หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 32

ความไว้ใจที่เริ่มกลับมา

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายจางๆ ของชาคาโมมายล์อุ่นๆ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่ำนี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดายกถ้วยขึ้นจิบรสชาติขมฝาดนั้นเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นเทาของปลายนิ้ว ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—อคิน ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยใช้ความเย็นชาเป็นอาวุธฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น ทว่าในยามนี้ เขากลับกำลังใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการซ่อมแซมซากปรักหักพังที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นด้วยมือของตัวเอง "ทานอีกหน่อยไหมคะ ลีโอบอกว่าคุณปะป๊าทำสเต็กจานนี้อร่อยที่สุด" เสียงเล็กๆ ของเด็กชายวัยสองขวบที่ดังแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด น้องลีโอยื่นชิ้นแครอทต้มให้อคินด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา ใบจิ้มลิ้มที่ถอดแบบมาจากอคินราวกับพิมพ์เดียวกันนั้นคือมีดอาบน้ำผึ้งที่กรีดแทงหัวใจของคนเป็นพ่อให้หลั่งเลือด ทุกครั้งที่อคินมองดวงตาใสซื่อคู่นั้น ความสำนึกผิดที่สายเกินไปก็กัดกินวิญญาณของเขาจนแทบแหลกสลาย อคินรับแครอทชิ้นนั้นเข้าปากอย่างเงียบงัน ดวงตาคมกาลปيسคู่นั้นไม่ได้มองจานอาหาร แต่มันจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของรินรดา—ผู้หญิงที่เคยยอมจำนนต่อแทบทุกอย่าง แต่บัดนี้กลับนั่งตระหง่านอยู่หลังกำแพงน้ำแข็งที่เขาไม่มีวันปีนข้ามไปได้ง่ายๆ "ผม... สั่งให้คนจัดเตรียมเอกสารโอนหุ้นบริษัทในเครือทั้งหมดเป็นชื่อคุณแล้วนะริน" อคินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเจือความลังเลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "และบ้านริมทะเลที่คุณเคยชอบ ผมจัดการซื้อคืนมาเป็นชื่อของคุณเรียบร้อยแล้ว" รินรดาวางช้อนลงกระทบจานเบาๆ เสียงนั้นก้องกังวานในความเงียบ เธอยกผ้ากันเปื้อนขึ้นเช็ดมุมปากช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตภรรยาผู้เคยอ่อนแอ "คุณคิดว่าเงินทองและสิ่งของพวกนั้น จะซื้อเวลาสองปีที่ฉันต้องอุ้มท้องลูกลำพังโดยไม่มีคุณได้งั้นเหรอคะ, คุณอคิน?" คำถามนั้นคมกริบราวกับใบมีดโกน อคินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนก่อขึ้นมันหนาเตอะเกินกว่าที่คำขอโทษไม่กี่คำจะชะล้างให้สะอาดได้ สายตาที่รินรดามองมาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่แล้ว... แต่มันว่างเปล่า และความว่างเปล่านั่นแหละที่น่ากลัวที่สุด "ผมไม่ได้หวังว่าคุณจะยกโทษให้ผมทันทีหรอกริน..." อคินกลืนก้อนความขมขื่นลงคอ มือหนากำเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะ "ผมแค่... อยากทำในสิ่งที่ควรทำ ตั้งแต่แรกที่ผมควรจะทำ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความเจ็บปวดในอดีต เธอเห็น... เธอเห็นความพยายามของเขา เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด ยามที่เขายอมสละเวลาอันมีค่าเพื่อมานั่งเล่นตัวต่อเลโก้กับลูกชาย ยามที่เขายอมอดนอนเพื่อเฝ้าไข้เด็กน้อยโดยไม่ปริปากบ่น และยามที่เขามองมาที่เธอด้วยสายตาเวทนาแกแกมวิงวอน แต่นั่นมันหมายความว่าอย่างไรล่ะ? มันไม่ได้ลบเลือนความจริงที่ว่า เขาเคยผลักไสเธอลงไปในขุมนรกแห่งความโดดเดี่ยว "ความพยายามของคุณมันน่าขันนะคะอคิน" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ในวันที่ฉันต้องการมือสักคู่เพื่อพยุง คุณเลือกที่จะเหยียบย่ำฉันลงกับพื้น แต่พอวันที่ฉันยืนขึ้นได้ด้วยขาของตัวเอง คุณกลับวิ่งตามมาพร้อมกับดอกไม้และเศษเงินทอง... คุณคิดจริงๆ เหรอคะว่าฉันยังเป็นผู้หญิงโง่คนเดิมที่รอคอยความเมตตาจากคุณ?" น้องลีโอเริ่มง่วงงุนและซบหน้าลงกับตักของมารดา รินรดาลูบศีรษะลูกน้อยอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวในห้องนี้ถูกสงวนไว้ให้แค่เด็กชายตัวเล็กๆ คนนี้เท่านั้น ส่วนอคิน... เขาทำได้เพียงแต่มองภาพนั้นด้วยหัวใจที่บีบรัดจนเจ็บแปลบ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดแบบเดิม มันเป็นความเงียบที่เกิดจากการยอมรับความจริง—ความจริงที่ว่า แม้รินรดาจะเริ่มเห็นความพยายามของเขา แต่กำแพงในใจเธอยังคงสูงชัน และเธอยังไม่พร้อม... ที่จะเปิดประตูต้อนรับผู้ชายใจร้ายคนนี้กลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อรั้งไม่ให้เธอลุกหนี ทว่า... *กริ๊งงงงงง!* เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้นผ่าความเงียบ ทำลายบรรยากาศตึงเครียดในห้องอาหารลงทันที รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เพราะเวลานี้ดึกมากแล้ว และปกติจะไม่เคยมีแขกผู้ใดมาเยือน อคินลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ "เดี๋ยวผมไปดูเอง" เขาก้าวเท้าเดินออกจากห้องรับประทานอาหารไปยังประตูหน้าบ้านด้วยความระแวง รินรดามองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปอย่างไม่ไว้ใจนัก เธอกระชับอ้อมกอดลูกน้อยที่เริ่มเคลิ้มหลับให้แน่นขึ้น เสียงเปิดประตูดังเอี๊ยดอาดตามมาด้วยความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและคุ้นหูอย่างประหลาดจะดังลอดเข้ามาในโถงทางเดิน—เสียงของผู้ชายที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่... และไม่ควรจะรู้ที่อยู่ของพวกเขาในเวลานี้เด็ดขาด! อคินยืนนิ่งเป็นหินอยู่ที่หน้าประตู สีหน้าของเขาถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อกวาดมองผู้มาเยือนยามวิกาล "ไม่คิดเลยนะครับคุณอคิน... ว่าประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล จะมาแอบซ่อนลูกเมียไว้ในที่ซอกหลืบแบบนี้" น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของ 'ใครบางคน' ที่ก้าวล้ำเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้รับ รินรดาลุกขึ้นยืนทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อร่างของแขกผู้มาเยือนปรากฏชัดเจนภายใต้แสงไฟสลัว—มันคือคนที่เธอหวาดกลัวที่สุด และเป็นคนเดียวที่จะทำลายความสงบสุขทั้งหมดที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมาได้ในพริบตาเดียว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เจ็บปวด และยืนหยัดเคียงข้างรินรดามา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%