กลิ่นอายความอับชื้นของฝนที่เพิ่งซาลงเมื่อยามบ่ายยังคงลอยอวลอยู่รอบระเบียงบ้านพักตากอากาศหลังเล็ก รินรดาตวัดสายตามองผ่านกระจกใสบานใหญ่ เธอไม่ได้ใส่ใจหยดน้ำที่เกาะพราวบนกระจกเหล่านั้นเท่ากับเงาสะท้อนของร่างเล็กๆ ที่กำลังนั่งยองๆ อยู่บนสนามหญ้าเปียกชื้น
"น้องลีโอ... แม่บอกกี่ครั้งแล้วคะว่าอย่าเพิ่งออกไปเดินแถวนั้น รองเท้ายังไม่ได้ใส่ไม่ใช่เหรอ"
น้ำเสียงของรินรดาเรียบนิ่งแต่มั่นคง เธอไม่ได้วิ่งโร่เข้าไปอุ้มลูกชายเหมือนแม่มือใหม่ขี้ตื่นตระหนกในอดีต ความเจ็บปวดจากรอยแผลเป็นในอดีตหล่อหลอมให้เธอเรียนรู้ที่จะปล่อยให้เด็กชายตัวน้อยเผชิญหน้ากับความเปียกแฉะและความผิดพลาดด้วยตัวเองบ้าง ทว่า หัวใจของคนเป็นแม่กลับกระตุกวูบ เมื่อเห็นว่าเป้าหมายที่ลูกชายกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่นั้นไม่ใช่ก้อนหินหรือแมลงปีกแข็งธรรมดา แต่เป็นชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มที่ยืนถือร่มคันใหญ่คอยบังละอองฝนให้เด็กน้อยอย่างเงียบเชียบ
อคิน...
แค่เพียงเสี้ยววินาทีที่สายตาของเธอปะทะเข้ากับโครงหน้าด้านข้างของชายคนนั้น รินรดาก็รู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มพุ่งเข้ามาทิ่มแทงในอก ใบหน้าคมคายสันกรามเด่นชัด และดวงตาคู่คมที่มักจะมองเธอด้วยความดูแคลนในอดีต บัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนอย่างที่เธอไม่เคยได้รับมันเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตแต่งงานร่วมกัน
เด็กชายวัยสองขวบเอียงคอมองชายแปลกหน้าด้วยดวงตากลมโตใสแจ๋ว ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ถอดแบบมาจากอคินราวกับพิมพ์เดียวกันกำลังยิ้มกว้างอย่างไร้เดียงสา มือเล็กๆ ป้อมๆ ยื่นดอกไม้สีเหลืองชandดอกเล็กๆ ที่เพิ่งเด็ดมาจากพุ่มไม้ข้างรั้วให้ "ให้... คุณลุงตัวหอมจัง"
อคินชะงักไป นิ้วเรียวยาวที่ถือด้ามร่มสั่นเทาเล็กน้อย ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงธุรกิจผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับคุกเข่าลงบนพื้นหญ้าชื้นแฉะอย่างไร้ความลังเล สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่อื่นเลยนอกจากดวงหน้าจิ้มลิ้มของเด็กน้อย หัวใจของอคินเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง—สายใยเลือดเนื้อที่เขาไม่เคยเชื่อถือ—กำลังกรีดร้องบอกเขาว่าเด็กคนนี้มีความเกี่ยวพันบางอย่างกับเขาอย่างลึกซึ้ง
"ให้ฉันหรือครับ?" อคินถามเสียงพร่า สำนวนและน้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างประหลาด ราวกับกลัวว่าเสียงดังเพียงนิดเดียวจะทำให้ตุ๊กตากระเบื้องตรงหน้าแตกสลาย
"ฮื่อ! คุณลุงหน้าเหมือน... เหมือนลิงที่บ้านคุณปู่เลย!" ลีโอหัวคิกคัก ชอบใจในความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองโดยไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นสร้างความสะเทือนใจให้ผู้เป็นแม่ที่ยืนมองอยู่หลังกระจกมากแค่ไหน
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห้ามเลือดแทบไม่อยู่ ความทรงจำอันเลวร้ายในคฤหาสน์ตระกูลอคินไหลทะลักเข้ามาในหัว ความเย็นชา การถูกละเลย และเศษเสี้ยวความรู้สึกที่ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี เธอก้าวพรวดพราดผลักประตูกระจกออกไปทันที แรงลมยามบ่ายพัดกระโชกเส้นผมสีดำสนิทของเธอให้ปลิวไสว
"น้องลีโอ! กลับเข้าบ้านค่ะ" รินรดาเอ่ยเสียงเฉียบขาด พร้อมกับก้าวเข้าไปอุ้มลูกชายขึ้นมาแนบอกอย่างปกป้อง สายตาคมกริบราวกับใบมีดหันไปสบตากับอคินที่ยืนขึ้นช้าๆ
ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสามชั่วขณะ อคินสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของรินรดาที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับปีตีรวนอยู่ในความรู้สึก แต่สิ่งที่ดึงดูดเขายิ่งกว่าคือแววตาที่แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยกำแพงหนาเตอะของอดีตภรรยา ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาไร้ค่าในชีวิต
"ริน..." เสียงของอคินแหบพร่า ดวงตาคู่คมกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าเรียบนิ่ง ไปจนถึงร่องรอยความเหนื่อยล้าที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง "คุณมาทำอะไรที่นี่... แล้วเด็กคนนี้..."
"ไม่ใช่ธุระอะไรของคุณค่ะ คุณอคิน" รินรดาตัดบททันควัน น้ำเสียงของเธอเย็นชาและไร้เยื่อใยราวกับกำลังพูดคุยกับคนแปลกหน้าข้างถนน "กรุณาถอยไปค่ะ บ้านหลังนี้เป็นพื้นที่ส่วน
ตัว ฉันไม่อนุญาตให้คนแปลกหน้าเข้ามาลุกล้ำ"
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากแต่มันกลับดูขื่นขมสิ้นดี "คนแปลกหน้าอย่างนั้นเหรอ? รินรดา... เราเพิ่งหย่ากันไม่ถึงสองปีดี คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าเราเคยใช้สถานะอะไรกัน"
"สถานะที่ถูกคุณเขี่ยทิ้งเหมือนสิ่งของไร้ค่าไงคะ" รินรดาย้อนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ลึกสุดใจ "คุณจำไม่ได้เหรอคะวันที่ฉันเดินออกจากบ้านหลังนั้น มือเปล่า หัวใจพังยับเยิน และคุณ... ยืนมองฉันด้วยสายตาสมเพชเวทนา วันนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาทวงถามอดีต มีสิทธิ์อะไรมาทำหน้าอยากรู้อยากเห็นกับชีวิตของฉันและลูก!"
คำว่า 'ลูก' กระแทกเข้าเต็มหน้าอกของอคินจนเขาเซถอยหลังไปครึ่งก้าว สายตาของชายหนุ่มเลื่อนกลับไปมองเด็กชายในอ้อมแขนของรินรดาอีกครั้ง ลีโอกำลังซบหน้าลงกับไหล่บางของมารดา มือเล็กๆ กำเสื้อของรินรดาแน่น และมุมใบหน้านั้น... สันจมูกโด่งรั้น โครงหน้าที่แม้จะยังเด็กแต่มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองอย่างชัดเจนราวกับส่องกระจก
รah... นี่ไม่ใช่แค่ความบังเอิญ
อคินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ความจริงที่เขาปฏิเสธมาตลอด พยายามหลับหูหลับตาไม่รับรู้ว่าอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสกำลังตั้งท้องอยู่—มันกำลังตบหน้าเขาอย่างฉาดใหญ่ ร่องรอยความเจ็บปวดจากการสูญเสียอำนาจควบคุมพุ่งพล่านในอก แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจจนแทบแหลกสลาย
"เด็กคนนี้... ลูกของคุณใช่ไหมริน" อคินเค้นเสียงถาม ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ หมายจะเอื้อมมือไปแตะแขนเล็กๆ ของเด็กน้อย แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจสัมผัสของเขา
"อย่าแม้แต่จะคิดแตะต้องลูกฉันด้วยมือคู่นั้น!" รินรดาตวาดลั่น เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความโกรธเกรี้ยวที่อัดอั้น "คุณไม่มีสิทธิ์! ตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่เราออกไปจากชีวิต คุณก็ตายจากครอบครัวนี้ไปแล้ว อคิน... จำไว้ซะว่าผู้ชายอย่างคุณ ไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็นพ่อของใครทั้งนั้น!"
อคินนิ่งงิ่ง คล้ายกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม คำพูดเชือดเฉือนของเธอบาดลึกเข้าไปถึงวิญญาณ เขาไม่สามารถหาข้อแก้ตัวใดๆ มาหักล้างได้เลย เพราะทุกสิ่งที่รินรดาพูดคือความจริง—ความจริงอันโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
ในจังหวะที่บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ลีโอที่เงียบมานานก็เงยหน้าขึ้นจากไหล่ของแม่ ดวงตากลมโตมองหน้าอคินนิ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อคินรู้สึกเหมือนหัวใจถูกควักออกมาขยี้
"คุณลุง... ร้องไห้ทำไมเหรอครับ? แม่บอกว่าคนเก่งเขาไม่ร้องไห้นะ..."
อคินยกมือขึ้นแตะที่แก้มโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับความเปียกชื้นของหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขากำลังร้องไห้... ต่อหน้าอดีตภรรยาที่เคยถูกเขาเหยียบย่ำ และต่อหน้าลูกชายในสายเลือดที่เขาเพิ่งได้รับรู้การมีตัวตน
รินรดาแค่นยิ้มหยันให้กับภาพตรงหน้า เธอไม่หลงกลน้ำตาของอดีตสามีอีกต่อไป ความสงสาร ความอ่อนแอ—มันถูกฝังกลบไปพร้อมกับรอยเลือดในคืนวันหย่าร้างนั้นหมดแล้ว หญิงสาวหมุนตัวกลับเตรียมก้าวเท้าเดินเข้าบ้าน ปิดประตูใส่หน้าผู้ชายที่พยายามจะไถ่บาปในวันที่สายเกินไป
ทว่า อคินกลับคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเต็มไปด้วยความเว้าวอนและสิ้นหวังที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"ริน... ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้ชดใช้" อคินกระซิบเสียงสั่น แววตาคู่คมแดงก่ำ "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายแค่ไหน แต่ขอร้องล่ะ... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ... แค่สักนิดก็ยังดี"
รินรดาก้มมองมือที่กุมข้อมือเธอไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา น้ำเสียงของเธอกระซิบแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ชดใช้เหรอคะคุณอคิน? งั้นคุณก็ลองตายดูสักรอบสิคะ... เผื่อความรู้สึกเจ็บปวดทรมานที่คุณฝากไว้ มันจะสาสมกับหยาดน้ำตาที่ฉันเคยเสียให้คุณบ้าง!"
พูดจบ รินรดาก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างเด็ดขาด เดินอุ้มลูกชายหายลับเข้าไปในตัวบ้าน ปلتประตูไม้บานใหญ่ปิดล็อกเสียงดังสนั่น ปล่อยให้อคินยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง
ทว่า ในขณะที่อคินกำลังจะหันหลังกลับด้วยความสิ้นหวัง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ปลิวตกลงมาจากกระเป๋าเสื้อกันหนาวของลีโอที่ร่วงหล่นอยู่บนสนามหญ้า ชายหนุ่มก้มลงเก็บมันขึ้นมาคลี่ออกดูอย่างสงสัย
ข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นทำให้อคินต้องเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราوกับถูกแช่แข็งในวินาทีนั้นเอง
— *เอกสารนัดหมายแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดหัวใจของเด็กชายลีโอ... อาการโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดขั้นรุนแรง*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เจ็บปวด และสะใจไปกับเกมแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
- กระจกเงาต้องสาป -
หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 22
รอยร้าวของความเย็นชา
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!