รอยเปื้อนของหยดน้ำชาที่ซึมลงบนกระดาษทิชชูราคาแพงบนโต๊ะอาหาร เป็นสิ่งเดียวเคลื่อนไหวในห้องรับรองอันเงียบเชียบแห่งนี้ ขณะที่ความเงียบงันระหว่างพวกเขากำลังกรีดแทングลึกลงไปในโสตประสาท รินรดาไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายหนี เธอเพียงแต่ปล่อยให้แผ่นหลังตั้งตรงแนบไปกับพนักเก้าอี้ ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเยียบเย็นราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ เธอมองดูอคิน—อดีตสามีผู้เคยประกาศกร้าวว่าสายเลือดระหว่างเขากับเธอมันไร้ค่าและสกปรกเกินกว่าจะเติบโต—กำลังจ้องมองเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตักของเธอด้วยดวงตาที่เบิกกว้างราวกับคนเสียสติ
ความจริงมักน่ากลัวเสมอเมื่อมันถูกกระชากหน้ากากออก แต่น่ากลัวยิ่งกว่าคือการที่ความจริงนั้นกำลังย้อนกลับมาบดขยี้คนที่เคยเหยียบย่ำมันอย่างไร้ความปรานี
“ลีโอ... ขนมปังติดปากลูกแล้วค่ะ” เสียงหวานใสที่เอ่ยบอกเด็กชายวัยสองขวบเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ทว่าจงใจปล่อยให้ปลายเสียงลอยละลิ่วไปบาดแทงหัวใจของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
อคินรู้สึกราวกับมีใครเอาค้อนเหล็กมาทุบท้ายทอยจนสมองชาหนึบ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลำคอแห้งผากจนแทบเปล่งเสียงไม่ออก สายตาคมกริบที่เคยใช้มองคู่แข่งทางธุรกิจอย่างเย่อหยิ่งและเฉียบขาด บัดนี้กลับสั่นไหวระริก ไล่สำรวจทุกตารางนิ้วบนใบหน้าเล็กๆ นั้นอย่างละเอียดลออ—สันจมูกโด่งรั้นที่แม้จะยังเล็กแต่ก็มีทรวดทรงเดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตากลมโตที่เวลาเด็กน้อยกะพริบถี่ๆ มักจะทิ้งประกายความดื้อรั้นเอาไว้ และโดยเฉพาะโครงหน้าที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากวัยเด็กของเขาเองราวกับนำกระจกเงามาสะท้อนซ้อนทับกัน
ภาพถ่ายใบเก่าในอัลบั้มสีดำที่เขาเคยเผาทำลายด้วยมือตัวเองเมื่อหลายปีก่อน ผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองของอคินประมวลผลด้วยความเร็วสูง ภาพเด็กชายในกระจกเงาเมื่อยี่สิบปีก่อนซ้อนทับกับเด็กน้อยตรงหน้าจนแทบแยกไม่อออก มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญ... ไม่มีทางเป็นความบังเอิญ พันธุกรรมไม่เคยโกหกใคร และธรรมชาติก็โหดร้ายเกินกว่าจะสร้างปาฏิหาริย์แบบนี้ขึ้นมาโดยปราศจากความจริงอันเจ็บปวด
“คุณมองอะไรหรือคะ คุณอคิน?” รินรดาเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าแฝงรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากอย่างไม่คิดจะปิดบัง
อคินเงยหน้าขึ้นสบตาอดีภรรยา หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วผิดจังหวะ ราวกับมันกำลังพยายามกระกระสนหนีออกจากอก ความรู้สึกผิดบาปที่เขาเคยคิดว่ามันถูกฝังกลบไปพร้อมกับใบหย่าเมื่อสามปีก่อน กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาพร้อมกับกรงเล็บแหลมคมที่จิกทึ้งขั้วหัวใจจนเลือดสาดซ่าน
“เขา... เขาชื่ออะไรนะ?” อคินถามเสียงแหบพร่า มือหนาที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่อาจควบคุมได้
“ชื่อของเขาไม่น่าจะเป็นธุระปะปะอะไรของคุณนะคะ” รินรดายกถ้วยชาขึ้นจิบรสชาติฝาดขมช้าๆ ราวกับกำลังเสพความทรมานของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างใจเย็น “ในเมื่อตอนนั้น คุณเป็นคนยื่นคำขาดเองว่า ไม่ต้องการผูกพัน ไม่ต้องการแม้แต่จะมองหน้า หรือคุณลืมไปแล้วว่าเคยพูดคำว่าอะไรไว้บ้าง?”
ถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นตอกย้ำความผิดพลาดในอดีตราวกับลิ่มตอกลงกลางใจ อคินจำมันได้ดี... ทุกคำพูดที่เคยพ่นออกไปด้วยความเย่อหยิ่งและหัวใจที่ด้านชา ในวันที่รินรดานำผลตรวจครรภ์มายืนยันด้วยน้ำตานองหน้า เขากลับผลักไสเธออย่างไร้เยื่อใย หาว่าเธอเป็นผู้หญิงทะเยอทะยานที่พยายามใช้มารยาเพื่อจับคนรวย และทิ้งท้ายด้วยประโยคใจร้ายที่ยังคงหลอนหลอนเขาในยามค่ำคืน— *“ถ้าท้องนัก ก็ไปจัดการเอาออกซะ ฉันไม่มีวันยอมรับสายเลือดที่เกิดจากผู้หญิงเห็นแก่ตัวแบบเธอหรอก”*
สามปีผ่านไป... ผู้หญิงที่เคยร้องไห้อ้อนวอนแทบเท้าเขาในวันนั้น ได้กลายร่างเป็นปีศาจสาวผู้สง่างาม ที่นำความจริงชิ้นนี้มาวางไว้ตรงหน้า เพื่อตบหน้าเขาฉาดใหญ่โดยไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย
“ผม... ผมขอโทษ...” อคินพยายามเปล่งเสียงที่แทบจะขาดหายออกไป ความเย่อหยิ่งทระนงตนทั้งหมดพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงผู้ชายสารเลวคนหนึ่งที่กำลังคุกเข่าทางจิตวิญญาณต่อหน้าอดีตภรรยา “ตอนนั้นผม... ผมตาบอด ริน... ผมไม่รู้ว่า...”
“คุณไม่รู้ หรือคุณไม่เคยใส่ใจที่จะรับฟังต่างหากล่ะคะ?” รินรดาวางถ้วยชาลงเสียงดังกระทบจานรองเบาๆ แต่กลับดังก้องไปถึงก้นบึ้งความรู้สึก แววตาที่เธอมองเขานั้นไม่มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว มีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับมนุษย์ “ความผิดพลาดมันเกิดขึ้นไปแล้วค่ะคุณอคิน และสิ่งที่พังไปแล้ว ต่อให้คุณเอาทองคำมาหลอมต่อใหม่ รอยร้าวรานมันก็ไม่มีวันหายไปได้หรอกนะคะ”
“ให้ผมได้ชดใช้... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ...” อคินเอื้อมมือสั่นเทาออกไปหมายจะแตะปลายนิ้วของเด็กชายที่นั่งอยู่ ทว่ารินรดากลับดึงตัวลูกชายเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาป้องกันตัวนั้นรุนแรงและเด็ดขาด ราวกับแม่เสือที่พร้อมจะขย้ำทุกคนที่กล้าเข้าใกล้ลูกน้อยใน
ดวงตากลมโตของน้องลีโอกะพริบปริบๆ เด็กน้อยเอียงคอด้วยความสงสัย ก่อนจะยื่นมือป้อมๆ ไปแตะแก้มสากของอคินที่นั่งตัวเกร็งอยู่ใกล้ๆ แล้วส่งยิ้มไร้เดียงสาให้ พร้อมกับเอ่ยเสียงใสด้วยภาษาเด็กๆ ที่ทำเอาหัวใจของมหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่งแทบแตกสลายเป็นจุล
“คุณ... หน้าเหมือนลีโอเลย...”
คำพูดซื่อๆ จากปากเด็กน้อยเปรียบเสมือนหมัดฮุกน็อกอคินจนล้มทั้งยืน ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อกจนพูดไม่ออก น้ำผู้ชายไหลเอ่อขึ้นมาคลอเบ้าอย่างน่าสมเพชตัวเอง เขาอยากจะดึงลูกชายเข้ามากอดให้สมกับเวลาสามปีที่สูญเสียไป แต่สิทธิ์นั้นเขาเป็นคนโยนมันทิ้งลงถังขยะด้วยมือของตัวเอง
“ลีโอคะ มาหาแม่ดีกว่าค่ะลูก” รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อุ้มเด็กน้อยแนบอกด้วยท่าทางทะมัดทะแมง เธอก้มมองอคินที่ยังคงนั่งนิ่งค้างอยู่บนเก้าอี้ด้วยสายตาที่เรียเฉยไร้ความรู้สึก
“เราคงไม่มีเรื่องอะไรจะต้องคุยกันอีกแล้วนะคะ เอกสารหย่าก็เซ็นจบไปนานแล้ว และตอนนี้... เด็กคนนี้ก็ใช้นามสกุลของฉันแต่เพียงผู้เดียว กรุณาอย่ามารบกวนชีวิตของเราแม่ลูกอีกเลยค่ะ”
พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเดินจากไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามองอดีตสามีที่นั่งทรุดร่างลงกับเก้าอี้อีกเลย เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังเป็นจังหวะมั่นคง สะท้อนถึงชัยชนะอันเด็ดขาดของเธอ
อคินนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ความมืดมิดเข้าโอบ
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวัง ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้มผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางคุ้นเคย พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือ
“คุณอคินครับ... เรื่องผลตรวจ DNA รอบล่าสุดที่สืบจากโรงพยาบาลเอกชนเมื่อสามปีก่อน ออกมาแล้วครับ...” เลข In-charge ของเขากล่าวด้วยน้ำเสียงลังเล “มันมีข้อมูลบางอย่างที่ถูกปกปิดไว้... และคนที่อยู่เบื้องหลังการทำลายหลักฐานวันนั้น ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นคุณพ่อของคุณเองครับ!”
อคินหันขวับไปมองหน้าเลขานุการทันที ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด—ความจริงไม่ได้มีแค่เรื่องลูกชาย... แต่มันยังมีเงื่อนงำบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้นซ่อนอยู่เบื้องหลังการหย่าร้างของเขาเมื่อสามปีก่อน!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมนนี้ด้วยกันนะคะ
หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 12
สายตาที่จับผิด
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!