หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 25

รอยแผลเป็นในใจรินรดา

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อและกระดาษเอกสารเก่าๆ ในห้องเก็บแฟ้มประวัติผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ช่างน่าอึดอัดเสียจนอคินรู้สึกราวกับว่าออกซิเจนรอบตัวกำลังถูกสูบหายไปทีละน้อย แฟ้มสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าเล่มนั้นวางอยู่ตรงหน้าเขา—มันหนาเตอะ เต็มไปด้วยประวัติการรักษา ใบรับรองแพทย์ และคราบน้ำตาที่จางหายไปตามกาลเวลา แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเขา ราวกับมีใครเอาคมมีดมาเฉือนลงบนเนื้อสดๆ "คุณอคินคะ..." เสียงของทนายความส่วนตัวกระซิบแผ่วเบา คล้ายเกรงกลัวต่อบรรยากาศรอบตัวที่เย็นเยียบจนน่ากลัว "นี่คือเอกสารทั้งหมดที่ผมให้คนไปคัดลอกมาจากโรงพยาบาลและคลินิกชุมชน... ในช่วงเวลาสามปีที่คุณกับคุณรินรดาแยกกันอยู่... หรือพูดให้ถูกคือ ช่วงเวลาที่คุณผลักไสเธอออกไปจากชีวิต" อคินไม่อาจละสายตาจากตัวหนังสือพิมพ์ดีดจางๆ บนกระดาษแผ่นแรกได้เลย *วันที่ 14 ตุลาคม — ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 12, ความดันโลหิตต่ำเนื่องจากความเครียดสะสม, ปฏิเสธการนอนโรงพยาบาลเนื่องจากไม่มีผู้ดูแล* ภาพความทรงจำเมื่อสามปีก่อนย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ ในคืนที่ฝนตกกระหน่ำจนน้ำท่วมขังถนนหน้าคฤหาสน์ วันนั้นเขากลับเข้าบ้านด้วยความเหนื่อยล้าจากการประชุมธุรกิจพันล้าน รินรดานั่งขดตัวอยู่บนโซฟาตัวยาว ใบหน้าของเธซีดเซียวราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งเลือดฝาด เธอกำลังพยายามเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ ขอให้เขาพาไปโรงพยาบาลเพราะอาการปวดท้องรุนแรง แต่สิ่งที่เขาตอบกลับไปในวันนั้น... มันคือความเย็นชาที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี *‘อย่ามาสำออยทำเป็นป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจเลยรินรดา ฉันไม่มีเวลามาเล่นละครน้ำเน่ากับคุณหรอกนะ ถ้าอยากไปโรงพยาบาลนัก ก็เรียกรถแท็กซี่ไปเองสิ โตจนมีสามีแล้วยังทำตัวเป็นภาระอีก’* คำพูดใจร้ายเหล่านั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของอคิน ราวกับเสียงกะโหลกแตก เขายังจำสายตาของเธอในวินาทีนั้นได้ดี—มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว ไม่ใช่การฟูมฟาย แต่มันคือ "ความตาย" ทางความรู้สึก แววตาที่เคยมีความหวังและเต็มไปด้วยความรัก ค่อยๆ มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในคืนนั้นเอง อคินพลิกหน้ากระดาษต่อไป มือหนาของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยเซ็นเช็คแลกทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ *วันที่ 22 มกราคม — บาดแผลฉีกขาดบริเวณข้อศอกและหัวเข่า, รอยฟกช้ำตามร่างกายจากการหกล้มในห้องน้ำ, ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดระยะรุนแรง (Postpartum Depression)* "เธอ... เธออยู่คนเดียวตลอดเลยเหรอ..." เสียงของอคินแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้แดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอแต่ไม่ยอมร่วงหล่น มันคือความจริงอันโหดร้ายที่เขาไม่เคยรับรู้ ไม่เคยใส่ใจ และจงใจเมินเฉยมาตลอด เพราะมัวแต่คิดว่าเงินที่เขาส่งเสียให้ทุกเดือนคือ "ความรับผิดชอบทั้งหมด" ที่สามีคนหนึ่งพึงกระทำ "ยิ่งกว่านั้นครับคุณอคิน..." ทนายความหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเลื่อนเอกสารแผ่นสุดท้ายขึ้นมา "นี่คือใบเสร็จค่าใช้จ่ายในช่วงที่น้องลีโอคลอด คุณรินรดาไม่ได้ใช้เงินจากบัญชีกลางที่คุณให้ไว้เลยแม้แต่บาทเดียว เธอขายเครื่องประดับทุกชิ้นที่แม่เธอก่อนเสียชีวิตทิ้ง เพื่อเอาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการผ่าคลอด และ... ค่าห้องพักฟื้นในโรงพยาบาลรัฐขนาดเล็ก" เพล้ง! ความรู้สึกเหมือนมีค้อนเหล็กมาทุบเข้าที่กลางหน้าอกจนแหลกสลาย อคินจำได้ว่าเครื่องประดับเหล่านั้นคือสิ่งเดียวที่รินรดารักและหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต เธอมักจะเอาออกมาเช็ดทำความสะอาดและเล่าให้เขาฟังด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ ในคืนแรกๆ ที่แต่งงานกัน แต่เขากลับบอกว่ามันเป็นของไร้ราคา... และในวันที่เธอไร้ที่พึ่ง เธอกลับต้องนำเอาสิ่งล้ำค่าชิ้นสุดท้ายนั้นไปแลกกับลมหายใจของลูกชาย และความอยู่รอดของตัวเอง รินรดาในวันนั้น กับรินรดาในวันนี้... ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว หญิงสาวที่ยืนสง่านิ่งในชุดสูทสีดำสนิทเมื่อวานนี้ แววตาของเธอเยียบเย็นและคมกริบ ดุจกระจกเงาที่สะท้อนความอัปยศอดสูทั้งหมดกลับมาหาเขาอย่างไร้ความปรานี เธอลุกขึ้นมาจากกองซากปรักหักพังที่เขาสร้างขึ้นด้วยมือคู่นั้น กลายเป็นปีศาจสาวผู้สง่างามที่พร้อมจะฉีกกระชากเขาให้แหลกสลายด้วยกฎหมายและหลักฐาน "คุณรินรดานี่... ใจแข็งเป็นหินจริงๆ นะครับ" ทนายความพึมพำเบาๆ "ถึงขนาดที่ว่า ตอนที่เธอฟ้องหย่าและเรียกร้องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรแต่เพียงผู้เดียว เธอยื่นหลักฐานความบกพร่องทางหน้าที่สามีชุดนี้ประกอบการพิจารณาด้วย... ท่านผู้พิพากษาแทบไม่ต้องใช้เวลาคิดเลยครับ" อคินหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดหยดลงกระทบกระดาษแผ่นเก่า ภาพรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือของรินรดาในวันวาน—ร่องรอยที่เธอเคยโกหกเขาว่าเดินชนขอบโต๊ะ—บัดนี้มันกระจ่างชัดเจนแล้วในสมองของเขา มันไม่ใช่รอยฟกช้ำอุบัติเหตุ แต่มันคือหลักฐานของการพยายามจบชีวิตตัวเองในวันที่มืดมนที่สุด ในวันที่สามีผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบของเธอเลือกที่จะเดินหนีและปิดประตูใส่หน้า "ผมมัน... เลวระยำแค่ไหนกันวะ..." อคินสบถกับตัวเองด้วยเสียงอันสั่นเครือ มือทั้งสองข้างกุมขมับแน่น ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกผิดที่กำลังกัดกินวิญญาณ เขาอยากย้อนเวลากลับไป อยากตบหน้าตัวเองในอดีตกาล อยากคุกเข่าขอร้องให้เธอกลับมาทุบตีเขาสักครั้ง ดีกว่าการที่ต้องเห็นเธอมองมาด้วยสายตาว่างเปล่าไร้เยื่อใยเช่นนี้ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นครืดคราดขัดจังหวะความเงียบงัน อคินหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่ยังคงสั่นเทอ หน้าจอปรากฏข้อความจากเบอร์แปลก เป็นภาพถ่ายสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามา พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้ลมหายใจของเขาหยุดชะงักลงทันที ในภาพนั้น... คือร่างเล็กป้อมของ "น้องลีโอ" ลูกชายวัยสองขวบที่หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังยืนอยู่หน้าร้านขายของช็อปปิ้งมอลล์ชื่อดัง โดยมีมือเรียวบางของหญิงสาวคนหนึ่งจูงอยู่ แต่ข้างกายของเธอกลับมีชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง หน้าตาภูมิฐานผู้หนึ่งกำลังก้มลงยิ้มแย้มและลูบหัวเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูราวกับเป็นพ่อแท้ๆ และข้อความใต้ภาพนั้นเขียนไว้ว่า... *“ขอบคุณสำหรับสามปีที่ผ่านมานะคะคุณอคิน... ตอนนี้ ลูกชายของคุณ มี ‘พ่อคนใหม่’ ที่รู้วิธีดูแลรักษาเขาดีกว่าคุณแล้วค่ะ”* อคินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเงยหน้าขึ้นมองกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่ผนังห้อง—ภาพสะท้อนของเขาในกระจกเวลานี้ ช่างดูน่าสมเพชและโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง ราวกับวิญญาณเร่ร่อนที่กำลังจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปตลอดกาล... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ/ค่ะ (กระจกเงาต้องสาป)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%