กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพีไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดเท่ากับสายตาคู่คมที่จ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของคุณหญิงมณฑา ประมุขแห่งตระกูลอธิการ, ความเงียบงันที่โรยตัวอยู่ระหว่างคนทั้งสามคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโกน รินรดาไม่ได้ขยับเขยื้อນถอยหลังแม้แต่นصفก้าว ดวงตาคู่กลมโตที่ผ่านมรสุมชีวิตอันโหดร้ายมาจนแข็งแกร่งดั่งหินผา จ้องมองผู้มีศักดิ์เป็นอดีตแม่ยายด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ความพรพรั่น
"เธอคิดว่าการพาเด็กคนนี้เข้ามาเหยียบตระกูลเรา จะทำให้เธอกอบโกยสมบัติไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ รินรดา?" เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของคุณหญิงมณฑา มือเหี่ยวย่นตามวัยแต่สวมแหวนเพชรเม็ดโตชี้หน้าเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนของรินรดา "เด็กเหลือขอที่ไหนก็ไม่รู้ เอาหน้าตามาเทียบเคียงตระกูลใหญ่โตได้อย่างไร ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!"
"คุณแม่ครับ!"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ดังขึ้นจากด้านหลังประตูห้องทำเอาคุณหญิงมณฑาสสะดุ้ง อคินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ามืดมน รังสีความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพายุหิมะ ดวงตาคมกวาดมองมารดาของตนเองด้วยความผิดหวังระคนโกรธเกรี้ยว สันจมูกโด่งเป็นสันคมนูนขึ้นตามแรงขบกราม เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เขาพยายามหลบเลี่ยงความกดดันมาตลอดชีวิต จะกล้าใช้คำพูดเหยียดหยามต่ำตมเช่นนี้กับเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง
คุณหญิงมณฑาหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนปรากฏตัวผิดเวลา "อคิน... ลูกมาทำอะไรที่นี่? แม่กำลังจัดการกับผู้หญิงหน้าเงินคนนี้-"
"พอแค่นั้นเถอะครับคุณแม่" อคินตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับเยียบเย็นจนน่ากลัว เขาก้าวเข้ามาDรุดยืนขวางกั้นระหว่างมารดากับรินรดา ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษแผ่แรงกดดันมหาศาลจนคุณหญิงมณฑาต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว สายตาของอคินไม่ได้ทอดมองมารดาด้วยความเคารพดังเช่นเคย แต่เป็นความว่างเปล่าและเด็ดเดี่ยว "คนที่แม่กำลังดูถูกเหยียดหยาม... คือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม และเด็กคนนั้น... คือลูกชายแท้ๆ ของผมครับ"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางห้องรับรอง รินรดากะพริบตาช้าๆ ความรู้สึกเย้ยหยันแล่นริ้วขึ้นในอก เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างสมเพชเวทนา ไร้ซึ่งความซาบซึ้งใดๆ กับการปกป้องที่มาช้าเกินไป ช้าเสียจนเศษซากความรู้สึกดีๆ ในอดีตมอดไหม้กลายเป็นจุลไปหมดแล้ว
"อคิน! แกเสียสติไปแล้วหรือไง ถึงได้พูดจาเพ้อเจ้อแบบนี้!" คุณหญิงมณฑากรกรีดเสียงด้วยความตกใจและไม่ยอมรับ "เด็กนั่น... เด็กนั่นมันอาจจะเป็นลูกชู้ของเธอก็ได้ ใครจะไปรู้! ผู้หญิงคนนี้มันร้ายลึก..."
"หยุดพูดจาดูถูกรินสักที!" อคินตวาดลั่น ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันในเสี้ยววินาที ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธ ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดหลายเดือนประเดประดังเข้ามาจนหายใจไม่ออก ภาพในอดีตที่เขาเคยเมินเฉย เยชาชา และขับไล่ไสส่งเธอยามที่เธอตั้งครรภ์อย่างไร้เยื่อใย ย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ในตอนนี้ เขามองรเสี้ยวหน้าด้านข้างของรินรดาที่นิ่งสนิท ราวกับเธอไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับการปกป้องของเขาเลยสักนิด
รินรดากระชับกอดน้องลีโอแน่นขึ้น ร่างเล็กในอ้อมแขนขยับตัวด้วยความตื่นตระหนกกับเสียงดัง เธอจึงก้มลงกดจูบ1ฟอดที่หน้าผากมนของลูกชายเพื่อปลอบประโลม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอคินด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว
"คุณปกป้องฉันทำไมหรือคะ คุณอคิน?" เสียงหวานใสแต่เย็นชาบาดลึกดังขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของเธอทำให้อคินรู้สึกราวกับถูกมีดกรีดลงกลางใจ "ในเมื่อวันที่ฉันอุ้มท้องเขาไปขอความเห็นใจจากคุณ คุณยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันลงดิน วันนี้คุณจะมาสวมบทบาทเป็นสามีและพ่อผู้แสนดีเพื่ออะไรคะ? มันน่าสมเพชเสียยิ่งกว่าคำพูดของคุณแม่คุณเสียอีก"
"ริน..." อคินครางชื่อเธอออกมาด้วยความเจ็บปวด หัวใจของเขาราวกับถูกบีบอัดจนแหลقสลาย ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยมีมลายหายสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังคุกเข่าทางวิญญาณต่อหน้าอดีตภรรยาที่เขาเคยทำลาย "ผมรู้ว่าผมมันเลว... รู้ว่าผมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนอยู่ตรงนี้ แต่ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่... ให้โอกาสผมได้ปกป้องพวกคุณบ้าง"
"คุณไม่มีสิทธิ์นั้นตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าแล้วค่ะ" รินรดาตอกกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "อย่ามาทำเป็นรักลูกในวันที่มันสายเกินไป น้องลีโอมีแค่แม่คนนี้คนเดียว และเขาไม่จำเป็นต้องมีพ่อที่เห็นแก่ตัวอย่างคุณ"
คุณหญิงมณฑายืนมองภาพตรงหน้าด้วยความโกรธแค้นจนตัวสั่น "อคิน! แกยอมลดตัวไปกราบกรานผู้หญิงสารเลวคนนี้เนี่ยนะ! ตระกูลเราต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงก็เพราะแก!"
"ถ้าตระกูลเราจะเสื่อมเสีย ก็เป็นเพราะความใจแคบและอคติของคุณแม่ต่างหาก!" อคินหันไปตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "ผมยอมใช้ชีวิตแต่งงานอย่างไร้ความสุขตามที่คุณแม่บงการมาครึ่งชีวิตแล้ว แต่วันนี้... ลูกและภรรยาของผม คือเส้นตายที่ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายอีกเด็ดขาด แม้แต่คุณแม่ก็ไม่มีสิทธิ์!"
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดามองอดีตสามีที่กำลังยืนหยัดปะทะคารมกับมารดาบังเกิดเกล้าเพื่อปกป้องเธอและลูก แม้ลึกๆ ในใจจะมีความสะใจซ่อนอยู่ แต่รอยแผลเป็นในอดีตก็ยังคงส่งเสียงกรีดร้องเตือนสติเธอว่า อย่าได้หลงกลความอ่อนโยนจอมปลอมนี้เป็นอันขาด
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการเผชิญหน้าอันดุเดือด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องรับรองที่เปิดแง้มไว้
ร่างสูงโปรดในชุดสูทราคาแพงของชายหนุ่มปริศนาผู้มีใบหน้าคมคายละม้ายคล้ายคลึงกับอคินราวกับพิมพ์เดียวกันก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เอกสารในแฟ้มสีน้ำตาลเข้มถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าอคิน เสียงกระทบกันดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ
"ขอโทษที่ขัดจังหวะครอบครัวกำลังอบอุ่นนะครับ... แต่อคิน นายยังไม่ได้เช็คดูเอกสารชิ้นนี้เลยสินะ ว่านอกจากหุ้นทั้งหมดที่นายสูญเสียไปแล้ว ในทางกฎหมาย... เด็กคนนั้น และรินรดา คือกรรมสิทธิ์ของใครกันแน่"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เจ็บปวด และยืนหยัดเคียงข้างรินรดามา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 31
ปกป้องคนของฉัน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!