หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 34

ภาพจำลองครอบครัว

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของกระดาษทิชชüเปียกและแอลกอฮอล์ล้างแผล คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็กราคาแพงในห้องรับรองพิเศษของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง รินรดากำลังใช้ปลายนิ้วเรียวบางบรรจงเช็ดคราบไอศกรีมช็อกโกแลตเปรอะเปื้อนบริเวณมุมปากของเด็กชายตัวน้อยอย่างเบามือ สายตาของเธอนิ่งสงบราวกับผืนน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าเงาสะท้อนจากกระจกบานใหญ่เบื้องหน้าจะกำลังฉายภาพที่บิดเบี้ยวและเสียดแทงหัวใจเธอมากที่สุดในรอบสามปี ภาพของอคิน—ชายหนุ่มผู้เคยประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเกลียดชังเด็กและไม่ต้องการพันธะใดๆ—กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าผ้าฝ้ายเนื้อดีของเขากดซับคราบเลอะเทอะที่เปื้อนบนรองเท้าผ้าใบของน้องลีโออย่างไม่ถือสาหาความ ท่าทางนั้น... นุ่มนวลอย่างที่รินรดาไม่เคยได้รับมันเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะภรรยาทางนิตินัย "เด็กผู้ชายซนเป็นธรรมดาค่ะ คุณอคินไม่ต้องเช็ดแรงขนาดนั้นหركเดี๋ยวหนังน้องลีโอจะถลอกเอา" น้ำเสียงของรินรดาเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่างเหินที่คมกริบดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ขยับถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างเขากับเธอ ทว่าพื้นที่แคบๆ ของห้องรับรองกลับทำให้ไอร้อนจากกายของเขาและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงยังคงลอยมาแตะจมูกเธออยู่ดี อคินชะงักมือที่กำลังถือผ้าเช็ดหน้า เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอดีภรรยา นัยน์ตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะ ยามเมื่อแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมระย้าสาดกระทบลงบนโครงหน้าอันคมคายสันจัตุรัสและริมฝีปากหยักลึกที่ถอดแบบออกมาจากบล็อกเดียวกันกับเด็กชายวัยสองขวบที่ยืนเกาะขาแม่ไม่ปล่อย ใช่... และมันคือความจริงอันน่ารังเกียจที่อคินเพิ่งตระหนักรู้ "ฉันดูแลลูกเป็น..." อคินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เผลอหลุดคำว่า 'ลูก' ออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของรินรดา รอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกผิดบาปที่เขากำลังแบกรับไว้จนหลังแอ่น "ลูกใครคะ?" รินรดาย้อนถามทันควัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะดับลงอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัว "ถ้าฉันจำไม่ผิด สามปีก่อนคุณเป็นคนเซ็นใบหย่าพร้อมกับยื่นเงื่อนไขเด็ดขาดว่าไม่อยากมีพันธะผูกพัน และเด็กคนนี้... ก็เป็นแค่ลูกของแม่เลี้ยงเดี่ยวจนๆ คนหนึ่งที่คุณเคยบอกว่า 'ไม่มีค่าพอที่จะอยู่ในตระกูลอัครเดชาโชติ' ไม่ใช่หรือคะ?" คำพูดแต่ละคำกรีดแทงลงบนหัวใจของอคินราวกับมีคนเอามีดมาคว้านซ้ำๆ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก หน้าอกข้างซ้ายบีบอัดจนเจ็บแปลบ เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่เคยข่มขู่คนอื่นได้ราบคาบกลับไร้ความหมายสิ้นเชิงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาที่แข็งกร้าวราวกับกำแพงเหล็กของรินรดาในวันนี้ อดีตภรรยาที่เคยร้องไห้ฟูมฟาย อ้อนวอนขอความรักจากเขาในคืนวันอันหนาวเหน็บ... ได้ตายไปจากโลกนี้ตั้งแต่วินาทีที่เขาหยยยื่นหยดน้ำตาและใบหย่าให้เธอแล้ว "ริน..." อคินครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับคนใกล้หมดลมหายใจ มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ผมขอโทษ..." "คำขอโทษของคุณมันราคาถูกเกินกว่าจะเอามาแลกกับเวลาสามปีที่ฉันต้องดิ้นรนแทบตายนะคะ" รินรดาตัดบทอย่างไม่ใยดี เธอหันไปอุ้มร่างเล็กป้อมของน้องลีโอขึ้นแนบอก มือข้างหนึ่งลูบหลังปลอบโยนเด็กน้อยที่เริ่มงอแงเพราะความง่วง "ถ้ารับประทานไอศกรีมเสร็จแล้วและทำธุระเสร็จแล้ว ฉันขอตัวนะคะ พอดีมีนัดคุยงานสำคัญต่อ ไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระตรงนี้" "เดี๋ยวก่อนริน!" อคินก้าวเข้าไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่เต็มไปด้วยความเว้าวอนที่เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีให้ใครหน้าไหนบนโลกใบนี้ "ผมแค่อยาก... อยากพาพวกคุณไปทานข้าว... เหมือนครอบครัว... สักครั้ง" ประโยคคำว่า *'เหมือนครอบครัว'* หลุดออกมาจากปากของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยแคร์ใครหน้าไหน ทว่าในหูของรินรดา มันช่างน่าขันและน่าสมเพชเสียจนเธอเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง "ครอบครัว?" รินรดาทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เธอค่อยๆ แกะนิ้วมือแข็งแรงของเขาออกทีละนิ้วอย่างใจเย็น ราวกับกำลังสลัดเศษฝุ่นที่น่ารังเกียจออกจากร่างกาย "คุณกำลังพูดถึงครอบครัวแบบไหนกันคะ? ครอบครัวที่คุณเคยทิ้งเราไปหาผู้หญิงอีกคน ครอบครัวที่คุณไม่เคยแม้แต่จะชายตามองว่าเราจะกินอนอนอิ่มปากท้องอย่างไร หรือครอบครัวที่คุณเพิ่งจะมานึกอยากมีก็ต่อเมื่อเห็นหน้าเด็กคนนี้แล้วพบว่า... หน้าตาเขาถอดแบบพิมพ์นิยมตระกูลคุณมาเป๊ะๆ จนกลัวเสียหน้ากันแน่คะ?" ความจริงอันเจ็บแสบถูกสาดใส่หน้าอคินจนชาไปหมด เขานิ่งงอ พูดไม่ออก เพราะทุกคำที่รินรดาพูดคือความจริงที่เขาไม่สามารถปฏิเสธได้เลยแม้แต่พยางค์เดียว ในขณะที่บรรยากาศในห้องรับรองกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ นั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับบานประตูห้องรับรองที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ กลิ่นอายอันตรายและทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพายุหมุน "อ้าว... อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลยนี่ครับ" เสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่อคินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดลุกเป็นไฟ ร่างของชายผู้ก้าวเข้ามาใหม่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตู เขาปรายตามองอคินด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะหันมาสบตากับรินรดาแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของอคินเย็นเฉียบลงในพริบตา "บังเอิญจริงๆ ที่ผมมาเจอ *'ว่าที่ภรรยา'* ของผมกับ *'ลูกชายบุญธรรม'* และ... อดีตสามีผู้ไร้น้ำยาของเธอกำลังเล่นบทครอบครัวกันอยู่พอดี... แบบนี้ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับ คุณอคิน?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เจ็บปวด และยืนหยัดเคียงข้างรินรดามา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%