"คุณกำลังพยายามทำอะไรคะ คุณอคิน?"
คำถามนั้นกรีดผ่านความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดา มันไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ แต่มันคือการประกาศกรงขังทางอารมณ์ที่เธอสร้างขึ้นเพื่อกันเขาออกจากชีวิต อคินยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของหญิงสาว มือหนาที่เคยใช้จับปากกาเซ็นเอกสารมูลค่าพันล้าน บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยขณะถือกล่องขนมเค้กร้านโปรดที่เขาเพิ่งขับรถไปซื้อด้วยตัวเอง—ร้านที่เขาเคยสั่งให้เลขาทิ้งลงถังขยะเพียงเพราะมัน 'หวานเลี่ยนเกินไป' เมื่อหลายปีก่อน
"ผมแค่... อยากให้คุณทานมื้อเย็นด้วยกัน" เขาตอบ เสียงทุ้มต่ำนั้นแฝงความประหม่าที่เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ที่ใครต่างเกรงขาม
รินรดาไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากเอกสารในมือ ดวงตาคมกริบคู่สวยภายใต้กรอบแว่นสายตาดูนิ่งสนิท ราวกับกระจกเงาที่สะท้อนเพียงความเย็นชา "คุณลืมไปแล้วหรือคะว่าเราอยู่ในฐานะอะไร? อดีตภรรยาที่ถูกหย่าร้าง กับอดีตสามีที่ประกาศก้องว่าชีวิตนี้ไม่ต้องการโซ่ตรวนอย่างฉัน... การที่คุณมายืนเกะกะอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของฉันตอนนี้ มันทำให้งานของฉันล่าช้าค่ะ"
อคินขยับกาย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของเขาโชยมาแตะจมูกเธอ มันคือกลิ่นเดียวกับที่เคยทำให้เธออบอุ่นใจในอดีต แต่วันนี้... มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกลิ่นของยาพิษที่เคลือบน้ำตาล
"ริน... ผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมเลวร้ายแค่ไหน" เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่ง แววตาของเขาไม่ได้มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่แม้แต่น้อย มันกลับมีความเว้าวอนที่ดูน่าสมเพชในสายตาเธอ "ผมไม่ได้มาในฐานะเจ้านาย หรือในฐานะคนเคยรู้จัก แต่ผมมาในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังพยายาม... พยายามจะแก้ไขความผิดพลาดที่ไม่มีวันให้อภัยได้"
รินรดาวางปากกาลงในที่สุด เธอเงยหน้าขึ้น สบสายตากับเขาตรงๆ สายตาที่ไร้ซึ่งความรักหลงเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกกว่าการตบหน้า "การไถ่บาปเหรอคะ? น่าขันจังเลยนะ ทั้งที่คุณรู้อยู่แก่ใจว่าเวลามันหมุนกลับไม่ได้ สิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้มันไม่ได้เรียกว่าความรักหรอกค่ะ แต่มันคือความ 'อยากเอาชนะ' เมื่อสิ่งที่เคยเป็นสมบัติของคุณจู่ๆ ก็เดินออกจากบ้านไปโดยไม่หันหลังกลับ คุณเลยรู้สึกว่าตัวเองสูญเสียอำนาจ"
"ไม่ใช่!" เขาเถียงเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนลมหายใจอย่างอดกลั้น "มันไม่ใช่เรื่องอำนาจ ผมเห็นเงาของคุณในทุกที่ที่ผมไป แม้แต่ในห้องทำงานที่เคยเงียบเหงา ผมถึงได้เข้าใจว่า... ที่ผ่านมาผมใช้ชีวิตอย่างคนตายมาตลอด"
"งั้นก็ไปนอนในหลุมศพของคุณเถอะค่ะ อย่ามาเพ่นพ่านในชีวิตของคนเป็น"
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินเลี่ยงออกไปทางประตูห้องเตรียมจะกลับบ้าน แต่จังหวะที่เธอกำลังจะผ่านตัวเขาไป อคินกลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ใช่การกระชาก แต่เป็นการสัมผัสที่แฝงความสั่นไหว เขาไม่ได้ดึงเธอไว้ แต่เขากำลังยืนขวางทางเหมือนกำแพงที่พยายามจะพังทลายลงมาหาเธอ
"ลีโอ... เด็กคนนั้น" อคินเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ทุกคำพูดมันเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจรินรดา "ผมเห็นเขาที่สวนสาธารณะเมื่อวาน... ดวงตาของเขา จมูกของเขา... รินรดา บอกผมทีว่านั่นคือแค่ความบังเอิญ"
หัวใจของรินรดาเต้นรัวเหมือนกลองรบ แต่ใบหน้าของเธอยังคงรักษาความเรียบเฉยเอาไว้ได้อย่างไร้ที่ติ เธอแค่นยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่ดูเยือกเย็นและร้ายกาจที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้
"คุณอคินคะ ความมโนของคนเรามันมีขีดจำกัดนะ" เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของเขา "ถ้าคุณจะคิดว่าลูกของคนอื่นคือลูกของคุณ เพราะแค่เขาหน้าเหมือนคุณ... ฉันว่าคุณควรไปพบจิตแพทย์นะคะ ไม่ใช่มาคุกคามชีวิตฉันแบบนี้"
เธอดึงข้อมือออกจากการจับกุมของเขาอย่างแรงก่อนจะเดินผ่านไป แต่แล้วเธอก็ชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ
"ผมไม่ได้มโนรินรดา เพราะเมื่อเช้านี้... ผมให้คนไปเก็บเส้นผมจากตุ๊กตาของเด็กคนนั้นที่ลืมทิ้งไว้ที่สนามเด็กเล่น และตอนนี้ผลตรวจ DNA กำลังจะออกในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า"
รินรดาหันกลับมามองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความรังเกียจที่พุ่งถึงขีดสุด อคินยิ้มออกมา... ยิ้มที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและแรงอารมณ์ที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่าง เขารู้ดีว่าเขากำลังทำลายกำแพงสุดท้ายของเธอ
"ถ้าผลออกมาว่าเขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขของผม... คุณคิดว่าผมจะปล่อยให้คุณซ่อนเขาไว้ในเงามืดได้อีกนานแค่ไหน?"
เขาก้าวเข้าหาเธออีกก้าว ระยะห่างลดน้อยลงจนแทบจะกลืนกินกันไป "คราวนี้ ไม่ใช่แค่คุณที่ต้องถูกขังในกรงของผม... แต่เราทั้งสามคน จะต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป"
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้น สายจากพี่เลี้ยงของน้องลีโอที่เธอฝากไว้กับเพื่อนสนิท เสียงปลายสายเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว
"คุณรินคะ! แย่แล้วค่ะ มีคนบุกเข้ามาในบ้าน... เขาอุ้มน้องลีโอไปแล้ว!"
รินรดาตัวชาดิ่ง เธอหันกลับไปมองอคินที่ยืนนิ่ง สายตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความบ้าคลั่งที่เพิ่งเปิดเผยออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ มือถือของเขาสั่นไหวในกระเป๋ากางเกง ก่อนที่เขาจะดึงมันออกมาแล้วโชว์หน้าจอที่มีรูปเด็กน้อยในอ้อมแขนของลูกน้องเขา
"ความคลั่งรักของผม... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ นะรินรดา"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ/ค่ะ (กระจกเงาต้องสาป)
หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 26
ความคลั่งรักเริ่มก่อตัว
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!