นเพื่อกลบเกลื่อนการสนทนา “ผมเตือนแล้วว่าเรามาเพื่อหาข่าว ไม่ใช่มาทำสงครามประสาท” รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือด้วยความท้าทาย เธอยังคงรักษารอยยิ้มพิมพ์ใจแบบแขกผู้มีเกียรติในงาน แต่ปลายนิ้วเรียวกลับเคาะเบาๆ ที่ก้านแก้วคริสตัลเป็นจังหวะสามช่า—รหัสสากลที่พวกเขารู้กันว่าเธอกำลังหมดความอดทน “สารวัตรคะ... อ่า ขอโทษทีครับ สารวัตรกรณ์ผู้เคร่งขรึม” รินรดาเปลี่ยนคำสรรพนามอย่างรวดเร็วเมื่อหางตาเหลือบเห็นบอดี้พาร์ดสวมสูทสีดำเดินเฉียดเข้ามาใกล้ เธอยิ้มหวานหยดให้ชายแปลกหน้าก่อนจะโน้มตัวกระซิบชิดใบหูของกรณ์จนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มระต้นคอเขา “คุณก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่ใช่ประเภทอดทนรอให้เหยื่อเดินมาติดกับดักช้าๆ แบบที่คุณชอบหรอกนะคะ เอ้ย... แบบที่คุณชอบนะครับ ดูนั่นสิครับ... ภาคินกำลังจะเดินออกไปที่ระเบียงด้านหลังแล้ว ถ้าเราไม่ขยับตอนนี้ ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ที่เชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสามปีก่อนได้กลายเป็นอากาศธาตุแน่ๆ” กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ เขารู้ดีว่าสัญชาตญาณของนักจิตวิทยาอาชญากรรมอย่างเธอมักแม่นยำเสมอ แต่มันมักแลกมาด้วยความเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ดร.รินรดาผู้นี้มีวิธีคิดนอกกรอบที่น่าทึ่ง แต่บางครั้งความใจร้อนของเธอก็เกือบทำให้แผนการพังไม่เป็นท่ามาหลายครั้งหลายหนในสัปดาห์นี้ “จำเงื่อนไขของเราไม่ได้หรือครับ ดร.รินรดา” กรณ์หันไปมองเธอ สายตาคมปลาบจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาส่งสัญญาณเตือนขั้นเด็ดขาด “เราต้องใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ใช่การบุ่มบามเข้าไปต้อนเสือเข้าถ้ำโดยไม่มีกรง การเข้าใกล้ภาคินในตอนนี้ในฐานะแขกที่เพิ่งทำความรู้จัก จะทำให้เขาเกิดกลไกการป้องกันตัวและทำลายหลักฐานทิ้งทันที รอจังหวะที่สารวัตรอาวุโสสมชายส่งสัญญาณปิดล้อมรอบนอกก่อน” “รอ? รอจนกว่าหลักฐานจะถูกส่งต่อให้คนอื่นน่ะเหรอคะ... เอ๊ย ครับ!” รินรดาแอบกัดฟันกรอดเมื่อเผลอหลุดเสียงสำเนียงเดิมออกมา เธอยกมือขึ้นทัดผมอย่างเสียอาการเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสบตากับกรณ์ด้วยความดื้อรั้นที่ฉายชัดในแววตา “คุณก็รู้ว่าพวกเราไม่มีเวลามากขนาดนั้น ระบบการสืบสวนแบบตำราเรียนของคุณมันช้าเกินไปสำหรับฆาตกรที่กำลังจะหลบหนีออกนอกประเทศคืนนี้ ดูสายตาของภาคินสิครับ เขากกำลังมองนาฬิกาข้อมือ... เขากำลังรอคนมารับของ!” พูดจบทันทีที่สิ้นเสียง รินรดาก็ไม่รอฟังคำคัดค้านอีกต่อไป เธอก้าวเท้าฉับๆ แยกตัวออกจากกรณ์ทันทีด้วยลีลาของหญิงสาวสังคมผู้สูงศักดิ์ แต่ทิศทางกลับมุ่งตรงไปยังระเบียงกระจกด้านหลังที่ภาคินกำลังยืนอยู่ ร่างบางในชุดสีมรกตเดินตัดผ่านฝูงชนอย่างคล่องแคล่ว ทิ้งให้สารวัตรหนุ่มยืนขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิด *ยัยตัวแสบเอ๊ย... ดื้อรั้นไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ* กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ เขารู้ดีว่าปล่อยเธอไว้ตามลำพังในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยอาชญากรและบอดี้พาร์ดติดอาวุธเช่นนี้คือหายนะชัดๆ ขายาวภายใต้กางเกงสแลคเนื้อดีจึงก้าวตามไปอย่างรวดเร็วโดยพยายามรักษาทัศนวิสัยไม่ให้ภาคินไหวตัวทัน ที่ระเบียงด้านนอก ลมยามค่ำคืนพัดพาไอเย็นของน้ำในสระว่ายน้ำเบื้องล่างขึ้นมาปะทะผิวหน้า ภาคินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อน หันกลับมาพบกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดราตรีสีมรกตที่ส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้เขาอย่างจงใจ “ขอโทษที่รบกวนเวลาส่วนตัวนะคะ... ครับ” รินรดาแกล้งทำเป็นอุทานด้วยความตกใจเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน “พอดีฉันเดินหาห้องน้ำไม่เจอ เห็นคุณภาคินยืนรับลมอยู่ตรงนี้พอดี เลยคิดว่าน่าจะลองถามเจ้าภาพดูเสียหน่อย” ภาคินหรี่ตามองประเมินหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มที่เป็นมิตรจอมปลอมผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดี สายตาของเขาไล่สำรวจตั้งแต่เรือนร่างระหงจนถึงใบหน้าคมคายที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ “ห้องน้ำหญิงอยู่ทางฝั่งซ้ายของห้องโถงครับ คุณผู้หญิง... ดูเหมือนว่าคุณจะเดินหลงทางมาไกลทีเดียว หรือว่า... ตั้งใจจะมาเดินหลงทางแถวนี้ตั้งแต่แรกกันแน่?” น้ำเสียงของภาคินเจือความระแวงอย่างเห็นได้ชัด มือข้างหนึ่งของเขาเอื้อมไปแตะที่กระเป๋าเสื้อสูทด้านในโดยสัญชาตญาณ—ตำแหน่งที่กรณ์คำนวณไว้ไม่ผิดเพี้ยนว่าน่าจะเป็นที่ซ่อนของปืนพกขนาดเล็กหรือแฟลชไดรฟ์ข้อมูล รินรดายิ้มรับโดยไม่สะทกสะท้าน เธอยกมือขึ้นทัดผมอีกครั้งเพื่อส่งสัญญาณเตือนลับๆ ตามที่ตกลงกับกรณ์ไว้ (แม้ว่าเธอจะกำลังแหกกฎก็ตาม) “แหม พูดจาน่ากลัวจังนะคะ... ครับ ฉันก็แค่บังเอิญสนใจเรื่องราวธุรกิจนำเข้าส่งออกที่คุณภาคินกำลังทำอยู่ต่างหากล่ะคะ ได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณกำลังจะปิดดีลครั้งใหญ่กับกลุ่มทุนต่างประเทศใช่ไหมคะ?” สีหน้าของภาคินเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที ความลังเลและแววตาดุร้ายปรากฏขึ้นแทนที่รอยยิ้มการค้า เขาขยับตัวเข้ามาประชิดตัวรินรดาด้วยท่าทีคุกคาม “คุณเป็นใครกันแน่? สายของตำรวจ หรือว่าพวกหนูสกปรกที่ถูกส่งมาสืบเรื่องของผม?” สถานการณ์เริ่มเกินการควบคุม รินรดาเริ่มถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อมือของภาคินเอื้อมมาคว้าข้อแขนของเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล ความเจ็บแปล๊บแล่นริ้วขึ้นมา แต่เธอยังคงเชิดหน้าสู้ไม่ถอย “ปล่อยฉันนะ! คุณกำลังทำตัวไร้มารยาทแล้วนะ... ครับ!” “คิดจะมาเล่นตลกอะไรในบ้านของฉัน มันสายไปแล้ว—” ยังไม่ทันที่ภาคินจะได้พูดจบประโยค มือแกร่งคู่หนึ่งก็เอื้อมมาจากด้านหลัง คว้าจับเข้าที่ข้อมือของภาคินแล้วบิดล็อกด้วยเทคนิคการต่อสู้ระยะประชิดที่รวดเร็วและเด็ดขาด แรงกดมหาศาลที่จุดข้อต่อทำให้ภาคินต้องร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดจนต้องปล่อยมือจากแขนของรินรดา ร่างของนักธุรกิจหนุ่มถูกเหวี่ยงกระแทกเข้ากับผนังกระจกใสอย่างจังโดยฝีมือของสารวัตรกรณ์ที่พุ่งตัวเข้ามาแทรกแซงในวินาทีวิกฤตพอดี “การคุกคามสุภาพสตรีในงานเลี้ยงแบบนี้ ไม่ใช่พฤติกรรมของนักธุรกิจที่น่าเคารพเลยนะครับ คุณภาคิน” กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา เยือกเย็นจนน่ากลัว ดวงตาสีนิลจ้องมองอีกฝ่ายด้วยอำนาจกดดันระดับโปรไฟล์เลอร์ที่ทำให้เหยื่อรู้สึกราวกับถูกฉีกกระชากหน้ากากออกจนหมดเปลือก รินรดาลูบข้อแขนตัวเองป้อยๆ เธอมองแผ่นหลังกว้างของกรณ์ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความโล่ง2ใจและความหมั่นไส้ “ฉันบอกแล้วไงคะ... เอ๊ย ครับ ว่าฉันจัดการได้” “จัดการจนเกือบโดนมันเอาปืนจ่อหัวเนี่ยนะ ริน” กรณ์กัดฟันกระซิบตอบโดยไม่ละสายตาจากภาคินที่กำลังพยายามดิ้นรน “นี่คือสิ่งที่คุณเรียกว่าการเข้าหาแบบมืออาชีพหรือครับ?” ก่อนที่ทั้งสองจะได้โต้เถียงกันมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็พลันดังระเบิดขึ้นทั่วทั้งคฤหาสน์ แสงไฟระยิบระยับของงานเลี้ยงถูกแทนที่ด้วยแสงไฟฉุกเฉินสีเลือด หน้าจอโทรทัศน์วงจรปิดทุกตัวในบริเวณระเบียงดับวูบลงพร้อมกัน ก่อนจะปรากฏภาพสตรีปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากโลหะรูปทรงกะโหลกสุนัขจิ้งจอก เธอกำลังส่งยิ้มเยาะเย้ยผ่านมาทางกล้องวงจรปิดตัวที่พวกเขากำลังยืนอยู่พอดี *“ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้ายค่ะ สารวัตรกรณ์ และดร.รินรดา... น่าเสียดายจริงๆ ที่พวกคุณมัวแต่เล่นสนุกกันจนไม่ทันสังเกตว่า... แขกรับเชิญคนอื่นๆ ในงานนี้ ไม่ได้มีใครรอดชีวิตอยู่เลยสักคนเดียว”* สิ้นเสียงประกาศผ่านระบบกระจายเสียง ทันใดนั้น ประตูทางออกทุกบานของระเบียงก็ถูกล็อกตายด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูง พร้อมกับกลิ่นควันจางๆ ที่ลอยอบอวลเข้ามาทางช่องแอร์—กลิ่นฉุนของแก๊สสลับซารินที่กำลังแพร่กระจายเข้ามาด้วยความเร็วสูง! รินรดาสบถเบาๆ ออกมาอย่างตกใจเมื่อหันไปมองผ่านกระจกสระว่ายน้ำเบื้องล่าง แขกนับร้อยคนที่เคยหัวเราะรื่นเริงเมื่อครู่ บัดนี้ต่างฟุบหมดสติแน่นิ่งนอนเรียงรายอยู่กับพื้นราวกับใบไม้ร่วง **************************************** ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนากับสารวัตรกรณ์และดร.รินรดามา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์หน้านิ่งกับยัยนักจิตวิทยาตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%