กลิ่นอายของชาเอิร์ลเกรย์อุ่น ๆ ลอยกรุ่นอยู่กลางห้องรับแขกที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีเทาเข้มและดำสนิท บรรยากาศรอบตัวช่างเยียบเย็นราวกับห้องดับจิต ทว่ามันยังไม่หนתเท่าไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของหญิงสาวผู้สวมชุดสูทเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์ รินรดากำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้าเรียบเฉยดุจรูปสลักน้ำแข็ง ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดหวั่นระคนอยู่เลยแม้แต่น้อย แม้ว่าบุคคลที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอในเวลานี้ จะคืออดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลและเคยขยี้หัวใจเธอให้แหลقคามือมาแล้วก็ตาม
"คุณไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องนี้ อคิน"
เสียงหวานทว่าราบเรียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnเอ่ยออกมา ปราศจากความสั่นเครือ มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเศษซากความเจ็บปวดในอดีต รินรดากวาดสายตามองชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายจนแทบหยุดหายใจ ดวงตาคู่นั้นที่เคยสั่นไหวและโหยหาความรักจากเขาเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้มันด้านชาและว่างเปล่าจนน่ากลัว
อคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อจนเขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ภาพความทรงจำเมื่อครู่ยังคงหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาท—ภาพรอยยิ้มของเด็กชายวัยสองขวบที่มีโครงหน้า ดวงตา และแม้กระทั่งมุมปากที่ถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกัน! หัวใจของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่และไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด กลับกระตุกวูบและหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่มราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่กลางอก
"เด็กคนนั้น... คือลูกของผมใช่ไหม ริน" อคินเค้นเสียงถาม ร่างสูงใหญ่โน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองเธอราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปในจิตใจ "คุณพยายามซ่อนเขาจากผม ทำไม... ทำไมคุณถึงใจร้ายขนาดนี้"
"ใจร้าย?" รินรดากลั้วหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและบาดแผลเหวอะหวะที่ถูกกรีดซ้ำ "คำว่า 'ใจร้าย' จากปากคุณนี่มันช่างน่าขันสิ้นดีนะคะ อคิน คุณลืมไปแล้วหรือไงคะว่าใครกันที่เป็นคนบอกว่าเด็กคนนี้คือ 'ภาระ' และไล่ฉันออกจากบ้านค่ำคืนที่ฝนตกหนักวันนั้น?"
อคินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก คำพูดของเธอทำหน้าที่ไม่ต่างอะไรกับมีดสั้นที่กรีดลงบนแผลเก่าที่ยังไม่เคยตกสะเก็ด ภาพวันที่เขาเคยผลักไสเธออย่างไร้เยื่อใย ยื่นใบหย่าให้โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง และคำพูดใจร้ายที่ตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงหวังเกาะเขากิน ย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ในความเงียบงัน
"แต่นั่น... ลูกของผม สายเลือดของผม ผมมีสิทธิ์ที่จะรู้ มีสิทธิ์ที่จะดูแลเขา!" อคินพยายามใช้ความเด็ดขาดเข้าข่ม แม้ภายในจะเริ่มพังทลายลงทีละน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับกำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้น
"สิทธิ์งั้นเหรอคะ?" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่าทางของเธอสง่างามและทรงพลังจนอคินเผลอผุดลุกขึ้นตามโดยอัตโนมัติ เธอก้าวเข้าไปใกล้เขา ช28 ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ ที่เขาใช้ แต่มันไม่ได้ทำให้เธอหวั่นไหวแม้แต่น้อย เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขาด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับใบมีด "วันที่ฉันแท้งลูกคนแรกเพราะความละเลยของคุณ... คุณเคยให้สิทธิ์อะไรฉันบ้าง? วันที่ฉันต้องอุ้มท้องลูกคนที่สองอย่างโดดเดี่ยว ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดเพราะกลัวว่าคุณจะตามมาพรากเขาไป... คุณอยู่ที่ไหนคะ อคิน?"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสอง ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น อคินรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ ขาของเขาหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยโซ่ตรวน คำพูดนับร้อยที่เคยเตรียมมาเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อ พลอยติดอยู่ที่ลำคอจนเปล่งเสียงไม่ออก เมื่อเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองกับมือ
"ฉันไม่เคยเรียกร้องอะไรจากคุณเลยแม้แต่บาทเดียวตอนที่เราหย่ากัน... และตอนนี้ก็เช่นกันค่ะ" รินรดาผินหน้าหนี แววตาของเธอทอประกายความแข็งกร้าวที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ "ลีโอมีแค่แม่คนนี้คนเดียว เด็กคนนั้นไม่มีพ่ออย่างคุณ และจะไม่มีวันต้องการมันด้วย เชิญคุณกลับไปใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบของคุณเถอะค่ะ อย่าได้ก้าวก่ายเข้ามาในโลกของเราอีกเลย"
"รินรดา!" อคินเอื้อมมือคว้าข้อมือเรียวไว้ตามสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่มันเต็มไปด้วยความเวทนาและดื้อรั้น "ผมไม่ยอมให้คุณพรากลูกไปจากผมหรอก เราต้องคุยกันเรื่องนี้ให้รู้เรื่อง..."
"ปล่อยค่ะ!" เธอสะบัดข้อมือออกทันที ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา ดั่งโดนของร้อน รินรดาก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างทันที สีหน้าและแววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างไม่ปิดบัง "ถ้าคุณยังไม่หยุดคุกคามชีวิตฉันและลูก ฉันจะใช้กฎหมายทุกข้อเล่นงานคุณจนไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะกลบหน้า จำคำฉันเอาไว้ให้อย่างดีนะคะ อคิน"
เธอยืนกรานด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดเด็ดเดี่ยว ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าสู่ห้องโถงด้านในโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเขาอีกเลย ประตูไม้บานใหญ่ถูกปิดลงด้วยความหนักแน่น ทิ้งให้อคินยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความหนาเหน็บของห้องรับแขกที่ว่างเปล่า ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างคนหมดแรง มือหนากุมขมับแน่น ความรู้สึกสำนึกผิดและเสียดายตีรวนขึ้นมาจนจุกอก ทว่าในขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความมืดมนในจิตใจนั้นเอง—
*กริ๊งงง...*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูบดังขึ้นทำลายความเงียบ อคินหยิบมันขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง
"มีอะไร!"
("คุณอคินคะ... คือ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!") เสียงปลายสายเป็นของแม่บ้านเก่าแก่ที่ดูแลบ้านพักตากอากาศของเขา น้ำเสียงของเธอลนลานและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ("คุณหนู... เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ! มีผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง... เขาอุ้มเด็กผู้ชายหน้าตาเหมือนคุณเปี๊ยบเลยค่ะคุณอคิน! เขาบุกเข้ามาในบ้านพัก แล้วเขาก็กำลังจะ... อร๊ายย!")
*ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...*
สายถูกตัดขาดไปดื้อ ๆ พร้อมกับความเงียบงันที่กลับมาเยือนอีกครั้ง แต่อคินในตอนนี้กลับเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อสมองประมวลผลคำพูดของแม่บ้านได้ทันที...
เด็กหน้าตาเหมือนเขาอีกคน... หรือว่า... ลีโอไม่ได้อยู่ที่คอนโดของรินรดา!?
กระจกเงาแห่งความจริงที่เขาพยายามไขว่คว้ากำลังจะแตกละเอียดคามือ เมื่อเงาสะท้อนในกระจกบานนั้นไม่ได้มีแค่ความลับของอดีตภรรยา แต่มันกำลังจะพรากสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเขาไปตลอดกาล!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 11
กำแพงน้ำแข็ง
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!