เสียงหอบหายใจรดรินที่ดังติดขัดในความเงียบสงบยามวิกาลของห้องนอน คือเสียงระฆังมรณะที่กรีดแทะหัวใจของคนเป็นแม่อย่างรินรดาให้แหลกสลายคามือ
ปลายนิ้วเรียวที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาต่อหน้าอคิน บัดนี้สั่นเทาจนแทบ
(ขออภัยค่ะ ระบบสะดุดเล็กน้อย ขออนุญาตต่อเนื่องด้วยอารมณ์อันเข้มข้นถึงขีดสุดนะคะ)
ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาจนแทบประคองร่างเล็กๆ ของน้องลีโอไม่อยู่ พิษไข้สูงระอุแผ่ซ่านออกมาจากผิวเนื้อเนียนละเอียดจนน่ากลัว ดวงหน้าจิ้มลิ้มที่ถอดแบบพิมพ์มาD.N.A.เดียวกันกับบิดาผู้เย่อหยิ่ง บัดนี้แดงก่ำด้วยพิษไข้ ริมฝีปากแห้งผากเผยอขึ้นน้อยๆ เพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างยากลำบาก
"แม่... แม่ขา..."
เสียงแหบพร่าที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอเล็กๆ นั้นบาดลึกเข้าไปในทรวงอกข้างซ้ายของรินรดา ราวกับมีใครเอาใบมีดขึ้นสนิมมาคว้านลึก เธอกอดร่างของลูกชายแนบอก แน่นเสียจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน หยาดน้ำตาที่กลั้นมาตลอดหลายปีพรั่งพรูออกมาอย่างไร้เสียงสะอื้น ความเข้มแข็งที่เธอใช้เกราะกำบังหัวใจมาตลอดพังทลายลงในพริบตา เมื่อภัยมืดคืบคลานเข้ามาหมายจะพราก 'ดวงใจ' เพียงหนึ่งเดียวไปจากอก
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดดังขึ้นท่ามกลางความตื่นตระหนก ก่อนที่บานประตูห้องจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างสูงสง่าในชุดสูทเนื้อดีที่ยังไม่ได้ถอดออกของอคินก้าวเข้ามาด้วยความเร่งรีบ นัยน์ตาคมกริบที่เคยฉายแววเย็นชาและเย่อหยิ่งยโส บัดนี้เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของเด็กชายตรงหน้า
"เกิดอะไรขึ้น..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความร้อนรนโดยไม่รู้ตัว ปลายเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวไม่เคยเป็นมาก่อน
"ถอยไป!" รินรดากระชากเสียงตวาดกร้าว นัยน์ตาดุดันที่มองตรงไปยังอดีตสามีเต็มไปด้วยความเกลียดชังและหวาดระแวง เธอกอดกระชับร่างของลีโอRถอยร่นไปจนชิดหัวเตียง ราวกับสิงโตสาวที่กำลังปกป้องลูกน้อยจากผู้ล่า "อย่ามาแตะต้องลูกฉัน!"
"รินรดา อย่าดื้อ! เด็กตัวร้อนขนาดนี้ คุณจะแบกสังขารพาไปโรงพยาบาลเองไหวหรือไง!" อคินก้าวเข้ามาประชิดอย่างไม่ยอมแพ้ สายตาคมกวาดมองอาการของเด็กน้อยด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก—ความรู้สึกเจ็บแปลกๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลทุกครั้งยามที่ได้สบตากับดวงหน้านั้น ใบหน้าที่เหมือนเขาราวกับส่องกระจกเงา
"ฉันจะไหวหรือไม่ไหว มันก็เรื่องของฉัน! ดีกว่าปล่อยให้คนใจร้ายอย่างคุณมาทำร้ายลูกทางอ้อม!" รินรดาสวนกลับทันควัน น้ำตานองหน้าแต่แววตากลับแข็งกร้าวราวกับเพชร เธอพยายามพยุงร่างของลีโอเพื่อจะก้าวลงจากเตียง แต่เพราะความอ่อนล้าและหวาดกลัว ขาทั้งสองข้างจึงทรุดฮวบลงทันที
ร่างบางไม่ล้มลงไปกระแทกพื้นอย่างที่คิด เมื่ออควินไวกว่า เขาก้าวเข้ามาคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน
"ปล่อยฉัน!" รินรดาดิ้นรนสุดแรงเกิด ฝ่ามือเรียวทุบลงบนอกแกร่งของเขาไม่ยั้ง "อย่ามาแตะ! ออกไปจากชีวิตเราสองคนสักที คุณต้องการอะไรอีก อคิน! คุณผลาญศักดิ์ศรีฉันไปหมดแล้ว ยังอยากได้วิญญาณของลูกฉันไปอีกคนหรือไง!"
"หยุดพูดเพ้อเจ้อแล้วเงียบปากซะ!" อคินตวาดลั่นด้วยความเหลืออด ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจผสมปนเปกับความร้อนรน เขาไม่รอให้เธอปฏิเสธอีกต่อไป ร่างสูงตัดสินใจช้อนอุ้มทั้งรินรดาและร่างเล็กของน้องลีโอขึ้นมาแนบอกในคราวเดียว แม้รินรดาจะพยายามขัดขืนและทุบตีเขาแค่ไหน แต่แรงของเธอก็เทียบไม่ได้เลยกับอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพล
"อคิน ปล่อยนะ! คนสารเลว!"
"ถ้าไม่อยากให้ลูกเป็นอะไรไปมากกว่านี้ ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ!" เขาคำรามเสียงต่ำ แววตาคมกริบไหวระริกด้วยความกลัว—ความกลัวที่เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า... โลกทั้งใบของเขาอาจจะดับสลายลงในไม่กี่วินาทีนี้ หากเด็กในอ้อมแขนเป็นอะไรไป
รถหรูคันแพงพุ่งทะยานผ่านความมืดมิดของท้องถนนยามวิกาลด้วยความเร็วสูงเกินกำหนด ภายในรถอบEอวลไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดานั่งกอดลีโอไว้แนบอกตลอดทาง ใบหน้าเล็กๆ ของเด็กชายซบอยู่กับซอกคอของมารดา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนเธอต้องกลั้นน้ำตา
อคินเหลือบมองกระจกหลังสลับกับถนนเบื้องหน้า มือใหญ่ที่กำพวงมาลัยรถสั่นเทาเล็กน้อย เขาเหยียบคันเร่งมิดไมล์ หัวใจเต้นรัวระส่ำไม่เป็นจังหวะ ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งหญิงสาวคนนี้อย่างไร้เยื่อใย ไหลย้อนกลับเข้ามาตอกย้ำราวกับภาพยนตร์ซ้ำๆ ความเย่อหยิ่งทะนงตนในวันนั้น กลายเป็นก้อนกรวดแหลมคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจเขาในวันนี้
*‘ถ้าฉันรู้... ถ้าฉันรู้ว่าเด็กคนนี้คือ...’* ความคิดระ2ระนึงตีวนอยู่ในหัว แต่ทุกอย่างมันสายเกินไปเสียแล้ว
ทันทีที่รถเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ทีมแพทย์และพยาบาลนับสิบชีวิตก็กรูเข้ามาช่วยเหลือนำตัวน้องลีโอบนเปลนอนเข้าห้องปลอดเชื้อทันที
"คุณแม่รออยู่ข้างนอกก่อนนะครับ อาการน้องไข้สูงจนชักเกร็งเล็กน้อย หมอจะดูแลอย่างเต็มที่ครับ" นายแพทย์หนุ่มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพ ก่อนประตูห้องฉุกเฉินจะปิดลง
ร่างบางของรินรดาทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ แรงกายแรงใจทั้งหมดเหมือนถูกสูบหายไปในพริบตา เธอยกมือขึ้นปิดใบหน้าที่อาบด้วยคราบน้ำตา ไหล่บางสั่นสะท้านอย่างน่าเวทนา ความกลัวที่จะต้องสูญเสียลูกชายอันเป็นที่รักยิ่งกว่าชีวิตกัดกินหัวใจเธอจนแหลกเหลว
อคินยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกไฟเผา เขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ ช้าๆ... ราวกับคนหมดแรง ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าข้างกายเธอ มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บางเพื่อปลอบโยน แม้จะรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์นั้นเลยก็ตาม
"ริน..."
"อย่ามาแตะฉัน..." เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน เธอดึงมือตัวเองกลับโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขา "ออกไปให้พ้นหน้าฉันซะ อคิน... ทุกอย่างที่เป็นแบบนี้ มันก็เพราะคุณ เพราะความใจร้ายของคุณคนเดียว!"
อคินชะงักค้างกลางอากาศ ปลายนิ้วของเขาชาดิก หัวใจกระตุกวูบราวกับร่วงหล่นลงไปในเหวลึก คำพูดของเธอไม่ได้เจ็บปวดเท่ากับความจริงที่ว่า... เขาคือต้นเหตุของความพินาศทั้งหมดนี้
บรรยากาศในโถงทางเดินโรงพยาบาลเงียบงัน มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ที่ขาดห้วงของหญิงสาวที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่ง...
แกร็ก!
เสียงเปิดประตูห้องฉุกเฉินดังขึ้นพร้อมกับการก้าวออกมาของนายแพทย์เจ้าของไข้ รินรดาลุกพรวดขึ้นทันทีด้วยความรวดเร็ว ดวงตาแดงก่ำจ้องมองคุณหมออย่างมีความหวังและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
"คุณหมอคะ... ลูกฉัน... ลูกฉันเป็นยังไงบ้างคะ?"
แพทย์หนุ่มถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง "ปลอดภัยแล้วครับคุณแม่ ไข้ลดลงแล้ว แต่หมอขอให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลสักสองสามวันเพื่อความปลอดภัย... อ้อ เกือบลืมไปครับ..."
แพทย์หนุ่มหันไปมองหน้าอคินที่ยืนอยู่เคียงข้าง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มจางๆ
"คุณพ่อหน้าตาถอดแบบคุณแม่มาเป๊ะเลยนะครับ โดยเฉพาะโครงหน้าและดวงตานั่น... ถอดพิมพ์เดียวกับคุณพ่อไม่มีผิดเพี้ยนเลยจริงๆ สมเป็นพ่อลูกกันจริงๆ ครับ"
รินรดาชะงักกึก รอยยิ้มที่กำลังจะแย้มขึ้นบนใบหน้าเพราะความโล่งอกเมื่อครู่ แข็งค้างลงทันที นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก หญิงสาวรีบหันขวับไปมองหน้าอคินที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันที
และในวินาทีนั้นเอง... นัยน์ตาคมกริบของอคินก็ก้มลงสบตารินรดาพอดี แววตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความจริงอันน่าตกตะลึง ประกายความหวังระ2ระนึง และ... ความลับที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเกลียดชัง ซึ่งกำลังจะถูกกระชากออกในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!
"คุณหมอ... เมื่อกี้... ว่าอะไรนะคับ?" อคินเอ่ยทวนเสียงแหบพร่า หัวใจกระหน่ำเต้นรัวราวกองศึก ร่างสูงก้าวเข้าไปหารินรดาหนึ่งก้าว พร้อมกับที่เอกสารประวัติการรักษาในมือแพทย์ถูกยื่นส่งมา... และภาพใบสูจิบัตรที่มีชื่อบิดาเว้นว่างไว้ แต่ระบุ "กรุ๊ปเลือด" ตรงกับเขาอย่างพอดิบพอดี ก็ร่วงหล่นลงแทบเท้าของเขาพอดี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เจ็บปวด และยืนหยัดเคียงข้างรินรดามา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 33
อุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!