มัจจุราชสีเลือดกับนักสะสมกลิ่นในห้องดับจิต•ตอนที่ 13

รอยร้าวในความสมบูรณ์แบบ

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
กลิ่นอายของชาดำเอิร์ลเกรย์เจือกลิ่นแอลกอฮอล์ล้างแผลจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของศัลยแพทย์หนุ่ม ทว่าสิ่งที่อบอวลยิ่งกว่าคือบรรยากาศอันน่าอึดอัดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายืนตัวตรงหลังโต๊ะทำงานของเธอ สายตานิ่งสงบแต่หัวใจกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก เมื่อบุคคลที่เพิ่งก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่เคาะประตูกำลังใช้ดวงตาคมกริบดุจสัตว์ป่าไล่ล่าเหยื่อกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "คุณอคินเขาดูจะใส่ใจคุณเป็นพิเศษนะครับ, รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมานั้นเรียบสนิท ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก แต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที คีรินทร์ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธออย่างช้าๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปกดดันให้พื้นที่แคบลงถนัดตา กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมความเยือกเย็นของบุรุษผู้กุมอำนาจ—แทรกซึมเข้าสู่ประสาทรับกลิ่นอันแม่นยำของเธอจนเผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว "ดร.อคินเป็นผู้อำนวยการ... เขาก็แค่มาตรวจความเรียบร้อยของห้องปฏิบัติการนิติเวชตามหน้าที่ครับ" รินรดาจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงราบเรียบเพื่อสร้างเกราะกำบัง แม้เธอจะรู้ดีว่ามันไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าอัลฟ่าผู้ดุดันรายนี้ "หน้าที่อย่างนั้นหรือ?" คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "หน้าที่จำเป็นต้องยืนใกล้คุณจนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของมันติดตัวคุณกลับมาด้วยหรือเปล่า? หรือว่าหน้าที่ของมันคือการพยายามแตะต้องเรือนร่างของคุณด้วยข้ออ้างเรื่องงานวิจัย?" คำพูดนั้นไม่ได้เจือด้วยความหึงหวงแบบคนรักทั่วไป แต่มันคือการแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างดิบเถื่อนและเผด็จการ คีรินทร์วางมือหนาลงบนขอบโต๊ะ โน้มตัวเข้าหาหญิงสาวจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันเพียงคืบ แววตาของศัลยแพทย์มือหนึ่งวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่ถูกจุดขึ้นเงียบๆ รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้น "ฉันมีสิทธิ์ที่จะร่วมงานกับใครก็ได้ และเรื่องนั้นก็ไม่ได้อยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจของคุณ, คุณคีรินทร์" "สิทธิ์งั้นเหรอ?" คีรินทร์ทวนคำ เสียงกระซิบต่ำพร่าลอดไรฟัน "คุณลืมไปแล้วหรือยังรินรดา ว่าร่างกาย กลิ่นกาย และแม้แต่ลมหายใจของคุณ... เป็นของใครตั้งแต่คืนนั้นในห้องดับจิต" มือหนาเอื้อมมาคว้าปลายคางคางมนไว้มั่น บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสอันทรงอำนาจ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะทำให้เธอรู้ว่าไม่มีทางหนีพ้น รินรดาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นกายของเขาที่ปะทะเข้าจมูกปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างที่เธอพยายามกดทับไว้ ความโกรธเกรี้ยวและแรงปรารถนาอันตรายผสมปนเปกันจนสั่นสะท้อนไปทั่วร่าง "ปล่อยฉัน..." เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับตรึงเธอไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม "ผมไม่ชอบของที่มีรอยเปื้อน..." คีรินทร์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้ม "โดยเฉพาะรอยเปื้อนที่มาจากผู้ชายอย่างอคิน ถ้ามันยังกล้าเข้าใกล้คุณอีกแม้แต่ก้าวเดียว ผมคงต้องจัดระเบียบโรงพยาบาลนี้เสียใหม่... เริ่มจากห้องทำงานของมันดีไหม?" ความเย็นชาในน้ำเสียงนั้นไม่ใช่คำขู่ รินรดารู้ดีว่าคีรินทร์ทำจริงแน่ ผู้ชายคนนี้สามารถพลิกแผ่นดินทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าได้โดยไม่กะพริบตา ความหวาดกลัวแล่นริ้วขึ้นมาพร้อมกับแรงดึงดูดอันประหลาดที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ เสน่ห์อันมืดมนและอันตรายของเขากำลังบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอทีละน้อยจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ก่อนที่รินรดาจะได้ทันโต้ ริมฝีปากหยักก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดทันที ไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ ไม่มีโอกาสให้ขัดขืน จูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศอาณาเขต ดิบเถื่อน รุกเร้า และเต็มไปด้วยความหึงหวงที่ถูกระเบิดออกมาอย่างไร้ความปรานี ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง สมองที่เคยประมวลผลเรื่องคดีความและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ดับวูบลงในพริบตา กลิ่นกายของเขาโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง มือหนาเลื่อนลงมาโอบเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางเข้าหาจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ความอุ่นร้อนแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนผิวเนื้อแทบหลอมละลาย มือเรียวที่พยายามผลักไสในช่วงแรก ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แรงปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความสุขุมถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว รสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนทำให้เรียวขาของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ดีที่วงแขนแข็งแกร่งของคีรินทร์รั้งสะโพกมนไว้มั่น ราวกับจะหลอมรวมเธอให้เป็นเนื้อเดียวกับเขา เมื่อเขาถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งไว้เพียงความระเรื่อและเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ คีรินทร์ก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยจางๆ เพื่อประทับตราความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่รดรินอยู่บนลาดไหล่ทำให้รินรดาต้องหลับตาลง ยอมจำนนต่อสัมผัสวาบหวามที่สั่นคลอนทุกอณูความรู้สึก "จำไว้ว่าคุณเป็นของผมคนเดียว..." เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหู ขณะที่มือของเขาลูบไล้แผ่นหลังเรียวเนียนภายใต้เสื้อผ้าอย่างจาบจ้วง "อย่าทำให้ผมต้องใช้วิธีที่รุนแรงกว่านี้ในการเตือนความจำของคุณอีกเลย... รินรดา" ในเสี้ยววินาทีที่ความเร่าร้อนยังคงค้างคาอยู่ในอากาศ เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลเปิดผางเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต รินรดาสะดุ้งสุดตัวรีบผละออกจากอ้อมแขนของศัลยแพทย์หนุ่มทันทีด้วยความตกใจ ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกยิ่งกว่าเดิม—ดร.อคินยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับเอกสารในมือและรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ขณะที่สายตาคมกวาดมองสภาพยุ่งเหยิงของทั้งคู่ด้วยแววตาที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์อันมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัจจุราชสีเลือดกับนักสะสมกลิ่นในห้องดับจิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%