กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มถูกวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อดี เสียงของมันกระทบพื้นผิวเรียบเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่สำหรับรินรดาแล้ว เสียงนั้นดังราวกับก้อนหินที่ถูกทุ่มลงบนผิวน้ำนิ่งสงบในใจ
"ฉันไม่ได้สั่งสิ่งนี้ค่ะ คุณอคิน"
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบและเยียบเย็นพอๆ กับแววตาคู่คมที่เงยขึ้นสบกับอดีตสามี เธอนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานในห้องชุดส่วนตัวที่ถูกจัดสรรไว้เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากโลกภายนอก พื้นที่ที่เธอสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาในวันที่เขาผลักไสเธอออกไปอย่างไร้เยื่อใย
อคินในยามนี้ไม่ได้มีมาดของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่คนทั้งประเทศเกรงกลัว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีที่เคยดูเนียบกริบ กลับมีร่องรอยความเหนื่อยล้าฉายชัดเจนที่หางตา ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอด้วยความดูแคลน บัดนี้กำลังสั่นไหวอย่างควบคุมได้ยากยามเหลือบมองไปยังร่างเล็กป้อมที่กำลังนั่งเล่นตัวต่อไม้อยู่ที่มุมห้อง
"มันไม่ใช่ของเธอ... ริน" อคินเอ่ยเสียงแหบพร่า ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายกำลังอดกลั้นบางความรู้สึกที่พยายามตีตื้นขึ้นมา "มัน... สำหรับลีโอ"
รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความเย้ยหยันและบาดแผลในอดีต เธอจำได้ดีถึงผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่ไม่เคยแม้แต่จะชายตากลมมองสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากสายเลือดของตัวเอง ผู้ชายที่เคยเอ่ยปากไล่เธอออกจากบ้านในคืนที่ฝนตกกระหน่ำพร้อมกับชีวิตน้อยๆ ในครรภ์
"เด็กคนนี้ไม่มีพ่อค่ะ" รินรดาเน้นย้ำทีละคำ ชัดเจนและเลือดเย็น "และต่อให้คุณจะพยายามเอาเงินทองหรือสิ่งของราคาแพงแค่ไหนมากองตรงหน้า มันก็ซื้อช่วงเวลาสองปีที่คุณเมินเฉยไม่ได้หรอกนะคะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องชั่วขณะ มีเพียงเสียงหายใจแผ่วเบาและเสียงต่อไม้กระทบกันของเด็กชายวัยสองขวบ
อคินไม่โต้เถียง เขาชินชาเสียแล้วกับการถูกปฏิเสธด้วยกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้น แต่วันนี้... เขามีเหตุผลบางอย่างที่หนักหน่วงเกินกว่าจะถอยกลับ
ชายหนุ่มก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้พื้นที่ของเด็กชาย รินรดาขยับตัวตามสัญชาตญาณ มือเรียวบางเอื้อมไปหมายจะคว้าแขนลูกชายเข้าหาตัว แต่ช้ากว่าสายตาของอคินที่ส่งสัญญาณห้ามปราม—ไม่ใช่ด้วยความดุดัน แต่เป็นความเว้าวอนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปี
ร่างสูงคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพรมราคาแพง ลมหายใจของเขาติดขัดเล็กน้อยเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเด็กชายเหลือเพียงไม่กี่คืบ
น้องลีโอหยุดมือจากการต่อตัวต่อไม้ ดวงตากลมโตใสแจ๋วถอดแบบมาจากรินรดา แต่โครงหน้า จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะแววตานิ่งสงบยามพิจารณาผู้คน... มันคือสำเนาถูกต้องของอคินไม่มีผิดเพี้ยน
"ลีโอ... ครับ" อคินเรียกชื่อลูกชายเป็นครั้งแรกด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า มือหนายื่นกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเปิดออก เผยให้เห็นรถของเล่นไขลานโบราณทำจากทองเหลืองแท้ งานฝีมือปราณีตที่ต้องสั่งทำพิเศษข้ามทวีป "ลุง... เอ๊ย พ่อ... ปะป๊าซื้อนี่มาให้"
เขาสAะดุดกับสรรพนามที่ใช้ หัวใจบีบรัดจนเจ็บแปลบเมื่อตระหนักว่า คำว่า 'พ่อ' นั้นช่างหนักหนaและไกลตัวสำหรับเขาเหลือเกินในเวลานี้
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว เธอหวาดกลัวว่าลูกชายจะรับมัน หวาดกลัวว่าสายใยทางสายเลือดจะทำงานอย่างเงียบเชียบโดยที่เธอไม่อาจขัดขวางได้ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อดึงสติ
เด็กน้อยลีโอนิ่งมองสิ่งของในมือของชายแปลกหน้าที่มักจะแอบมองเขาอยู่หลังเสาตึกสำนักงานเสมอ เจ้าตัวเล็กเอียงคอด้วยความสงสัย ไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจเกมของผู้ใหญ่
อคินลุ้นจนแทบหยุดหายใจ เขารู้ว่านี่เป็นก้าวแรกที่เปราะบางที่สุด นิ้วมือที่ยื่นออกไปสั่นเทาเล็กน้อย—ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมหาเศรษฐีหมื่นล้านในเวลานี้ ไม่ใช่การล้มละลายทางธุรกิจ แต่เป็นการถูกปฏิเสธจากเด็กชายตัวเล็กๆ คนนี้
ผ่านไปชั่วอึดใจที่ยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์...
มุมปากเล็กๆ ของลีโอกระตุกยิ้มขึ้น รอยยิ้มแรกที่ไร้การปรุงแต่ง รอยยิ้มที่สว่างไสวและละม้ายคล้ายรอยยิ้มของอคินในวัยเด็กไม่มีเพี้ยน
มือป้อมยื่นออกไปหยิบรถของเล่นทองเหลืองจากมืออคิน ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความชอบใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหน้าอคินตรงๆ แล้วส่งเสียงอือออในลำคอราวกับจะขอบคุณ
อคินรู้สึกราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความรู้สึกตื้นตัน โล่งใจ และสำนึกผิดถาโถมเข้ามาจนจุกอก เขาเกือบจะยื่นมือไปโอบกอดร่างเล็กนั้นเข้าหาตัวด้วยความโหยหา
แต่ทว่า...
ก่อนที่ปลายนิ้วของอคินจะสัมผัสโดนเสื้อของลูกชาย ร่างของรินรดาก็พุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับเด็กน้อยด้วยความเร็วที่เหนือกว่า มือเรียวคว้าตัวลีโอเข้าสู่อ้อมอกอย่างปกป้อง พร้อมกับดึงถอยหลังไปหลายก้าว สายตาที่เธอมองเขากลับมาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยแต่ไม่ยอมร่วงหล่น
"อย่าแตะต้องลูกฉัน" รินรดากัดฟันกรวด น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ผสมPปเปรอด้วยความหวาดกลัว "คุณไม่มีสิทธิ์!"
อคินคุกเข่าอยู่บนพื้น มองมือที่ว่างเปล่าของตัวเอง ความอบอุ่นจากรอยยิ้มเมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ในอก แต่ความหนาวเหน็บกลับเข้าเกาะกุมหัวใจอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทีปกป้องราวกับแม่เสือหวงลูกของเธอ
ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ช้าๆ และมั่นคง แม้แววตาจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ลึกๆ แล้วมันกลับมีความมุ่งมั่นบางอย่างที่ส Aว่างวาบขึ้นมา
เขารู้แล้วว่า... กำแพงน้ำแข็งของรินรดานั้นหนาเตอะเพียงใด และการจะพังมันลง ไม่ใช่เรื่องที่จะสำเร็จได้ด้วยเงินทองหรือคำพูดสวยหรู
แต่ในจังหวะที่อคินกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกวางทิ้งไว้บนโซฟาใกล้ประตู หน้าปกของมันเผยให้เห็นตราประทับของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และชื่อหัวข้อตัวโตที่ทำให้เลือดในกายของอคินเย็นเฉียบลงทันที
*ผลตรวจโครงสร้างดีเอ็นเอและการเปรียบเทียบทางพันธุศาสตร์ (ฉบับสมบูรณ์)*
อคินชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่า เอกสารลับที่เขาพยายามสืบหามาตลอดหลายเดือน บัดนี้... กลับวางอยู่ตรงหน้าเขาอย่างไร้การระแวดระวัง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ/ค่ะ (กระจกเงาต้องสาป)
หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 27
ของขวัญชิ้นแรก
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!