กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นฟอร์มาลีนที่อบอวลอยู่ในห้องดับจิตส่วนตัวของคีรินทร์ ไม่ได้ทำให้รินรดารู้สึกสะอิดสะเอียนเหมือนเช่นเคย ตรงกันข้าม... มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณดิบที่เธอพยายามกดทับไว้ให้ตื่นขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่น
มือหนาของชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเหนือชีวิตและความตายในโรงพยาบาลแห่งนี้บีบเข้าที่ต้นแขนของเธอแน่น ก่อนจะเหวี่ยงร่างบางให้แผ่นหลังปะทะกับผนังเย็นเฉียบของตู้เก็บศพสเตนเลส เสียงโลหะกระทบกันดังก้องกังวานในความเงียบงัน
“เธอกำลังเล่นเกมที่เธอไม่มีวันชนะ รินรดา”
คีรินทร์ก้าวเข้ามาประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างใบหู มือที่เคยใช้ถือมีดผ่าตัดอย่างแม่นยำค่อยๆ ไล้ไปตามแนวกระดูกสันหลังของเธอผ่านเนื้อผ้าชุดกาวน์ที่ยับย่น ความเย็นจากอากาศในห้องไม่สามารถต้านทานความร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาได้เลย
“ดร.อคินไม่ใช่คนโง่ และเขาก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษที่จะปรานีเหยื่อเหมือนอย่างฉัน” คีรินทร์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความครอบครอง “เขากำลังจับจ้อง... และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องสมบัติที่ฉันตีตราจองไว้แล้ว”
รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้ดวงตาจะสั่นไหวด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน แต่ศักดิ์ศรีในตัวเธอยังคงทำงาน “คุณมองฉันเป็นแค่เครื่องมือหรือของสะสมกันแน่ครับ คุณคีรินทร์?”
คีรินทร์หยุดชะงัก นิ้วเรียวยาวเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตากับดวงตาคมปลาบที่แฝงไปด้วยความหิวกระหาย “ทั้งสองอย่าง... แต่ในตอนนี้ ฉันต้องการเพียงแค่ความเงียบจากปากของคุณ เพื่อที่จะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเพราะฉันเพียงคนเดียว”
ไม่รอคำตอบ เขากระชากกระดุมเสื้อกาวน์ของเธอออกอย่างใจร้อน ราวกับกำลังฉีกทึ้งเกราะป้องกันชิ้นสุดท้าย รินรดาสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสเย็นเยียบของอากาศปะทะกับผิวเปลือยเปล่าใต้ชุดชั้นในลูกไม้บางเบา ความอับอายและแรงปรารถนาตีรวนอยู่ในอกจนเธอแทบหายใจไม่ออก
คีรินทร์ไม่ได้รีบร้อน เขาสอดมือเข้าไปใต้สายเสื้อชั้นใน สัมผัสถึงความนุ่มหยุ่นที่สั่นระริกอยู่ภายใต้อุ้งมือใหญ่ ผิวพรรณของเธอเนียนละเอียดราวกับเครื่องปั้นดินเผาชั้นดีที่เขาตั้งใจจะหลอมละลายด้วยไฟพิศวาส
“ดูสิ... ร่างกายของเธอมันโกหกไม่เก่งเลย”
เขากดจูบลงบนซอกคอขาวระหง ขบเม้มจนเกิดรอยแดงจางๆ ความเจ็บปวดที่แฝงด้วยความวาบหวามทำให้รินรดาหลุดเสียงครางแผ่วเบา เธอกำไหล่เขาไว้แน่นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ทรุดฮวบ มือของเขาเลื่อนต่ำลง สอดประสานนิ้วเข้ากับช่องว่างระหว่างขาของเธอ บดคลึงจนร่างบางบิดเร่าด้วยความสยิว
“มองหน้าฉัน...” เขาออกคำสั่ง เสียงเข้มงวดดั่งประกาศิต
รินรดาลืมตาขึ้นมองชายตรงหน้า คีรินทร์ไม่ใช่ศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็นอีกต่อไป แต่เขาคือมัจจุราชที่กระหายเลือดและกามารมณ์ ในจังหวะที่เขาสอดแทรกความแข็งแกร่งเข้าสู่ความอ่อนนุ่ม ความรู้สึกเหมือนร่างกายถูกฉีกออกเป็นสองส่วนก็เข้าจู่โจม แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับกลายเป็นความซ่านสยิวที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน
ห้องดับจิตที่เคยเงียบงันบัดนี้เต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจและเสียงเนื้อกระทบกันที่ดุดัน คีรินทร์ตอกย้ำความสัมพันธ์ด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและเร่งเร้า รินรดาหลับตาลง ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปกับวังวนแห่งตัณหาที่เขาหยิบยื่นให้ ราวกับลืมเลือนไปว่าคนตรงหน้าคือปีศาจที่อาจจะทำลายชีวิตเธอได้ทุกเมื่อ
“รินรดา... เป็นของฉัน” เขาคำรามชิดริมฝีปาก เธอตอบรับด้วยการโอบรัดเขาไว้แน่นขึ้น ราวกับคนจมน้ำที่ยึดเหนี่ยวท่อนไม้สุดท้ายไว้ด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย
ทว่าในจังหวะที่อารมณ์พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องดับจิต... เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นสม่ำเสมอ หยุดลงหน้าประตูปิดตาย
คีรินทร์ชะงักกึก สายตาเปลี่ยนจากความลุ่มหลงเป็นความเหี้ยมเกรียมในชั่วพริบตา เขาหันไปมองประตูที่ค่อยๆ ถูกเปิดออกช้าๆ ร่างของดร.อคินยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
“ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะช่วงเวลาสำคัญสินะครับ... คุณหมอคีรินทร์”
คีรินทร์ไม่ขยับตัว เขายังคงตรึงรินรดาไว้ในท่วงท่าเดิมที่ดูหมิ่นศักดิ์ศรีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สายตาของชายสองคนปะทะกันกลางอากาศ... ท่ามกลางหยาดเหงื่อที่ไหลรินและความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์อันมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
มัจจุราชสีเลือดกับนักสะสมกลิ่นในห้องดับจิต•ตอนที่ 14
คืนหลงทาง
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัจจุราชสีเลือดกับนักสะสมกลิ่นในห้องดับจิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!