ไอความเย็นระดับติดลบของตู้แช่ศพสแตนเลสสตีลไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องดับจิตลดทอนความร้อนระอุลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ไอเย็นจัดที่เคลือบอยู่ตามผิวโลหะกลับขับเน้นให้ลมหายใจอุ่นร้อนของคนทั้งสองเด่นชัดขึ้น ราวกับเปลวเพลิงที่กำลังเผาผลาญน้ำแข็งให้ละลายกลายเป็นหยดน้ำตาแห่งความจำนน
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก แผ่นหลังบางเฉียบแนบสนิทอยู่กับบานประตูสแตนเลสที่เย็นเฉียบจนผิวเนื้อชาหนึบ แต่สติสัมปชัญญะของเธอกลับถูกแผดเผาด้วยความร้อนจากฝ่ามือหนาที่กำลังตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยแรงมหาศาล
"หนาวไหมครับ... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นจัดที่เป่ารดต้นคอระหงทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง คีรินทร์กดน้ำหนักกายเข้าหาจนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน แผ่นอกกว้างที่ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวเปื้อนกลิ่นอายฟอร์มาลีนและกลิ่นเฉพาะตัวของเขา บดเบียดเข้ากับทรวงอกอิ่มที่กำลังกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงตามจังหวะชีพจรที่เต้นเร้า
หญิงสาวกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตากลมโตฉายแววพยศ แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่นและแรงปรารถนาที่เขาจงใจปลุกเร้า แต่ศักดิ์ศรีและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ยังร่ำร้องให้เธอต่อต้าน
"ปล่อยฉัน... คุณคีรินทร์ ที่นี่มันห้องดับจิต..." เสียงเธอกระท่อนกระแท่น ขาดห้วงเมื่อนิ้วเรียวยาวของศัลยแพทย์หนุ่มไล่ต่ำลงมาจากคางมน ผ่านลำคอระหง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่กระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อกาล่าแล็บ
"แล้วอย่างไรล่ะครับ..." คีรินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นพร่าต่ำและเต็มไปด้วยอำนาจมืด "สถานที่อับเฉาและเต็มไปด้วยความตายแบบนี้ ต่างหากที่จะทำให้ประสาทสัมผัสของคุณ... และกลิ่นอายความตื่นตระหนกบนผิวเนื้อของคุณชัดเจนที่สุด"
นิ้วแกร่งเกี่ยวปลดกระดุมเม็ดแรกออกด้วยความชำนาญ ผิวเนื้อเนียนละเอียดปานกระเบื้องเคลือบถูกไอเย็นภายนอกปะทะจนสะท้าน แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ฝ่ามืออุ่นจัดของเขาก็ทาบทับลงมาแทนที่ ลากไล้สัมผัสตั้งแต่เนินอกอิ่มขึ้นมาถึงไหปลาร้า รินรดาสูดปากด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ดวงตาพร่าเลือนจนต้องหลับ Sพริ้มเพื่อต้านทานคลื่นอารมณ์ที่ซัดสาดเข้ามา
"คุณ... กำลังเล่นกับไฟ" เธอกลั้นใจเค้นเสียงเตือน แม้จะรู้ว่ามันไร้ผล
"ผมชอบไฟครับ..." คีรินทร์โน้มใบหน้าลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น จมูกโด่งคมสูดดมกลิ่นกายสาวที่ผสมผสานกับกลิ่นเฉพาะตัวที่เขารลุ่มหลง ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยสีสว่างท่ามกลางความหนาวเหน็บ "โดยเฉพาะไฟที่ดื้อรั้น... และพยายามจะแผดเผาผมกลับ"
สัมผัสที่รุกไล่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมือหนาข้างที่ว่างเลื่อนลงมาโอบรัดเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางให้แนบชิดสนิทแน่นยิ่งขึ้นจนเธอรับรู้ได้ถึงพละกำลังและตัวตนอันตระหง่านที่กำลังตื่นตัวอยู่ภายใต้เนื้อผ้า รินรดาครางแผ่วในลำคอ ความตึงเครียดระຫວ່າງอำนาจและความปรารถนาหลอมรวมกันจนแทบหลอมละลาย เธอพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อตั้งสติ แต่คีรินทร์กลับใช้วิธีเชยคางเธอขึ้นบังคับให้สบตา
นัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มคู่นั้นดุดันและไร้ความปรานี ราวกับมัจจุราชที่กำลังชื่นชมเหยื่อผู้ติดกับดัก ก่อนที่เขาจะประทับริมฝีปากลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำเร่าร้อน ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เพื่อให้เธอได้โอบกอดแผ่นหลังกว้างและระบายความเสียวซ่านลงบนไหล่หนาตามสัญชาตญาณ
เสื้อผ้าหลุดรุ่ยทีละชิ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานไร้การควบคุม ไอเย็นจัดของห้องดับจิตถูกแทนที่ด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผมและเรือนร่าง เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องที่มีเพียงศพไร้วิญญาณเป็นพยาน คีรินทร์ประคับประคองร่างสะท้านสะเทือนของหญิงสาวให้แนบไปกับแผ่นสแตนเลสเย็นเฉียบ ก่อนที่เขาจะแทรกกายเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวด้วยจังหวะที่เนิบนาบ หนักหน่วง และเปี่ยมด้วยความโหยหา
รินรดากรีดร้องแผ่วเบา สองมือจิกทึบบ่ากว้างจนเล็บจมลงไปในเนื้อเมื่อคลื่นความสุขสมถาโถมเข้าใส่ไม่ยั้ง ร่างกายของเธอโค้งรับทุกสัมผัสและจังหวะรุกเร้าที่เขาเป็นผู้กำหนด คีรินทร์ก้มลงกระซิบคำพร่าหวานข้างใบหูที่แดงก่ำ ขณะที่สะโพกสอบสอบสวนเข้าหาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทุกสัมผัสและแรงกระแทกกระทั้นคือพันธะสัญญาที่ไร้คำพูด... พันธะที่ร้อยรัดเธอลึกล้ำยิ่งกว่าโซ่ตรวนใดๆ
จนกระทั่งทุกอย่างเดินทางมาถึงจุดสูงสุด คีรินทร์ฝังร่างเข้าหาเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับเสียงคำรามต่ำในลำคอ รินรดากระตุกเกร็ง ปล่อยให้ความหอมหวานและไออุ่นสุดท้ายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความหนาวเหน็บ
บรรยากาศเริ่มสงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบา คีรินทร์ยังคงกอดประคองร่างอ่อนระทวยของเธอด้านหน้าตู้แช่ เขาฝังจูบลงบนหน้าผากชื้นเหงื่ออย่างอ่อนโยนผิดกับความดุดันเมื่อครู่
"ทีนี้... คุณยังกล้าปฏิเสธผมอีกไหมครับ รินรดา" เสียงทุ้มกระซิบถามพรางยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
รินรดาหลับตาลง ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อสัมผัสที่ไร้ร่องรอยแต่ฝังลึกถึงวิญญาณนี้โดยปริยาย แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากตอบ ทันใดนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูก็เริ่มดังขึ้น ตามด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งที่เยือกเย็นและทรงอำนาจเกินกว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่เวรเปลทั่วไป
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
"ดร.อคิน มาตรวจเยี่ยมรอบดึกครับ... เปิดประตูหน่อยสิครับ รวดเร็วด้วย"
รอยยิ้มบนใบหน้าของคีรินทร์เลือนหายไปในพริบตา แววตาคมกริบหันขวับไปมองบานประตูห้องดับจิตที่ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนา ขณะที่หัวใจของรินรดากระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อตระหนักได้ว่าบุคคลที่อยู่หลังประตูคือปีศาจอีกตนหนึ่งที่กำลังตามล่าความลับของเธอเช่นกัน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่วังวนแห่งความมืดมิดนี้นะครับ
มัจจุราชสีเลือดกับนักสะสมกลิ่นในห้องดับจิต•ตอนที่ 10
สัมผัสที่ไร้ร่องรอย
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัจจุราชสีเลือดกับนักสะสมกลิ่นในห้องดับจิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!