มัจจุราชสีเลือดกับนักสะสมกลิ่นในห้องดับจิต•ตอนที่ 9

เกมอำนาจ

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
กลิ่นฟอร์มาลีนจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำราคาแพงอบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของคีรินทร์ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนแฟ้มประวัติลับที่ถูกเปิดคาไว้ รินรดายืนอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทายแต่กลับซ่อนความหวั่นไหวไว้อย่างมิดชิด เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอความเมตตา แต่เธอมาเพื่อทวงคืนความเท่าเทียมในเกมที่เขาเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมาเอง "คุณกำลังเล่นกับไฟ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เต็มไปด้วยอำนาจคุกคาม คีรินทร์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่าจดจ้องมองเรือนร่างระหงที่สั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธ เขารู้ทันทุกย่างก้าวของเธอ รู้แม้กระทั่งว่าเธอแอบไปขุดคุ้ยบันทึกการรักษาของเหยื่อรายล่าสุดมาจากห้องเก็บศพเมื่อคืนนี้ "ไฟเหรอคะ... หรือว่าความจริงที่คุณพยายามปกปิดมันไว้กันแน่" รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก กลิ่นอายความเป็นอัลฟ่าที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มตรงหน้ากำลังกดดันสติสัมปชัญญะของเธอให้พังทลายลงทีละน้อย "ดร.อคินไม่ได้ทำแค่เรื่องวิจัยบ้าๆ นั่นคนเดียวแน่ๆ คุณเองก็มีส่วนรู้เห็นใช่ไหมคะ คีรินทร์" ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็วจนเธอต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือเย็นเฉียบ กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นไม้สนผสมกับความเยือกเย็นของโลหะ—โอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก มือหนายื่นไปคว้าข้อมือเรียวเล็กทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยแรงเพียงน้อยนิด แต่มันกลับทรงพลังจนเธอไม่สามารถขัดขืนได้เลย แววตาของคีรินทร์พราวระยับด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้า ไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่เป็นความกระหายที่จะบดขยี้พยศในตัวเธอให้ราบคาบ "ดื้อด้านเสียจริง... นักสืบตัวน้อยของผม" คีรินทร์โน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมใบหูร้อนผ่าว ลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่านซอกคอขาวเนียนจนรินรดาต้องหลับตาลงและสะท้านเฮือก "คุณคิดว่าความรู้ตื้นเขินแค่นี้จะล้มผมได้งั้นรึ หืม? รินรดา" "ปล่อยนะ..." เธอพยายามเค้นเสียงลอดไรฟัน แต่เสียงนั้นกลับสั่นพร่าและขาดห้วงเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งไล้ผ่านคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากเขา รสจูบที่ตามมาไม่ได้นุ่มนวลหรือเจือความปรานี มันคือการประกาศิตและการครอบครอง บดขยี้เรียวปากอิ่มด้วยความเร่าร้อนและดุดันจนลิ้นร้อนแทรกซึมเข้ากวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก รินรดาครางอือในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนีแต่ถูกมือใหญ่ประคองท้ายทอยล็อกไว้แน่น รสชาติของความพ่ายแพ้แผ่ซ่านไปทั่วสรรพang สัมผัสจากปลายนิ้วที่เริ่มลูบไล้ต่ำลงมาตามแนวสันหลังภายใต้เสื้อกาวน์แพทย์ ทำให้สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่กระเจิงหายไปในพริบตา ความตึงเครียดระหว่างทั้งคู่เปลี่ยนผ่านเป็นแรงดึงดูดทางเพศอันดิบเถื่อนและลึกซึ้ง คีรินทร์ไม่เพียงแต่ต้องการเอาชนะเธอด้วยเหตุผล แต่เขาต้องการทำลายกำแพงอีโก้ทั้งหมดของเธอด้วยสัมผัสทางกาย ร่างบางถูกอุ้มขึ้นวางบนขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ความปรานี เอกสารและแฟ้มคดีกระจัดกระจายร่วงหล่นลงพื้น รินรดาหอบหายใจหนักหน่วง หน้าอกกระเพื่อมไหวตามจังหวะการเต้นของหัวใจ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้ฉายแววปรารถนาอันเร่าร้อนที่เธอพยายามกดทับไว้มานาน เธอยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วจิกเกร็งลงบนลาดไหล่หนาเมื่อเรียวขาถูกดันแยกออกด้วยสะโพกสอบของเขา "คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่..." เธอถามเสียงพร่า ดวงตาฉ่ำน้ำมองตรงไปยังชายหนุ่มที่โน้มกายทาบทับลงมาอย่างแนบชิด "ผมต้องการให้คุณยอมจำนน..." คีรินทร์กระซิบชิดริมฝีปากเธอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ยอมจำนนทั้งร่างกายและวิญญาณ... ให้กับมัจจุราชอย่างผม" เสื้อผ้าเนื้อบางถูกปลดเปลื้องออกอย่างไร้ความปราณี เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว มือหนาลูบไล้ไปทั่วทุกสัดส่วนด้วยความชำนาญ ปลุกเร้าอารมณ์จนรินรดากรีดร้องครางออกมาเบาๆ ด้วยความเสียวซ่านสะท้านเยือก แรงปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม สัมผัส รสจูบ และความอุ่นร้อนที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในห้องทำงานที่เงียบสงบ ทำให้โลกทั้งใบภายนอกดูเหมือนหยุดหมุน มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงครางระคนความสุขสมที่ดังสะท้อนก้องในความมืดมิด เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ร่างทั้งสองร่างยังคงแนบชิดกันบนโซฟาหนังตัวยาว รินรดานอนซบอยู่บนแผงอกกว้างที่มีรอยเล็บข่วนจางๆ ลมหายใจของเธอยังคงหอบถี่ขณะที่ปลายนิ้วของคีรินทร์ยังคงไล้เส้นผมยาวสลวยของเธอเล่นอย่างอารมณ์ดี ความได้เปรียบในความสัมพันธ์ครั้งนี้ดูเหมือนจะตกเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังโรยตัวปกคลุมความเร่าร้อนเมื่อครู่ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—ตามด้วยเสียงไขกุญแจที่ดังขึ้นจากด้านนอกอย่างกะทันหัน คีรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นขึ้นในเสี้ยววินาที รินรดาสดุ้งสุดตัว รีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมคลุมกายด้วยความตกใจเพราะไม่มีใครมีสิทธิ์เข้ามาในห้องนี้ยามวิกาลนอกจาก... ประตูกลางเปิดผางออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาคุ้นเคยในชุดกาวน์ขาวสะอาดตา รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าของบุคคลนั้นเมื่อเห็นสภาพยับเยินของทั้งคู่บนโซฟา "ขอโทษทีที่ขัดจังหวะความสุขนะครับ... คุณคีรินทร์" เสียงทุ้มของ ดร.อคิน เอ่ยทักทายขึ้นพร้อมกับชูแฟ้มเอกสารสีดำสนิทในมือขึ้น "แต่ดูเหมือนว่า... 'ของเล่นชิ้นใหม่' ที่คุณกำลังครอบครองอยู่ จะมีความลับบางอย่างที่แม้แต่คุณก็ยังไม่รู้ซะแล้วล่ะครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่วังวนแห่งความมืดมิดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัจจุราชสีเลือดกับนักสะสมกลิ่นในห้องดับจิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%